สตูดิโอ Hollywood ใช้ AMD AI PC รัน AI Agent แบบ Local ลดงานประสานโปรเจกต์ จากดูแล 1-2 งานเป็น 6-9 งาน
Light Sail VR สตูดิโอผลิตงาน Immersive Content ระดับ Hollywood และเจ้าของรางวัล Emmy Award กำลังนำ Local AI Agent มาใช้ในงานผลิตจริง โดยสร้างระบบ AI ที่ทำหน้าที่คล้าย Production Coordinator สำหรับติดตามโปรเจกต์ ตารางเวลา Deadline และการสื่อสารภายในทีม
หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการใช้ AMD Ryzen AI Max พร้อม Unified Memory 128GB ร่วมกับ AMD Radeon PRO R9700 เพื่อรันโมเดล AI ภายในองค์กร แทนการพึ่งพา Cloud AI สำหรับงานประจำทั้งหมด
Matthew Celia ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Light Sail VR มองว่าการรัน AI ภายในเครื่องมีข้อได้เปรียบสำคัญสองเรื่อง ได้แก่ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า และ ต้นทุนการทดลองโมเดลที่ต่ำกว่า
“ถ้าเราจะใช้ AI Assistant มันต้องเป็น Private, Local และ Secure” Celia ระบุ
AI บน Cloud แพงและมีความเสี่ยงด้านความลับ
Light Sail VR ทำงานร่วมกับบริษัทบันเทิงและเทคโนโลยีหลายราย รวมถึงโปรเจกต์ที่มีข้อกำหนดด้านความลับและ NDA สูง ทำให้ข้อมูลภายใน เช่น ตารางการผลิต เอกสาร แนวคิดงาน และข้อมูลของลูกค้า ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทต้องการส่งออกไปประมวลผลบน Cloud โดยไม่จำเป็น
Celia อธิบายว่า การใช้โมเดลระดับ Frontier บน Cloud มีปัญหาหลักสองด้าน คือ ค่าใช้จ่ายในการทดลองและการรักษาความเป็นส่วนตัว
หากทีมต้องการทดลอง Prompt ซ้ำหลายครั้ง หรือทดสอบโมเดลและ Workflow หลายรูปแบบ ค่า Token อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การมีระบบ AI อยู่ภายในบริษัทจึงทำให้ทีมสามารถทดลองซ้ำได้มากเท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องกังวลกับค่า Inference ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวน Token
เริ่มจาก Ryzen AI Max 128GB ก่อนเพิ่ม Radeon PRO R9700
Light Sail VR เริ่มต้นโครงการด้วยระบบ Framework Desktop ที่ใช้ AMD Ryzen AI Max และ Unified Memory 128GB
Celia ระบุว่าจุดเด่นของ Ryzen AI Max คือความสามารถในการ รันหลายโมเดลพร้อมกัน ทำให้ทีมสามารถทดลอง Prompt หลายรูปแบบและเปรียบเทียบผลลัพธ์ เพื่อปรับ AI ให้เหมาะกับ Workflow ของบริษัท
หลังจากนั้นบริษัทเพิ่ม AMD Radeon PRO R9700 เข้าไป และพบว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากจนระบบ AI Agent เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานจริง
AI Agent ตัวดังกล่าวทำหน้าที่ติดตามโปรเจกต์ต่าง ๆ ทั้งปฏิทิน Deadline Notes และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนส่งสรุปสถานะผ่าน Slack
แทนที่จะต้องเปิดดูเอกสารและถามตัวเองว่า “วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง” Celia สามารถได้รับข้อความจาก AI Coordinator โดยตรงว่า โปรเจกต์ใดควรได้รับความสนใจก่อน
จากดูแล 1-2 โปรเจกต์ สู่ 6-9 โปรเจกต์
สิ่งที่ Light Sail VR มองว่าเป็นผลลัพธ์สำคัญที่สุดคือการลดภาระงานด้านการประสานงานของมนุษย์
Celia ระบุว่า ก่อนมี AI Coordinator เขาสามารถดูแลโปรเจกต์พร้อมกันได้ประมาณ 1-2 งาน
หลังนำ AI Agent เข้ามาช่วยงานบริหาร เขาสามารถดูแลประมาณ 6-9 โปรเจกต์ ด้วยระดับความพยายามส่วนตัวใกล้เคียงกับเดิม
