หลังจากก่อนหน้านี้ NVIDIA ภายใต้การนำของ Jensen Huang ยกเลิกความร่วมมือลงทุนมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ล่าสุดมีรายงานว่า Microsoft กำลังพิจารณาฟ้องร้อง OpenAI ในข้อหาละเมิดข้อตกลง หลัง OpenAI ประกาศความร่วมมือกับ Amazon กลายเป็นอีกหนึ่งดราม่าธุรกิจที่ถูกมองว่า “หักหลังพันธมิตร”
ตามรายงานระบุว่า ในดีลความร่วมมือระหว่าง OpenAI และ Amazon นั้น OpenAI จะให้บริการโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ระดับองค์กรแก่โครงการ Frontier ของ AWS ซึ่งทำให้ Microsoft ถูกกันออกจากดีลโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้ Microsoft กำลังพิจารณาดำเนินคดี โดยอ้างว่า OpenAI ละเมิดเงื่อนไข “ความเป็นเอกสิทธิ์ของ API”
Microsoft เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ OpenAI (ราว 27%) และตั้งแต่ปี 2019 ได้ลงทุนสะสมไปแล้วกว่า 13,000–14,000 ล้านดอลลาร์ หากในเวลานั้นไม่มีเงินทุนจาก Microsoft ก็ยากที่ OpenAI จะขยายตัวได้รวดเร็วเช่นปัจจุบัน
สิ่งที่ Microsoft ได้ตอบแทนคือ การให้ Azure เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ “แบบเอกสิทธิ์” แก่ OpenAI ในระยะยาว
ตามข้อตกลง
• ผลิตภัณฑ์ API ที่ OpenAI พัฒนาร่วมกับพาร์ตเนอร์ภายนอก ต้องให้ Azure เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียว
• ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ API สามารถนำไปใช้บนคลาวด์รายอื่นได้
อย่างไรก็ตาม ในดีลล่าสุดกับ Amazon ทาง OpenAI เลือกให้บริการพลังประมวลผล AI แก่ Frontier บน AWS โดยตรง แทนการผ่าน Azure ซึ่งถูกมองว่าเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ API
แต่รายละเอียดในสัญญากลับถูกเขียนแบบคลุมเครือ คล้ายเป็นการทดสอบขอบเขตและความอดทนของ Microsoft
Financial Times ชี้ว่า OpenAI กำลังพยายามลดการพึ่งพา Microsoft และค่อย ๆ “ลดความเป็นเอกสิทธิ์” ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทจึงกำลังเปลี่ยนจาก “พันธมิตรเชิงลึก” ไปสู่สถานะ “ร่วมมือและแข่งขันในเวลาเดียวกัน”
ขณะเดียวกัน Microsoft ก็เริ่มตระหนักว่า OpenAI อาจไม่ใช่พันธมิตรที่ภักดีเหมือนเดิม จึงผลักดัน “แผนพึ่งพาตนเองด้าน AI” เช่น
• พัฒนาโมเดลตระกูล MAI ของตนเอง
• ดึงตัวบุคลากรจากสตาร์ทอัพ AI รายอื่น เช่น Inflection AI
เพื่อสร้างศักยภาพเทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพา OpenAI เต็มรูปแบบ
ที่มา: HKEPC



