จีนขาดแคลนชิป AI หนัก! บริษัทเทคฯ แห่ซื้อ NVIDIA RTX สายเกมและเวิร์กสเตชันกว่า 1 ล้านตัว รุ่นใหม่ RTX Pro 5500 อาจแพงถึง 450,000 บาท
ความต้องการประมวลผล AI ที่พุ่งสูงขึ้นในจีน กำลังสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ แม้บริษัทอย่าง Huawei, Alibaba, Baidu และ Cambricon จะเร่งพัฒนาชิป AI ของตัวเอง แต่กำลังการผลิตก็ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการทั้งหมด
รายงานจาก Financial Times ซึ่งถูกนำเสนอต่อโดย Economic Daily News ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีจีนซื้อชิป NVIDIA สำหรับเกมมิ่งและเวิร์กสเตชันรวมกันมากกว่า 1 ล้านตัวในปี 2026 เพื่อใช้รองรับงาน AI บางประเภท แม้ชิปเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวเร่งความเร็ว AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรงก็ตาม
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนปัญหาสำคัญของตลาดจีน เพราะแม้จะมีการพัฒนาชิปในประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ความต้องการพลังประมวลผลจากธุรกิจ AI กลับเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการจัดหาฮาร์ดแวร์
ชิป AI ในจีนผลิตได้ 3.5 ล้านตัว แต่ความต้องการทะลุ 5 ล้านตัว
ข้อมูลจากรายงานประเมินว่า จีนจะมีชิป AI พร้อมใช้งานประมาณ 3.5 ล้านตัวในปี 2026 โดยในจำนวนนี้ราว 1 ล้านตัวเป็นชิปที่ผลิตในต่างประเทศ ขณะที่ความต้องการรวมของตลาดคาดว่าจะสูงกว่า 5 ล้านตัว
นั่นหมายความว่าตลาดอาจเผชิญช่องว่างระหว่างอุปทานกับความต้องการมากกว่า 1.5 ล้านตัว แม้ตัวเลขจริงจะขึ้นอยู่กับประเภทชิป ประสิทธิภาพ และวิธีนับกำลังประมวลผลที่แตกต่างกัน
ผู้ผลิตจีนหลายรายกำลังเพิ่มกำลังการผลิต แต่ก็ยังเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านกำลังการผลิต ประสิทธิภาพของชิป ระบบซอฟต์แวร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการนำชิปไปใช้งานจริง
ผลที่ตามมาคือ บริษัทบางแห่งต้องมองหาทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากชิป AI ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ และหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจคือ GPU สำหรับเกมและเวิร์กสเตชันจาก NVIDIA
RTX 5090 และ RTX Pro ถูกนำไปใช้งาน AI
รายงานระบุว่าชิป NVIDIA ที่บริษัทจีนจัดซื้อมีทั้ง RTX Pro 6000D, RTX Pro 5000 และ GeForce RTX 5090 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์การใช้งานแตกต่างกัน แต่สามารถนำพลังประมวลผล GPU มาประยุกต์ใช้กับงาน AI บางประเภทได้
แม้ชิปเหล่านี้โดยทั่วไปจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับตัวเร่งความเร็ว AI ระดับสูงอย่าง Huawei Ascend 910C ในทุกลักษณะงาน แต่ก็ยังมีประโยชน์สำหรับงานที่ไม่ต้องการสมรรถนะสูงสุด เช่น ขั้นตอน Prefill ในการอนุมานโมเดล AI ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบประมวลผลคำสั่งหรือข้อความที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามาก่อนเริ่มสร้างคำตอบ
การนำ GPU กลุ่มนี้มาช่วยงาน AI จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มทรัพยากรประมวลผล โดยเฉพาะเมื่อชิปเฉพาะทางมีจำนวนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า GPU สำหรับเล่นเกมทุกตัวจะสามารถใช้แทนชิป AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ได้โดยตรง เพราะยังมีความแตกต่างด้านหน่วยความจำ แบนด์วิดท์ การใช้พลังงาน และการรองรับซอฟต์แวร์
ทำไมบริษัทจีนยังต้องการ NVIDIA ทั้งที่มีชิปในประเทศ?
