เจ้าของคีย์บอร์ด SteelSeries เสียบ USB ทิ้งตลอด แบตบวมจนดันตัวเครื่อง! เตือนภัยอุปกรณ์ Wireless ที่ใช้แบตเตอรี่
ปัญหา แบตเตอรี่บวม ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสมาร์ตโฟนหรือโน้ตบุ๊กเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดกับอุปกรณ์ต่อพ่วงไร้สายอย่าง คีย์บอร์ด Wireless ได้เช่นกัน หลังผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ว่า คีย์บอร์ดแมคคานิคอลไร้สายของ SteelSeries เกิดแบตเตอรี่บวมจนดันตัวแผ่น Plate ของคีย์บอร์ดขึ้นมาเป็นก้อนนูนอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ใช้ชื่อ u/Molti_gfx โพสต์เรื่องดังกล่าวในชุมชน r/spicypillows โดยระบุว่าเขาสังเกตเห็นอาการผิดปกติเป็น “ก้อนนูนแปลก ๆ” บนตัวคีย์บอร์ด ก่อนพบว่าสาเหตุเกิดจากแบตเตอรี่ภายในที่กำลังบวม
เพื่อความปลอดภัย เจ้าตัวจึงตัดสินใจ ถอดแบตเตอรี่ออกจากคีย์บอร์ด
เสียบสาย USB ตลอด เพราะต้องการลด Latency
สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ใช้รายนี้ไม่ได้ใช้งานคีย์บอร์ดแบบ Wireless ตลอดเวลา แต่เลือกเสียบเข้ากับ Gaming PC อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์จาก Latency ที่ต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม การเสียบสาย USB ทิ้งไว้เป็นเวลานานอาจทำให้แบตเตอรี่ยังคงอยู่ในสถานะที่ได้รับการชาร์จหรือมีการทำงานร่วมกับวงจรไฟของอุปกรณ์ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้ใช้งานแบบไร้สายก็ตาม
ยังไม่มีข้อมูลว่าเจ้าของคีย์บอร์ดเสียบสายทิ้งไว้เป็นเวลานานกี่เดือนหรือกี่ปี จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าระยะเวลาการเสียบ USB โดยตรงเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของแบตเตอรี่บวม
ถอดแบตออกแล้ว คีย์บอร์ดกลับใช้ไฟจาก USB ไม่ได้
อีกจุดที่ทำให้กรณีนี้น่าสนใจคือ หลังจากถอดแบตเตอรี่ออก ผู้ใช้พบว่า คีย์บอร์ดไม่สามารถรับไฟจากพอร์ต USB ได้อีกต่อไป
นั่นอาจหมายความว่า PCB ของคีย์บอร์ดรุ่นดังกล่าวออกแบบให้ระบบจ่ายไฟพึ่งพาแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของวงจร แม้จะเสียบสาย USB อยู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดกับคีย์บอร์ด Wireless ทุกยี่ห้อ เพราะคีย์บอร์ดบางแบรนด์ เช่น Keychron, NuPhy, MoErgo และ Epomaker มีการออกแบบวงจรที่สามารถใช้งานผ่าน USB โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแบตเตอรี่ในลักษณะเดียวกัน
ดังนั้นความแตกต่างของการออกแบบ Power Management บน PCB อาจมีผลต่อพฤติกรรมของแบตเตอรี่และอายุการใช้งานในระยะยาว
แบตเตอรี่ Li-ion เสื่อมสภาพตามเวลาอยู่แล้ว
แบตเตอรี่ที่ใช้ในคีย์บอร์ดไร้สายส่วนใหญ่เป็น Lithium-ion หรือ Lithium-polymer ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัดและจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามจำนวนรอบการชาร์จ รวมถึงปัจจัยด้านอุณหภูมิและพฤติกรรมการชาร์จ
แม้ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ของผู้ผลิตจะช่วยควบคุมการชาร์จและป้องกันความผิดปกติ แต่แบตเตอรี่บางเซลล์ก็ยังสามารถเกิดการเสื่อมสภาพและ บวม ได้ในท้ายที่สุด
เมื่อแบตเตอรี่เริ่มบวม วัสดุภายในจะสร้างแรงดันและสามารถดันโครงสร้างรอบข้างให้โก่งหรือปูดขึ้นมาได้
ในกรณีของคีย์บอร์ด หากอยู่บริเวณใต้ Plate หรือ PCB ผู้ใช้จึงอาจเห็นอาการในรูปแบบของ ตัวเครื่องนูน ปุ่มสูงผิดปกติ หรือ Plate โก่งขึ้น
ทำไมแบตเตอรี่บวมจึงไม่ควรฝืนใช้งาน?
แบตเตอรี่ที่บวมถือเป็นสัญญาณว่าภายในเซลล์เกิดความผิดปกติ และไม่ควรเจาะ กด บีบ หรือใช้งานต่อโดยไม่จำเป็น
หากพบว่าอุปกรณ์มีอาการ เช่น
- ตัวเครื่องนูนหรือโก่ง
- ฝาหลังปิดไม่สนิท
- Plate หรือโครงสร้างคีย์บอร์ดดันตัวขึ้น
- มีกลิ่นผิดปกติ
- แบตเตอรี่ร้อนกว่าปกติ
ควรหยุดใช้งานและถอดอุปกรณ์ออกจากแหล่งจ่ายไฟโดยเร็ว พร้อมนำแบตเตอรี่ไปกำจัดอย่างถูกวิธี
คีย์บอร์ด Wireless ก็มีปัญหาแบตบวมได้
กรณีนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะในชุมชน r/spicypillows มีโพสต์เกี่ยวกับ แบตเตอรี่บวมในคีย์บอร์ดไร้สาย ปรากฏอยู่จำนวนไม่น้อย
สาเหตุของแต่ละกรณีแตกต่างกัน และไม่สามารถสรุปได้ว่าการเสียบสาย USB เป็นเวลานานจะทำให้แบตเตอรี่บวมในทุกอุปกรณ์
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ที่ตั้งคีย์บอร์ดไว้บนโต๊ะและแทบไม่เคยใช้งานแบบ Wireless การใช้ คีย์บอร์ดแบบมีสาย (Wired Keyboard) อาจเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องมีแบตเตอรี่ที่ต้องคอยดูแลและไม่มีความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ภายใน
ที่สำคัญ หากเป็นคีย์บอร์ด Wireless ที่ใช้แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ การตรวจสอบสภาพแบตเป็นระยะก็สามารถช่วยให้พบอาการผิดปกติก่อนที่แบตเตอรี่จะบวมจนสร้างความเสียหายกับตัวคีย์บอร์ด
กรณีของ SteelSeries ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งคำเตือนว่า “อุปกรณ์ไร้สายที่เราเสียบชาร์จทิ้งไว้ทุกวันก็มีแบตเตอรี่เช่นเดียวกับสมาร์ตโฟนและโน้ตบุ๊ก” และแบตเตอรี่ทุกก้อนย่อมมีอายุการใช้งานของมันเอง
ที่มา: TechPowerUp



