เมืองไทยอันสวยงามกับเกมออนไลน์
สวัสดีครับทุกท่าน
วันนี้ผมก็กลับมาทำงาน มานั่งสะบัดนิ้วอันสวยงามกับสำเนียงเสียงประสานอันสุดจะปวดหัวกระบาลชาวบ้านอยู่เนืองๆ
กันอีกครั้งแล้วนะครับ วันนี้ก็จะกลับมานั่งร่ายเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดเห็นเรื่องของเกมออนไลน์ที่ใครๆ
กำลังเล่นอยู่ หรือว่ากำลังที่จะคิดไปเล่นกันนะครับ โดยก่อนที่จะมาเข้าเรื่องขอปกป้องตัวเองก่อนนะครับ
"บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล มิได้เกี่ยวข้องกับผู้ใด หรือโจมตีใคร
ดังนั้นขอให้ใช้วิจารนญาณในการตัดสินก่อนที่คิดจะเมล์มาด่ากันนะครับ"
อันเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวคราวของเกมออนไลน์บ้านเราเนี่ยมันก็เริ่มดังมานานมากแล้วในวงการคนเล่นเกม
แต่มันดันเป็นเรื่องราวให้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวันกันอยู่พักใหญ่ๆ
ที่ผมมานั่งคิดแล้วคิดอีกทั้งๆ ที่ตัวผมเองก็เล่นเกมพวกนี้เป็นชีวิตจิตใจอยู่พักจนแอลกอฮอลล์ที่อยู่ในเส้นเลือด
และน้ำตก ซกเล็กที่อยู่ในกระเพาะได้จากหายไปอยู่พักใหญ่ๆ เลยทีเดียว
แต่ ณ วันนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันกลายทำให้ผมคนหนึ่งที่เล่นเกมเล่านี้ต้องหันกลับไปเล่นเกมอื่นๆ
อย่าง CM4 อย่างเคยอีกจนได้ เพราะอะไรน่ะหรือครับ เรื่องมันเกิดจากว่า
"จับ 5 โจ๋ปล้นเงิน เกมแร็กนาร็อก (http://www.thairath.co.th/thairath1/2546/page1/jul/04/p1_5.asp)"
และ "ฆ่าแฟนสาวสยอง ดาราโหด รัวดับในร้านเน็ต (http://www.thairath.co.th/thairath1/2546/page1/jul/04/p1_1.asp)"
หลังจากที่ได้อ่านข่าวทั้ง
2 ข่าวแล้วรู้สึกว่าทำไมเกมออนไลน์เนี่ยกลายเป็นสื่อให้คนที่เล่นเนี่ยกลายเป็นคนเถื่อนไปหมดเลยหรือ?
เมื่อข่าวทั้งหมดได้ออกมาสู่สายตาประชาชนแล้วจึงทำให้รัฐบาลบ้านเรานำโดยท่านนายกฯได้ออกกฏเหล็กที่เรียกว่าคนที่เล่นเกมออนไลน์เริ่มที่จะไม่ยอมรับกันเสียด้วย
โดยที่ออกกฏที่ว่า "เกมออนไลน์พร้อมร่วมมือไอซีที ปิดให้บริการสี่ทุ่มถึงหกโมงเช้า
(http://www.mict.go.th/news/index.aspx?Nid=322)"
ทำให้ผมรู้สึกเลยว่า ณเวลานี้คนเราได้เปลี่ยนไปกันหมด ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงได้เป็นกันไปขนาดนี้
ซึ่งผมจะแยกประเด็นออกมาเป็น 2 ส่วนก็คือ ในฐานะของคนเล่นเกมออนไลน์
กับ ในฐานะของผู้ที่คิดเหมือนรัฐบาล
1 ในฐานะของคนเล่นเกมออนไลน์
ในฐานะของคนเล่นเกมออนไลน์คนหนึ่งผมว่าการที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ
นาๆ มันเกิดจากตัวบุคคลมากกว่าที่จะเกิดจากตัวของเกม ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีการเล่นเกม
