ราคาการ์ดจอในจีนพุ่งหนักจากวิกฤตราคา GDDR6/GDDR7 ทั้ง NVIDIA, AMD และ Intel ปรับขึ้นพร้อมกัน บางรุ่นแพงกว่า MSRP กว่า 2 เท่า
ตลาดการ์ดจอในประเทศจีนกำลังเผชิญกับการปรับราคาครั้งใหญ่ หลังต้นทุนหน่วยความจำ GDDR6 และ GDDR7 พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องจากภาวะขาดแคลน DRAM ส่งผลให้ผู้ผลิตการ์ดจอและผู้จัดจำหน่ายทยอยปรับราคาสินค้าทั้ง NVIDIA GeForce, AMD Radeon และ Intel Arc พร้อมกัน โดยหลายรุ่นมีราคาสูงขึ้นภายในเวลาเพียงข้ามคืน
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้ผลิต GPU พยายามรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เอง แต่สถานการณ์ล่าสุดรุนแรงจนไม่สามารถแบกรับได้อีกต่อไป เนื่องจากต้นทุนชิป GDDR6 และ GDDR7 เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ขณะที่ชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่ใช้ในการผลิตการ์ดจอก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน
GeForce RTX 50 Series ปรับขึ้นหนัก
การ์ดจอ GeForce RTX 50 Series ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยราคาขายปลีกในจีนปรับขึ้นดังนี้
- RTX 5090D 32GB เพิ่มขึ้นประมาณ 22.5% และมีราคาสูงกว่าราคาแนะนำ (MSRP) มากกว่า 2 เท่า
- RTX 5090D V2 24GB เพิ่มขึ้น 12.8% เริ่มต้นมากกว่า 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ
- RTX 5080 หลายรุ่นมีราคาทะลุ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ
- RTX 5070 Ti ปรับขึ้นประมาณ 21.8%
- RTX 5070 ปรับขึ้นประมาณ 16.2%
ฝั่งตลาดระดับกลางก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
- RTX 5060 Series ปรับขึ้นประมาณ 15%
- RTX 5050 ปรับขึ้นประมาณ 13.2%
แม้แต่การ์ดรุ่นเก่าก็ไม่รอดจากผลกระทบ โดย RTX 3050 มีราคาเริ่มต้นเพิ่มเป็น 2,199 หยวน และหลายรุ่นจำหน่ายเฉลี่ยที่ 2,500–2,600 หยวน ขณะที่ GeForce GT 1030 ซึ่งเคยมีราคาต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ ปัจจุบันเพิ่มเป็นประมาณ 629 หยวน หรือเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐ
Radeon และ Intel Arc ก็ปรับขึ้นเช่นกัน
ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ NVIDIA เท่านั้น
- การ์ดจอ AMD Radeon ปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 14.3–28.8%
- Radeon RX 9070 GRE หลายรุ่นมีราคาสูงกว่า 4,500 หยวน
- Intel Arc ซึ่งเคยมีราคาประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันขยับเข้าใกล้ 300 ดอลลาร์สหรัฐ
ผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยปรับราคา
ผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในจีนเริ่มปรับราคาพร้อมกัน
Colorful ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายการ์ดจอรายใหญ่ที่สุดในจีน มีการปรับราคาจำหน่ายให้ตัวแทนสูงขึ้น โดย RTX 50 Series บางรุ่นเพิ่มขึ้นถึง 40–50%
ด้าน MSI ปรับราคาสินค้าขึ้นประมาณ 10–20% ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดย RTX 5090D V2 24GB มีราคาสูงถึงประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ RTX 5080 มีราคาตั้งแต่ 1,400–1,900 ดอลลาร์สหรัฐ
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ASUS เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ปรับราคาสูงกว่าผู้ผลิตรายอื่น เช่น พีซีที่ติดตั้ง RTX 5090 ในร้านค้าอย่างเป็นทางการ มีราคาจาก 55,500 หยวน เพิ่มเป็น 59,000 หยวน ภายในวันเดียว โดยพนักงานขายระบุว่า NVIDIA ปรับราคาต้นทุนขึ้นประมาณ 5,000–6,000 หยวน และ ASUS มีการบวกเพิ่มจากต้นทุนดังกล่าวอีกครั้ง
RTX 5060 Ti ขึ้นจาก 3,229 เป็น 4,999 หยวนในเดือนเดียว
ตัวอย่างราคาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้แก่
- RTX 5060 Ti 16GB จาก 3,229 หยวน เพิ่มเป็น 4,999 หยวน
- RTX 5070 Ti หลายรุ่นมีราคาสูงกว่า 9,000 หยวน
- ROG Astral RTX 5090 บางรุ่นมีราคาสูงถึง 19,999 หยวน
- RTX 5090D V2 24GB บางรุ่นแตะ 27,999 หยวน
นอกจากนี้ การ์ด RTX 5080 Founders Edition ซึ่ง NVIDIA เคยจำหน่ายในงาน Bilibili World ด้วยราคาแนะนำ 8,299 หยวน ปัจจุบันหลายร้านตั้งราคาสูงกว่า 9,999 หยวน
ร้านค้ากักตุนสินค้า รอขายแพงกว่าเดิม
รายงานยังระบุว่า ร้านค้าปลีกและผู้จัดจำหน่ายจำนวนมากเริ่ม กักตุนการ์ดจอ แทนการนำออกจำหน่าย เนื่องจากเชื่อว่าราคาหน่วยความจำจะยังคงปรับขึ้นต่อไป
มีข้อความแจ้งเตือนจากผู้จัดจำหน่ายที่ถูกเผยแพร่ในฟอรัมค้าปลีกของจีน ระบุให้ร้านค้าหยุดจำหน่ายการ์ดจอบางรุ่นชั่วคราว พร้อมแจ้งลูกค้าให้รีบสั่งซื้อก่อนจะมีการปรับราคาเพิ่มเติม
สำหรับการปรับราคาที่แจ้งกับผู้ผลิตในจีน มีข้อมูลว่า NVIDIA แจ้งต้นทุน VRAM ใหม่ในอัตราประมาณ
- การ์ด 8GB เพิ่ม 600 หยวน
- การ์ด 12GB เพิ่ม 900 หยวน
- การ์ด 16GB เพิ่ม 1,200 หยวน
วิกฤต DRAM อาจยืดเยื้อถึงปลายปี
นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่า ราคาหน่วยความจำ DRAM จะยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50% ในไตรมาส 3 ปี 2026 และอาจเพิ่มอีก 40% ในไตรมาส 4 หากสถานการณ์อุปทานยังไม่คลี่คลาย
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหน่วยความจำ GDDR รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงมาตรฐานหน่วยความจำรุ่นเก่า ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพีซีและการ์ดจอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจทำให้ตลาดพีซีทั่วโลกชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
หากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญกับราคาการ์ดจอที่สูงขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกต่างเร่งสำรองสินค้าไว้เพื่อรับมือกับการปรับขึ้นต้นทุนรอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ที่มา: Wccftech



