ข่าวลือเกี่ยวกับการ หยุดหรือชะลอการผลิต GeForce RTX 5070 Ti เริ่มแพร่สะพัดมาตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยทาง NVIDIA ออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการ ขณะที่ ASUS ก็ออกโรงโต้ว่าไม่ได้มีการตัดซัพพลายโดยเจตนา (แม้ก่อนหน้านี้จะมีถ้อยแถลงบางอย่างที่ชวนให้คิดไปอีกทางก็ตาม)
แต่หลังจากนั้นเพียงราวสองสัปดาห์ เมื่อมีการตรวจสอบราคาจากร้านค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ กลับพบว่า RTX 5070 Ti หลายรุ่นเริ่มขยับราคาเข้าสู่ระดับ “สี่หลัก” หรือเกิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แล้ว ในหลายกรณี ราคาที่เห็นในปุ่ม “Buy Now” ไม่ได้สะท้อนพรีเมียมตามปกติของการ์ดจากแบรนด์ AIB อีกต่อไป แต่ดูคล้ายกับ การตั้งราคาตามภาวะของขาดตลาด (scarcity pricing) มากกว่า
คำถามคือ ซัพพลายของ RTX 5070 Ti ต่ำเกินไปจนไม่สามารถพยุงราคาได้จริง หรือข่าวลือเรื่องการชะลอการผลิตนั้นอาจเป็นความจริง?
จากข้อมูลในร้านอย่าง Best Buy จะเห็นชัดว่าราคาเบี่ยงออกจากจุดเดิมไปไกล แม้แต่การ์ดจากพาร์ตเนอร์ระดับตลาดทั่วไปหลายรุ่นก็ ตั้งราคาเกิน 1,000 ดอลลาร์ แล้ว เหลือเพียงไม่กี่ SKU เท่านั้นที่ยังพอเกาะอยู่ใกล้ระดับ $999
พฤติกรรมของร้านค้าปลีกสะท้อนถึงความเป็นไปได้สองทาง คือ
-
การจัดสรรสินค้าเข้าช่องทางจำกัด
-
หรือการตั้งราคาที่ดุดันจากผู้ขายบุคคลที่สาม (third-party sellers)
หรืออาจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองอย่าง
การปฏิเสธจาก NVIDIA และ ASUS ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าซัพพลายในช่องทางค้าปลีกจะ “แข็งแรง” เสมอไป เพราะต่อให้มีของเข้ามาเพียงไม่กี่ใบต่อรอบ ระบบปรับราคาของร้านก็สามารถดันราคาให้พุ่งขึ้นได้ทันที เมื่อดีมานด์ยังสูง
แม้จะยังพอมีบางข้อเสนอที่ตั้งราคา $859 หรือ $839 หากยอมรับเงื่อนไข mail-in rebate แต่รุ่นอย่าง Ventus ก็ไม่ใช่รุ่นที่ได้รับความนิยมมากนัก และไม่ได้ขึ้นชื่อด้านประสิทธิภาพการระบายความร้อน
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ณ เวลานี้ ราคาเฉลี่ยของ RTX 5070 Ti ในตลาดกลับสูงกว่า MSRP ของ RTX 5080 ไปแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะผิดปกติ และคำถามเรื่อง “ซัพพลายจริง” ของ RTX 5070 Ti ก็ยังคงค้างคาอยู่ต่อไป
ที่มา: VideoCardz