Ragnarok อยู่เหมือนกันผม และน้องๆ ที่เล่นกัน และรู้จักกันโดยบังเอิญโดยที่รู้จักเพราะเล่น
Ragnarok เหมือนกัน เราก็พูดคุย เล่นร่วมกัน โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรมีแต่จะจัดกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน
ตอนที่เล่นเกมนี้อยู่แฟนผมเองก็เล่น น้อง หลาน อา พี่ แม้แต่ เพื่อนๆ
ในกลุ่มก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยซ้ำ
ตอนอ่านข่าวแรกๆ ก็ยังงงๆ ว่ามันเกิดจากอะไรทำไมต้องทำอะไรกันรุนแรงมากมายด้วย
อยากได้เงินกันทำไมไม่รู้จักทำมาหากิน หรือว่าคนพวกนี้ไม่มีใครสอน
แต่เอ๋ ถ้าไม่มีพวกมันคงเกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างความรักกับนรกมั้ง
ถึงเอาเกม รักนรก เอ๊ย! แร็กนาร็อก มาทำให้คนอื่นๆ เดือดร้อน เฮ้อ
แถมยิ่งเรื่องหลังยิ่งเป็นอะไรที่น่าสมเภชมากกว่าน่าสงสารนะเนี่ย
เพราะการที่คนเรานั้นจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นที่ไม่ใช่เราทำไมไม่ทำใจกันบ้าง
(อย่างว่าผมอกหักมาจนชินแล้วมั้ง เอิ้ก) เล่นให้พี่ใหญ่อย่างลูกปืนมาเป็นจุดจบกันอย่างนี้
เฮ้อ อนิจจัง เป็นไงล่ะครับ คนที่เล่นเกมอย่างพวกผมเลยพากันซวยไปด้วย
แล้วยิ่งที่ทาง ICT ได้ประกาศว่าจะปิด Server Ragฯ ด้วยแล้ว ผมเกือบจะบ้าตายตอนนั้นแทบอยากจะสบถคำต่างๆ
ออกมาด่ารัฐบาลด้วยซ้ำ แต่พออ่านรายละเอียดเลยรู้สึกแอนตี๊น้อยลงไปหน่อย
เพราะเค้าจะปิดเป็นเวลา แต่ว่าคนทำงานอย่างผมเนี่ยก็ไม่เห้นด้วยนะ
ก็พี่ท่านเล่นปิดตอนที่ผมเลิกงานแล้ว ผมก็อดเล่นน่ะซิครับ เวลา 22.00น.
- 6.00น. เนี่ยเป็นเวลาที่คนทำงานอย่างผมจะได้เล่นซะด้วย แถมเล่นได้
2 ชั่วโมง ก็จะโดนตัดออกจาก Server อีกต่างหาก โอ๊ย ผมว่าท่านนายกฯของประเทศไทยอันสวยงามนี้น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรออกไปอีกหน่อยก็จะดีกว่านี้นะเนี่ย
เพราะไม่เช่นนั้นผมคนหนึ่งล่ะครับ ที่จะไม่เห็นด้วย (ปนเห็นด้วยอยู่เล็กๆ)
แต่อย่างว่าล่ะครับ ผมเป็นแค่คนเดินดินกินข้าวแกง จะไปทำให้เปลี่ยนแปลงคงไม่ได้อยู่แล้ว
ได้เพียงแค่นอนเกาก้นอยู่ที่บ้าน หรือไม่ก็ออกไปนั่งกระดกแก้วเหล้าเคล้านารี
(ไปอาบอบนวดคงลำบากเดี๋ยวท่าน....... จะเข้ามาเก็บส่วย เอิ้ก) ล่ะมั้ง
แต่ถึงอย่างไรก็ตามไม่ว่าท่านนายกฯ จะสั่งมาตรการใดๆ ผมว่าเด็กก็มีทางออกอื่นๆ
ที่จะไปเล่นเกมอย่างแน่นอน เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีเกมออนไลน์แต่เกมอื่นๆ
ก็ยังมีอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเกม Warcraft หรือแม้แต่ CM4 ที่ผมเล่นอยู่ก็ยังสามารถที่จะต่อเล่นไปที่
