Page: 2/2

การติดตั้ง

                  เน้นการใช้ของที่ให้มาในชุดทุดอย่าง นอกจากนั้นก็ตามในผมแล้ว สายสัญญาณกรุณาอย่าถามว่าใช้สายอะไร เนื่องจากว่าผม
ใช้หลายเส้นมาก รวมไปถึงชุดที่ใช้ทดลองฟังเพลง เนื่องจากว่าผมต้องการหาบุคลิกเสียงที่แท้จริงที่มันให้ออกมาที่แท้จริงได้มากที่สุด
อันนี้ผมก็เป็นแนวทางความบ้าระห่ำส่วนตัวของผมเอง แต่ก็อย่าเลียนแบบเพราะว่าอาจจะหลงทางได้ มันเป็นความชอบส่วนตัวในการ
หาความจริงของเสียงตั้งแต่วัยเด็กของผมอยู่แล้ว

- Int Amp NAD C315BEE + Speaker From Microlab PRO1
- Int Amp NAD C315BEE + Earbud OPPO PK2.5
- Int Amp NAD 3020i + Speaker B&W 805
- Bose C3 S2
- Bose M2
- Creative Gigawork T3
- Creative Inspire T3200
- Microlab H-200
- Microlab PRO1




ทดลองฟังเพลง

                  ในการฟังเพลงวันนี้ผมเน้นการฟังจากเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ไฟล์เพลงที่ใช้ก็จะเป็นพวก Lossless ซะส่วนมาก แต่ว่า
MP3 ตั้งแต่ 128-320 Kbps ก็ยังไม่ได้ทิ้งไป ส่วนโปรแกรมที่ใช้เปิดเพลงก็จะใช้ Foobar2000 1.0 และ AIMP 2.65 สลับๆกัน
นอกนั้นไม่ได้ไปปรับค่าอะไรอีก

                 เสียงสูงรายละเอียดเป็นอะไรที่ผมชอบมากที่สุด เนื่องจากที่ว่าความใสของรายละเอียดมันเป็นอะไรที่ฟังแล้วดูสบายกันมาก
ส่วนรายละเอียดของเครื่องดนตรีทำออกมาได้น่าประทับใจ ยิ่งเครื่องดีด ,สี ,ตี ,เป่า และอื่นๆ ฟังแล้วมันไม่กัดหู ยิ่งเป็นเพลงแนวที่เน้น
การบรรเลงของเครื่องดนตรีด้วยแล้วมันเป็นอะไรที่ช่างพริ้วไหวมาก แต่ว่าบางทีถ้าตั้งใจฟังแบบจับผิดกันแบบสุดๆมันเหมือนกับว่ามี
รายละเอียดช่วงปลายหายๆไปหน่อย แต่ถ้าไม่มากนั่งจับผิดกันจริงๆมันก็เหมือนกับว่ามาแบบครบถ้วน ไม่รู้จะอธิบายกันยังไงดีเหมือน
กันเอาเป็นว่าเสียงสูงรายละเอียดที่ฟังดูโปร่งๆ ,ใสๆแล้วก็สบายๆครับ

                 เสียงกลางต้องพูดไว้ก่อนเลยว่ามันไม่พุ่งทะลุแก้วหูกันแน่นอน แต่ว่าเสียงกลางก็ยังคงให้เสียงร้องของนักร้องที่ออกมาชัด
ถ้อยชัดคำอยู่ ซึ่งลักษณะเสียงร้องลักษณะแบบที่ลอยๆอยู่หน้าลำโพงไม่พุ่งมาชนหูจะว่าไปไม่ใช่มันเป็นข้อเสียไป ผมว่ามันเป็นอะไรที่
เหมาะกับใช้ลักษณะการนั่งฟังเพลงหน้าคอมอย่างมาก ถ้าเสียงกลางพุ่งมากเกินไปแล้วนั่งฟังอยู่หน้าลำโพงมันเป็นอะไรที่ดูอึดอัดกันได้
แต่เนี่ยเท่าที่ผมลองฟังๆดูแบบนั่งใกล้ๆลำโพง นั่งฟังนานๆมันก็ไม่อึดอัดดีเหมือนกัน ทีแรกก็ไม่ค่อยชอบเสียงกลางเท่าไรแต่พอฟังไป
นานๆแล้วมันก็โดนดีครับ แต่ในกรณีที่ไปต่อกับเครื่องเสียงบ้าน ที่เวลาฟังนั่งไกลจากลำโพงนั้นอาจจะต้องแก้เกมส์ด้วยหลายจุดไม่ว่าจะ
เป้นทางด้านสายลำโพงและสายสัญญานที่เด่นทางด้านเสียงร้อง