ปัจจัยสำคัญคือ CUDA แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผล GPU ของ NVIDIA ซึ่งได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในงาน AI และมีเครื่องมือกับไลบรารีรองรับจำนวนมาก
แม้จีนจะมีแพลตฟอร์มของตัวเองอย่าง CANN ของ Huawei แต่การย้ายซอฟต์แวร์จาก CUDA ไปยังระบบอื่นอาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการปรับแต่งโค้ด ตลอดจนทดสอบประสิทธิภาพและแก้ปัญหาความเข้ากันได้
รายงานระบุว่า DeepSeek กำลังทำงานร่วมกับ Huawei เพื่อปรับปรุงทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ขณะที่มีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยเร่งกระบวนการแปลงโค้ดจาก CUDA ไปสู่ CANN เพื่อลดอุปสรรคในการย้ายระบบ
ปัญหานี้แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาชิปให้มีประสิทธิภาพสูงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแข่งขัน เพราะความพร้อมของซอฟต์แวร์และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มด้วย
NVIDIA RTX Pro 5500 รุ่นใหม่ อาจมีราคาสูงถึง 450,000 บาท
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ NVIDIA มีรายงานว่าเตรียมส่ง RTX Pro 5500 ซึ่งเป็น GPU สำหรับเวิร์กสเตชันรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดจีน โดยคาดว่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าตัวเลือกบางรุ่นที่มีอยู่ในตลาด และเหมาะกับงานประมวลผล AI ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางมากขึ้น
รายงานจาก Seoul Economic Daily ซึ่งอ้างอิง The Information ระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนได้ส่งสัญญาณว่าอาจอนุมัติให้บริษัทในประเทศซื้อชิปรุ่นนี้ โดยมีรายงานว่าหน่วยงานได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณสั่งซื้อและแผนการนำไปใช้งานจากบริษัทที่สนใจ รวมถึง ByteDance และ Alibaba
ByteDance มีข่าวว่ากำลังพิจารณาสั่งซื้อประมาณ 1 ล้านตัว แต่ยังไม่ใช่คำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ด้านราคา RTX Pro 5500 มีรายงานว่าจะอยู่ที่ประมาณ 85,000–90,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 426,000–451,000 บาทต่อตัว โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 5.01 บาทต่อหยวน ตัวเลขนี้เป็นราคาตามรายงานจากตลาดจีน ไม่ใช่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า NVIDIA วางแผนจัดส่งชิปรุ่นดังกล่าวไปจีนประมาณ 500,000 ตัวต่อไตรมาส โดยอาจเริ่มในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2026 แต่กำหนดการและปริมาณการจัดส่งจริงยังต้องติดตามการยืนยันเพิ่มเติม
RTX Pro 5500 ใช้หน่วยความจำ GDDR7 แทน HBM ซึ่งพบได้ในตัวเร่งความเร็ว AI ระดับเซิร์ฟเวอร์ การเลือกใช้หน่วยความจำคนละประเภทสะท้อนว่าชิปรุ่นนี้มีการออกแบบเพื่อเวิร์กสเตชันและงานกราฟิกเป็นหลัก ก่อนจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับงาน AI บางรูปแบบ
Huawei เองก็ยอมรับว่าผลิตชิปไม่ทันความต้องการ
ก่อนหน้านี้ Eric Xu ประธานกรรมการหมุนเวียนของ Huawei ระบุว่าบริษัทไม่สามารถผลิตฮาร์ดแวร์ประมวลผล AI ได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ จนต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าจีนก่อนการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาของจีนไม่ได้อยู่ที่การขาดผู้พัฒนาชิปเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงข้อจำกัดด้านปริมาณการผลิตและความพร้อมของระบบนิเวศซอฟต์แวร์ด้วย
ในระยะสั้น GPU สำหรับเกมและเวิร์กสเตชันอาจช่วยเติมเต็มช่องว่างของกำลังประมวลผล AI ได้บางส่วน แต่ในระยะยาว จีนยังจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตชิปในประเทศ พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการใช้งานในวงกว้าง
ท้ายที่สุด เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้จีนจะเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมชิปของตัวเองอย่างจริงจัง แต่ NVIDIA ก็ยังมีจุดแข็งด้านประสิทธิภาพและ CUDA ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณค่าในตลาด AI และเมื่ออุปทานชิปเฉพาะทางไม่ทันต่อความต้องการ GPU กลุ่มเกมและเวิร์กสเตชันก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่บริษัทเทคโนโลยีจีนยินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้มา
ที่มา: TrendForce