ระบบสามารถรับข้อมูลจาก Slack และเชื่อมต่อกับเอกสารและตารางงาน จากนั้นเมื่อผู้บริหารต้องการเปลี่ยนกำหนดการ เช่น เลื่อน Deadline ไปข้างหน้าหรือถอยหลัง AI สามารถปรับข้อมูลในเอกสาร อัปเดต Google Sheets และจัดการอีเมลที่เกี่ยวข้องให้ต่อเนื่องได้
ที่สำคัญคือ Workflow ดังกล่าวยังทำงานได้แม้ Celia จะไม่ได้อยู่หน้าเครื่อง เพราะการสื่อสารกับ Agent ทำผ่าน Slack
งานของ Light Sail VR มีข้อมูลมหาศาล
เหตุผลที่ AI Agent มีประโยชน์กับบริษัทเป็นพิเศษ มาจากลักษณะงานของ Light Sail VR ซึ่งต้องจัดการทั้งข้อมูลจำนวนมากและโปรเจกต์หลายงานพร้อมกัน
Celia ยกตัวอย่างว่า ภาพยนตร์ทั่วไปอาจถ่ายทำที่ความละเอียดระดับ 4K และ 24 FPS แต่ทีมของ Light Sail VR ทำงานที่สูงถึง 16K, 90 FPS และ Stereoscopic 3D ทำให้หนึ่งโปรเจกต์สามารถสร้างข้อมูลระดับหลาย Terabytes
เมื่อทีมมีหลายโปรเจกต์ชนกัน ปริมาณงานด้าน Asset Management, ตารางถ่ายทำ, Feedback และเอกสารจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เดิมงานเหล่านี้ดำเนินการด้วยมือ เช่น เมื่อ Feedback จากลูกค้าเข้ามาผ่าน Frame.io ทีมต้องนำ Notes ไปใส่ Google Docs แล้วปรับ Timeline และ Schedule ทีละรายการ
ตอนนี้หลายขั้นตอนสามารถส่งต่อให้ AI Agent ดำเนินการอัตโนมัติได้
เตรียมสร้างทีม AI Agent หลายตัว
หลังจากประสบความสำเร็จจาก Production Coordinator แล้ว Light Sail VR กำลังทดลองสร้าง AI Agent เพิ่มเติม เพื่อแบ่งหน้าที่เฉพาะทาง
หนึ่งในแนวคิดคือ Story Producer Agent ซึ่งสามารถอ่านบทสัมภาษณ์ ค้นหาประเด็นที่ซ้ำกันหรือข้อความที่ไม่ชัดเจน และช่วยประเมินโครงสร้างของ Episode โดยยังให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจด้าน Editorial
อีกระบบคือ Research-focused Social Media Agent สำหรับติดตามผลลัพธ์ของโพสต์บนโซเชียล เปรียบเทียบ Engagement จากเนื้อหาในแต่ละแพลตฟอร์ม ตรวจหาคอมเมนต์ที่อาจต้องได้รับการดูแล และช่วยทีมตัดสินใจว่าควรให้ความสำคัญกับเรื่องใด
บริษัทต้องการขยายแนวคิดไปยังพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย โดยให้สมาชิกแต่ละคนสามารถมี AI Assistant ส่วนตัว ที่ได้รับการฝึกให้เข้าใจหน้าที่และ Workflow ของตัวเอง
AI ไม่ได้มาแทนทีม แต่เพิ่มกำลังให้ทีมเล็ก
สำหรับ Light Sail VR เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การแทนที่คนด้วย AI แต่คือการนำงานด้าน Administrative และ Coordination ที่ใช้เวลามากแต่ไม่ได้สร้างสรรค์โดยตรง ไปให้ AI ช่วยจัดการ
เมื่อ AI รับหน้าที่ติดตาม Deadline, เอกสาร, ตารางงาน และการสื่อสารซ้ำ ๆ มนุษย์ก็สามารถนำเวลาที่ประหยัดได้กลับไปใช้กับ Storytelling, การกำกับ, การออกแบบ และงานสร้างสรรค์
กรณีของ Light Sail VR จึงเป็นอีกตัวอย่างของแนวคิด AI Agent ที่ทำงานแบบ Local ซึ่งไม่ได้เน้นเพียงความเร็วในการรันโมเดล แต่ให้ความสำคัญกับ ความเป็นส่วนตัว ต้นทุน และการนำ AI เข้าไปอยู่ใน Workflow จริง
และเมื่อการทำงานของ Agent สามารถขยายจากหนึ่งเครื่องไปสู่หลายระบบหรือหลายโมเดลได้ บริษัทขนาดเล็กก็อาจมีความสามารถในการบริหารโปรเจกต์หลายงานพร้อมกันโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน
สำหรับวงการผลิตสื่อที่ต้องรับมือกับข้อมูลมหาศาลและโปรเจกต์ที่มีความลับสูง แนวคิด “AI อยู่ในบริษัท ไม่ใช่อยู่บน Cloud” จึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการทำงานที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในอนาคต



