นักลงทุนมากกว่าสิบรายกำลังกดดันให้ Amazon, Microsoft และ Google (ของ Alphabet) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้น้ำและพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ ตามรายงาน โดยแรงกดดันนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งสามบริษัทเพิ่งยกเลิกโครงการดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์บางส่วน หลังเผชิญการคัดค้านจากชุมชนท้องถิ่น และในขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ในอเมริกาเหนือมีการใช้น้ำรวมเกือบ 1 ล้านล้านลิตรในปี 2025 ตามข้อมูลจาก Mordor Intelligence
Trillium Asset Management บริษัทลงทุนจากบอสตันที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ได้ยื่นข้อเสนอไปยัง Alphabet เมื่อเดือนธันวาคม เพื่อขอความชัดเจนว่าบริษัทมีแผนจะบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ตั้งไว้ในปี 2020 อย่างไร โดย Andrea Ranger ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนผู้ถือหุ้นของ Trillium เปิดเผยว่า Alphabet เคยให้คำมั่นเมื่อ 6 ปีก่อนว่าจะลดการปล่อยก๊าซลงครึ่งหนึ่งและเปลี่ยนไปใช้พลังงานปลอดคาร์บอนภายในปี 2030 แต่กลับพบว่าการปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้นถึง 51%
การใช้น้ำยังคงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI โดยมีการประเมินว่าการสร้างข้อความเพียง 100 คำด้วย GPT-4 อาจใช้น้ำเทียบเท่าขวดน้ำ 3 ขวด และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์ AI ใช้น้ำต่อปีมากกว่าที่มนุษย์ทั่วโลกใช้ดื่มน้ำบรรจุขวดรวมกัน
ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั้งสี่รายได้เริ่มใช้ระบบระบายความร้อนแบบปิด (closed-loop) ซึ่งใช้น้ำน้อยกว่าวิธีการระเหยแบบเดิมอย่างมาก แต่ระดับการเปิดเผยข้อมูลยังแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท
นอกจากนี้ การใช้น้ำของดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้จำกัดแค่ระบบระบายความร้อนเท่านั้น โดยน้ำส่วนใหญ่ถูกใช้ทางอ้อมในการผลิตไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์นำมาใช้ งานวิจัยในปี 2024 ระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์โดยรวมใช้น้ำทางอ้อมประมาณ 800,000 ล้านลิตร และงานวิจัยในปี 2025 ยังชี้ว่าการใช้น้ำส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกสถานที่ของดาต้าเซ็นเตอร์ AI
นักลงทุนต้องการข้อมูลระดับรายสถานที่เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านการดำเนินงานได้แม่นยำมากขึ้น โดย Jason Qi นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีจาก Calvert Research and Management ระบุว่ายังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับการใช้น้ำและผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น
ด้าน Amazon ระบุว่าบริษัทกำลังเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่มากขึ้น และย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” พร้อมลงทุนในด้านประสิทธิภาพและการลดการใช้น้ำ ขณะที่ Microsoft ระบุว่าความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นค่านิยมหลัก ส่วน Google ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และ Meta ไม่ได้ตอบกลับคำขอของ Reuters
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการขยายตัวอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI โดยรายงานระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ ที่วางแผนไว้สำหรับปี 2026 ถูกเลื่อนหรือยกเลิก ส่วนใหญ่เกิดจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน แม้จะมีเสียงเรียกร้องด้านความยั่งยืนจากนักลงทุน แต่ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทอย่าง Microsoft, Amazon และ Meta ก็ยังคงเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่องในยุค AI แม้ว่าบางโครงการอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม
ที่มา: Tom's Hardware



