ตัวเลขนี้น่าสนใจอย่างมาก เพราะเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน หุ้น Intel เคยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 17.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น เท่านั้น เท่ากับว่าหุ้นบริษัทเติบโตมากกว่า 400% ภายในเวลาเพียง 1 ปี
การฟื้นตัวครั้งนี้เริ่มต้นจากการสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ Intel ในฐานะหนึ่งในบริษัทเชิงยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงภายในประเทศ
อีกปัจจัยสำคัญคือการฟื้นตัวของธุรกิจ Intel Foundry ซึ่งกำลังดึงดูดลูกค้าภายนอกมากขึ้น หลังบริษัทสามารถปรับปรุงอัตราผลผลิต (yield) ได้ดีขึ้นในทุกโหนดหลักที่ผลิตเชิงพาณิชย์อยู่ตอนนี้ ได้แก่
โหนดเหล่านี้เป็นหัวใจหลักของผลิตภัณฑ์ Intel ในปัจจุบัน
ในรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 David Zinsner CFO ของ Intel ระบุว่าบริษัทยังคงปรับปรุง yield ของ Intel 4 และ Intel 3 อย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของ 18A เพื่อให้ได้ชิปที่ใช้งานได้มากขึ้นและลดของเสีย โดยเฉพาะในชิปขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Tesla ได้เซ็นสัญญาเป็นลูกค้ารายใหญ่รายแรกของโหนด 14A สำหรับโครงการชิป AI Terafab ของ Elon Musk ที่เมือง Austin ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่ออนาคตของ Intel Foundry ในตลาดรับจ้างผลิตชิป
ด้านผลิตภัณฑ์ Intel เองก็มีความต้องการสูงมาก จนบริษัทเริ่มนำชิปบางส่วนที่เดิมอาจถูกคัดทิ้งกลับมาปรับใช้เป็น SKU รุ่นล่างเพื่อจำหน่ายแทน
ตัวอย่างเช่น die บางส่วนบริเวณขอบเวเฟอร์ ซึ่งปกติอาจกลายเป็นของเสีย ถูกนำมาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดที่ยังสูงต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Intel กำลังกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ทั้งในฝั่งการออกแบบชิป การผลิต และธุรกิจ Foundry ที่เริ่มมีโมเมนตัมชัดเจนมากขึ้น