                  เสียงต่ำถ้าสำหรับท่านที่ชอบว่าเบสต้องหนัก (ในกรณีฟังกับชุดแบบ 2.0) เบสมันจะออกดูเหมือนกับว่าบางไปบ้างเล็กน้อย
แต่ถ้าชอบฟังเบสแบบบางๆที่ยังมีน้ำหนักก็คงชอบ เสียงต่ำอาจจะเหมาะกับชุดที่มีความถี่ในการเคลื่อนไหวแนวๆช้าๆค่อยๆเป็นค่อยๆ
ไป แต่ทางด้านจังหวะช่วงการเด้งของลำโพงวูฟเฟอร์ถือว่าทำได้ดีสำหรับเพลงจังหวะช้าๆ แต่ถ้าในกรณีเพลงเร็วๆแล้วยิ่งเปิดเสียงที่
ดังมากอาจจะมีที่ว่าการเด้งตัวของลำโพงวูฟเฟอร์มันไม่ค่อยเหมาะกันซักเท่าไร แต่ผมว่าคงไม่มีใครมานั่งเปิดเพลงดังลั่นซอยแบบผม
ด้วยมั้ง เอาเป็นว่าภาพรวมของเบสนั้นจะออกแนวบางไปบ้างแต่ความนุ่มและความหนักก็ยังคงทำออกมาได้ดีในระดับนึง

                 ภาพรวมของการฟังเพลงลักษณะที่ว่ามันเป็นอะไรที่ฟังดูแล้วโปร่งสบายๆนั่งฟังอยู่ด้านหน้าลำโพงนานๆแล้วก็ไม่มีความรู้
สึกของความอึดอัดเลยซักนิด เป็นอะไรที่เหมาะกับการใช้ไปกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องนั่งฟังเพลงหน้าลำโพงมาก ส่วนทางด้านความสะอาด
ของเสียงถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว ความเงียบของ Background เสียงไม่ถึงขั้นที่ว่าเงียบสงัด แต่ก็ไม่มีเสียงรบกวนที่ทำให้
เสียจังหวะช่วงความเงียบของเพลงไป ถ้ามี UPS ลองต่อหม้อแปลงผ่าน UPS ดูอาจจะได้ความเงียบของ Background ได้ดียิ่งขึ้น
ทางด้านความอิ่มของเสียงก็ไม่ถือว่าอิ่มมากจนเกินไป ก็อย่างที่บอกไปเสียงมันออกแนวฟังแบบดูโปร่งสบายมากกว่า ความกว้างของมิติ
เสียงที่ออกมาผมว่ามันเป็นอะไรที่กำลังดีไม่ว่าจะเป็นการใช้กับลำโพงคอมพิวเตอร์รวมไปถึงชุดเครื่องเสียงบ้าน การแยกเสียงซ้ายขวาก็
สามารถฟังออกได้ แต่การแยกเสียงซ้ายขวาอาจจะยังไม่ถึงกับการที่แยกจนขาดไปเลย แต่ว่านี่มันชิพ DAC ตัวเดียวนะ



