NVIDIA มีรายงานว่าได้แจ้งพาร์ตเนอร์ AIB (ผู้ผลิตการ์ดจอ) ถึงการเปลี่ยนแผนเกี่ยวกับการรีเฟรช GeForce RTX 50 SUPER โดยข้อมูลจาก Board Channel ระบุว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์ปกติอีกต่อไป และมีสาเหตุมาจากสภาพตลาดที่ท้าทายมากขึ้น
หากใครพลาดข่าวก่อนหน้านี้ รุ่น SUPER ที่มีข่าวลือประกอบด้วย 3 รุ่นคือ
-
GeForce RTX 5080 SUPER
-
GeForce RTX 5070 Ti SUPER
-
GeForce RTX 5070 SUPER
การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนชิปใหม่ แต่จะเน้นเพิ่ม VRAM และความเร็วสัญญาณนาฬิกา โดยใช้เมมโมรี GDDR7 ขนาด 3GB ต่อชิป แทนรุ่น 2GB
แม้ว่าการเลื่อนเปิดตัวจะยังเป็นเพียง “ข่าวลือ” แต่ก็สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะถ้าราคาชิปหน่วยความจำยังสูงอยู่ การเพิ่ม VRAM ในหลายรุ่นจะทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ Board Channel ยังชี้ว่าทรัพยากรถูกให้ความสำคัญกับ GPU สายคอมพิวต์ที่ต้องใช้ DRAM ปริมาณมากและทำกำไรได้สูงกว่า
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ RTX 50 SUPER ถูกเลื่อนแบบไม่มีกำหนด
ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดว่า NVIDIA ได้แจ้งพาร์ตเนอร์ AIC แล้วว่าซีรีส์ RTX 50 SUPER จะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งงาน CES 2026 ก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้ เพราะ
-
ไม่มีการโชว์ผลิตภัณฑ์ RTX 50 SUPER
-
Jensen Huang ไม่ได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ใด ๆ
แม้แฟนฮาร์ดแวร์จะผิดหวัง แต่การตัดสินใจนี้ถือว่าไม่เกินความคาดหมาย โดยมีปัจจัยหลักคือ
-
ความต้องการ GPU สำหรับงานคอมพิวต์ในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ NVIDIA กันกำลังการผลิตไปฝั่งที่ทำกำไรได้มากกว่า
-
ปัญหาราคาเมมโมรีเป็นเรื่องระยะยาว ชิป VRAM ไม่เพียงแพง แต่ยังส่งผลต่อต้นทุนและการแข่งขันในตลาดผู้บริโภค
-
ที่สำคัญที่สุด: ยังไม่มีข่าวว่า AMD จะเปิดตัว GPU สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ในปี 2026 ทำให้ RTX 50 ยังแข่งขันได้สบายโดยไม่ต้องรีเฟรชเป็น SUPER
RTX 60 และ AMD RDNA 5 จะมาในปี 2027
สรุปแล้ว สาเหตุหลักคือ AMD ยังไม่กดดัน NVIDIA ในตอนนี้ ทำให้ RTX 50 Series สามารถขายต่อไปได้โดยไม่ต้องมีรุ่น SUPER เสริม
ขณะเดียวกัน RTX 5090 ก็มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ แม้จะเปิดตัวมาเกือบครบปีแล้ว
ข่าวล่าสุดยังชี้ว่า
-
AMD RDNA 5
-
NVIDIA RTX 60 Series
จะมาในช่วงกลางปี 2027 และไม่มีสัญญาณว่าการ์ดจอรุ่นปัจจุบันจะราคาถูกลงเร็ว ๆ นี้
โดยส่วนตัวแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่า NVIDIA เดิมทีตั้งใจจะเปิดตัว RTX 50 SUPER พร้อมกับ DLSS 4.5 แต่แผนเปลี่ยนไป ทำให้การอัปเดตเทคโนโลยีอัปสเกลและเฟรมเจนกลายเป็นไฮไลต์หลักของ NVIDIA ในงาน CES ปีนี้แทน
ที่มา: VideoCardz