Server ของต่างประเทศได้อยู่เหมือนกันนะครับ จริงๆ แล้วทางรัฐน่าจะประนีประนอมกับเด็กๆ
หน่อยก็ดีนะครับ เด็กโดนกดดันมากๆ ระวังจะไปเล่นอย่างอื่นๆ กันนะครับ
สุดท้ายเลยผมก็มีความคิดเห็นอีกอย่างนะครับ เป็นอย่างสุดท้ายแล้วล่ะครับ
ลองฟังเพลงของน้องพลับซิครับ ท่อนที่ว่า "อะไรก็ลงที่เด็ก" เนี่ยแหละครับท่านผู้ใหญ่ทุกท่านน่าจะคิดใหม่ทำใหม่นะครับ
2. ในฐานะของผู้ที่คิดเหมือนรัฐบาล
ในฐานะของผู้ที่คิดเหมือนรัฐบาล
ผมว่าการที่รัฐบาลทำเช่นนี้ใช่ว่าผมจะแอนตี้อย่างเดียว ผมก็มีข้อคิดเห็นเหมือนกับทางรัฐอยู่เหมือนกัน
ทั้งๆ ที่ผมเองก็เล่นเกมออนไลน์เพราะอะไรน่ะหรือครับ ก็เพราะด้วยที่ว่าเห็นข่าวต่างๆ
นาๆ ที่ออกมาแล้วก็ไม่อยากเห็นเด็ก หรือเยาวชนของชาติเป็นอย่างที่ข่าวออกมาไม่ว่าจะเป็นไปดักตีหัว
ฆ่ากันเพราะแฟนไปมีชู้ หรืออยากได้เงินแต่คิดวิธีผิดๆ จริงๆแล้วเกมทุกเกมมักจะสร้างออกมาให้ได้คลายเครียดกันมากกว่าที่จะทำร้ายกัน
ดูอย่างเกม The Sim ซิครับ เป็นเกมสร้างสรรมากกว่าเป็นเกมที่ทำงายจิตใจเด็กๆ
แต่อย่างไรก็ตามที่บอกว่าเห็นด้วยกับรัฐอยู่น่ะ ก็เพราะเรื่องราวมันเกิดกับตัวเองนั่นแหละครับ
น้องๆ ที่อยู่แถวบ้านเนี่ยมันเล่นไม่ไปเรียนเลย แถมโดดออกมาจากโรงเรียนเพื่อเล่นเกมออนไลน์กันเสียอีก
ผมเคยถามมันว่าทำไมไม่ไปเรียน มันตอบแบบกวนๆ ด้วยนะครับ "แล้วพี่จะเจือกอะไรล่ะ"
ประมาณนี้เลย แหม ถ้าเป็นน้องไม่นุ่ง เอ๊ย! เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับเตะให้กระเด็นเลย
เห็นแล้วสงสารพ่อแม่มันน่ะครับ อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินลงขวดเหล้า
เอ๊ย! ให้มันเรียนดันออกมาเล่นเกมกันอย่างนี้ เห็นทีว่ามาตรการของทางนายกฯ
น่าจะดีมากเลยนะครับท่าน ผมว่าหลังจากนี้เรื่องราวเกี่ยวกับการทำร้ายกันเพราะเกมออนไลน์
"อาจจะ" เน้นเลยว่าอาจจะ ดีกว่าเก่ามั้ง เพราะมันเป็นการแก้ที่ต้นเหตุโดยตรง
ผมก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เอาเป็นว่ารัฐฯ เขาหวังดีก็แล้วกัน
สรุปเลยนะครับอันที่จริงแล้วไม่ว่าจะคัดค้าน
หรือสนับสนุนนโยบายของท่านนายกฯ ของเรา มันก็ขึ้นอยู่กับตัวของคนเล่นด้วย
เพราะมนุษย์เราต่างจิตต่างใจ คิดอะไรก็ไม่เหมือนกัน นานาจิตตัง รสนิยมไม่พึงถกเถียง
ฯลฯ อีกมากมาย ถ้าคิดเหมือนกันหมด หรือช่วยกันทำให้เหมือนกัน คิดทำในสิ่งที่ดี
และช่วยบ้านเมืองของเราประเทศไทยของเราก๋คงจะยังสวยงามตลอดไปจนชั่วลูกชั่วหลานล่ะนะครับ
แหมวันนี้เหมือนจะซีเรียสเลยนะครับก็เอาเป็นว่าใครคิดจะทำตาม หรือไม่ทำตามก็เชิญนะครับ
แต่สุดท้ายนี้ขอฝากเอาไว้ในอ้อมอก (35-24-35) ด้วยนะครับว่า เมืองไทยเราสวยงามมากกว่าที่คิดจะทำลายนะครับ
Jaeng MAD