ทดลองดูหนัง

                  การดูหนังกับ USB DAC - SORCH AUDIO : Z2 ก็ไม่ได้ลองอะไรมากซักเท่าไร เนื่องจากว่าเวลามีน้อยครับ แต่เท่า
ที่ลองการแยกเสียงซ้ายขวาที่ดีในระดับนึง รวมไปถึงรายละเอียดเสียงที่ดี ก็ช่วยทำให้การดูหนังผ่าน DAC ตัวนี้ถือว่าดูสนุกได้พอสม
ควรในระดับนึง เปิดเสียงดังๆหน่อยก็มันส์ได้แล้ว



ทดลองเล่นเกมส์

                  การเล่นเกมส์ถ้าให้พูดไปผมว่ามันก็คงจะออกแนวเดียวกับการดูหนัง รวมไปถึงบทความของ DAC อีกตัวที่ผมได้เขียนไว้
คราวที่แล้ว




Conclusion !


                 ในช่วงของการสรุปส่งท้ายก็ไม่ขอพูดอะไรมากในด้านเสียงที่ออกมา จริงๆก็ไม่รู้จะเขียนอะไรออกมาดีแล้วแหละ เพราะว่า
กว่าจะนั่งนึกคำพูดออกมาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร ถ้าเขียนวกไปวนมาก็อย่าโกรธกันนะครับ สำหรับ
USB DAC - SORCH AUDIO
: Z2
ก็เป็นผลงานการผลิตโดยคนไทยอีกหนึ่งผู้ผลิตที่ทำออกมาเรียกว่าคุณภาพดีแต่จ่ายกันได้แบบสบายๆกระเป๋า ที่สำคัญในเรื่องของ
คุณภาพเสียงก็สามารถสู้กับของต่างประเทศได้เลยด้วยซ้ำ แต่ว่า SORCH
AUDIO : Z2 จากความคิดของผมเอง อาจจะเหมาะสม
กับผู้ที่รักการฟังเพลง แต่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดีโดยเป็นแนวธรรมชาติของเสียงเพลงกับกลุ่มผู้เริ่มต้น เพราะว่ายังมีหลายๆจุดที่มัน
สามารถที่จะอัพเกรดประสิทธิภาพของตัวมันเองได้นั้นก็คือ OPAMP ที่เปลี่ยนไปแล้วบุคลิกของเสียงก็เปลี่ยนไป ซึ่งสำหรับผมมันก็
เป็นอะไรที่ไม่น่าเบื่อดี เกิดวันไหนอยากจะเปลี่ยนแนวเสียง แค่เสียเวลามานั่งถอดเปลี่ยน OPAMP ลงไปเท่านั้นก็ได้แล้ว ส่วนเรื่องที่ผม
ว่าอาจจะยังไม่สามารถสู้ของต่างประเทศได้ก็คือทางด้านลูกเล่นของตัว USB DAC เอง แต่เรื่องคุณภาพเสียงเผลอไล่ชนตัวแพงๆกัน
ได้แบบเสียวสันหลังเลยก็ว่าได้ ยังไงก็ลองเพิ่ม USB DAC by SORCH Audio ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ USB
DAC ไว้ใช้สำหรับในการฟังเพลง อย่างน้อยก็เป็นการช่วยสนับสนุนผลงานของคนไทยด้วยกันเองอีกทางนึง ในอนาคตเผื่อว่าจะมีทาง
เลือกอุปกรณ์เครื่องเสียงที่เป็นยี่ห้อไทยแต่ได้รับการยอมรับในระดับสากลก็ได้
                 สำหรับวันนี้ผมขอจบ เพียงเท่านี้ถ้าขาด ตกบกพร่อง ในจุดใดก็ขออภัยด้วย วันนี้ก็ต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับ........._/|\_ ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้า


USB DAC - SORCH AUDIO : Z2

Special Thank : SORCH Audio / Click Here




| 1 | 2 | Discuss >>


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่