ทีมโอเวอร์คล็อกจากบราซิล Teclab เปิดเผยว่าพวกเขาสามารถ ข้ามข้อจำกัดความเร็วหน่วยความจำของการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 50 Series ได้สำเร็จ และดันความเร็ว GDDR7 ของการ์ด GALAX GeForce RTX 5070 Ti 1-Click OC ให้เกิน 36 Gbps เป็นครั้งแรก
ทีมงานได้แสดงผลทดสอบผ่าน Unigine Superposition ซึ่งพบว่าคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่าซอฟต์แวร์ตรวจสอบระบบจะยังคงรายงานความเร็วหน่วยความจำที่ต่ำกว่าอยู่ก็ตาม
ตามสเปกของ NVIDIA การ์ด RTX 5070 Ti มาพร้อม
-
หน่วยความจำ 16GB GDDR7
-
บัส 256-bit
-
โดยรุ่น GALAX 1-Click OC ถูกตั้งค่าความเร็วไว้ที่ 28 Gbps
วิธีการปลดล็อกความเร็ว
Teclab ระบุว่าเครื่องมือโอเวอร์คล็อกทั่วไปของ RTX 50 Series จะจำกัด Memory Offset ไว้ที่ +3000 ทำให้ไม่สามารถเพิ่มความเร็ว GDDR7 ได้มากกว่านี้ผ่านซอฟต์แวร์ปกติ
ทีมงานจึงใช้วิธีที่ ทำงานต่ำกว่าระดับซอฟต์แวร์ (ต่ำกว่าชั้นควบคุมทั่วไป) โดยการปรับ reference clock ที่ใช้จัดการความเร็วหน่วยความจำ ทำให้ GPU “เข้าใจ” ว่ายังทำงานที่ความเร็วปกติ แต่ในความเป็นจริงความเร็วหน่วยความจำสูงขึ้นมาก
นอกจากนี้ การ์ดที่ใช้ทดสอบยังถูก ปลดล็อก Power Limit เต็มรูปแบบ ไม่ได้ใช้วิธี shunt mod แบบเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมซอฟต์แวร์จึงแสดง การใช้พลังงานเป็น 0W ระหว่างการทดสอบ
ผลการทดสอบ
คะแนนใน Unigine Superposition เพิ่มขึ้นตามขั้นตอนดังนี้
-
9,922 คะแนน — ไม่มีการโอเวอร์คล็อกความถี่ แต่ปลดล็อก Power Limit
-
11,722 คะแนน — โอเวอร์คล็อก Core +500 / Memory +3000
-
11,993 คะแนน — เปิดใช้เทคนิค bypass ใหม่
Teclab ระบุว่าความเร็วหน่วยความจำจริง มากกว่า 18,000 MHz (Effective) หรือเกิน 36 Gbps แม้ว่าซอฟต์แวร์ตรวจสอบยังคงแสดงค่ามาตรฐาน 28 Gbps
ไม่ใช่ครั้งแรกของ Teclab
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Teclab ดัดแปลงหน่วยความจำการ์ดจอ NVIDIA โดยก่อนหน้านี้ในปี 2024 ทีมงานเคย
-
ดัน GeForce RTX 4070 Ti SUPER ให้ใช้ GDDR6X ที่ 26 Gbps
-
ทดลองใช้ โมดูล GDDR7 จากการ์ด donor กับ RTX 50 Series
-
รวมถึงโปรเจกต์ซ่อมและสร้าง RTX 5070 Ti จาก PCB รุ่นเก่า
ยังเป็นการทดลองระดับห้องแล็บ
อย่างไรก็ตาม การปรับแต่งครั้งนี้ยังคงเป็น การดัดแปลงฮาร์ดแวร์ระดับห้องทดลอง ไม่สามารถทำตามได้ด้วยโปรแกรมทั่วไปอย่าง MSI Afterburner หรือการแฟลช BIOS
Teclab ระบุว่าขั้นตอนต่อไปจะทดลองกับ GALAX RTX 5070 Ti HOF (Hall of Fame) ซึ่งเป็นรุ่นที่คัดชิปคุณภาพสูง เพื่อดูว่าเทคนิคนี้จะสามารถ ดันความเร็วได้ไกลขึ้นอีกหรือไม่
ที่มา: VideoCardz



