สายการบิน ธนาคาร และบริษัทประกันมีอะไรเหมือนกัน?
นอกจากหลายคนจะมองว่า “ติดต่อยาก” แล้ว ทั้งหมดนี้ต่างพึ่งพา COBOL และเมนเฟรมของ IBM เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบงาน
อย่างไรก็ตาม การผูกขาดของยักษ์ใหญ่รายนี้อาจเริ่มสั่นคลอน เมื่อ Anthropic ประกาศเพิ่มความสามารถเฉพาะทาง COBOL ให้กับบอท AI ของตนอย่าง Claude ส่งผลให้นักลงทุนตอบสนองทันทีด้วยแรงเทขาย จนหุ้น IBM ร่วงลง 13%
Anthropic อธิบายแนวคิดผ่านบล็อกโพสต์ พร้อมปล่อยเอกสาร Code Modernization Playbook ให้ดาวน์โหลด และมีวิดีโอ YouTube สาธิตการให้ Claude เขียนโค้ด COBOL จริง
การเอาคำว่า “COBOL”, “AI bot” และ “YouTube” มาอยู่ในประโยคเดียวกัน อาจฟังดูขัดกับสามัญสำนึก แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว
ในทางปฏิบัติ COBOL แทบจะรันอยู่บนระบบประเภทเดียว และได้รับการดูแลโดยคนกลุ่มเดียว คือเมนเฟรม IBM และวิศวกรของบริษัท
นั่นทำให้ IBM สามารถเรียกเก็บค่าบริการระดับมหาศาลจากลูกค้ามานานหลายทศวรรษ
ธรรมชาติของการผูกขาดแบบนี้ทำให้ความพยายามใด ๆ ที่จะทำลายกำแพงดังกล่าว กลายเป็นข่าวดีสำหรับลูกค้า และในขณะเดียวกันก็เป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจของ IBM โดยตรง
หากคุณเคยติดต่อประกันสังคม หน่วยงานรัฐ ระบบสาธารณสุข การเงิน ประกันภัย ยานยนต์ ค้าปลีก หรือสายการบิน
มีโอกาสสูงว่าคุณเคย “แตะระบบ COBOL” มาแล้ว แม้มันจะซ่อนลึกลงไปหลายสิบชั้นในระบบก็ตาม
มันเหมือนแรงโน้มถ่วง — มองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อโลกสมัยใหม่แทบทุกส่วน
มุมมองเชิงวิจารณ์อาจบอกว่า ระบบ COBOL ถูกออกแบบมาให้ “ถูกต้อง 100% ตลอดเวลา”
ซึ่งดูไม่สอดคล้องกับลักษณะของ LLM ที่ให้คำตอบแบบ “มีความน่าจะเป็นถูกต้องสูง” (probabilistic)
ถึงอย่างนั้น AI ที่ดีในมือของนักพัฒนาที่มีความสามารถ ก็เป็นตัวคูณพลัง (power multiplier) และช่วยลดอุปสรรคให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องมาดูแลระบบเก่าเหล่านี้
COBOL มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุค 1960
ถูกออกแบบให้เป็นภาษาที่มนุษย์อ่านเข้าใจง่าย เน้นธุรกรรมทางธุรกิจ และใช้เลขทศนิยมแบบ fixed-point เป็นค่าเริ่มต้น แตกต่างจากภาษาอื่นที่ใช้ floating-point
มันปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และฝังรากลึกในแทบทุกอุตสาหกรรมสำคัญ โดยไม่เคยถูกแทนที่อย่างแท้จริง
ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องการผูกขาดของ IBM
โปรแกรมเมอร์ COBOL ที่เชี่ยวชาญกำลังทยอยเกษียณหรือเสียชีวิต ทำให้ทักษะนี้หายากและมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ
ระบบ COBOL ส่วนใหญ่ทำงานในระดับ “ภารกิจสำคัญขององค์กร” (mission-critical) ที่ไม่สามารถหยุดทำงานได้แม้แต่วินาทีเดียว
อีกทั้งเต็มไปด้วยรูปแบบข้อมูลเฉพาะองค์กร และตรรกะทางธุรกิจที่ไม่เคยมีเอกสารชัดเจน เข้าใจได้เพียงโดย “ผู้เฒ่าสายเทา” ไม่กี่คน — ถ้ายังมีใครเข้าใจมันอยู่เลย
ถ้าคุณสงสัยว่าทำไมไม่เขียนใหม่แทนทั้งหมด คำตอบคือการรีไรต์ระบบ COBOL ต้อง:
(a) ถอดรหัสตรรกะธุรกิจที่ยาวเป็นกิโลเมตร
(b) ถอดรหัสโครงสร้างข้อมูลเดิม
(c) เขียนใหม่โดยใช้เลขทศนิยมแบบ fixed-point อย่างระมัดระวัง
(d) ย้ายระบบแบบสมบูรณ์แบบ โดยแทบไม่มี downtime
แม้จะทำได้ครบทุกข้อ ระบบ COBOL มักเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายใหญ่ จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแค่บางส่วน เช่น ในอุตสาหกรรมสายการบิน
และถ้าเป็นภาคการเงิน ยิ่งต้องผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจสอบ (audit) ที่ยาวนานมาก เพิ่มเวลา deployment ไปอีกหลายเดือน
มีมุกตลกในหมู่นักพัฒนาที่เชื่อกันว่าอาจมีต้นกำเนิดจาก COBOL:
“ตอนที่ฉันเขียนโค้ดนี้ มีแค่ฉันกับพระเจ้าเท่านั้นที่เข้าใจมัน
ตอนนี้… เหลือแค่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้”
ที่มา: Tom's Hardware



