การกลับมาของ Nintendo สู่ตลาดเครื่องเล่นเกมพกพายุคใหม่ถือเป็นความสำเร็จระดับทำลายสถิติ โดยมีรายงานว่า Nintendo Switch มียอดขายรวมทั่วโลก 155 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก
สำหรับ Nintendo Switch 2 รุ่นใหม่ล่าสุด มียอดขายแล้ว 17.37 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2025 ขณะที่ในไตรมาสช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา มียอดจัดส่งทั่วโลกถึง 7.01 ล้านเครื่อง ส่วน Switch รุ่นดั้งเดิมยังทำยอดขายได้อีก 1.36 ล้านเครื่อง ในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อรวมยอดจัดส่งตลอดอายุการขายของเครื่องในตระกูล Switch ทั้งหมด ตัวเลขได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 155.37 ล้านเครื่อง แซงหน้า Nintendo DS ที่เคยทำได้ 154.02 ล้านเครื่อง อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ Nintendo Switch กลายเป็น เครื่องคอนโซลที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของ Nintendo
ในฝั่งซอฟต์แวร์ ยอดขายเกมสำหรับเครื่องรุ่นใหม่ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยเกมบน Switch 2 มียอดขายรวม 37.93 ล้านชุด ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยเกมจาก Nintendo เอง (First-party)
-
Mario Kart World ทำยอดขายได้ 14.03 ล้านชุด
-
Donkey Kong Bananza 4.25 ล้านชุด
-
Pokémon Legends: ZA 3.89 ล้านชุด
-
Kirby Air Riders ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน ขายไปแล้ว 1.76 ล้านชุด
ขณะเดียวกัน Switch รุ่นเดิมยังคงมีบทบาทในเชิงพาณิชย์ โดยมียอดขายซอฟต์แวร์สะสมในไตรมาสนี้ถึง 108.93 ล้านชุด เกมเก่าในแคตตาล็อกยังขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ
-
Mario Kart 8 Deluxe ที่มียอดขายสะสม 70.59 ล้านชุด
-
Super Mario Party Jamboree 9.41 ล้านชุด
ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความสามารถในการเล่นเกมย้อนหลัง (Backward Compatibility)
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูว่ายอดขายจะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากมีรายงานว่า Nintendo อาจเตรียมปรับขึ้นราคา Switch 2 โดยอาจยุติการจำหน่ายรุ่นพื้นฐานราคา 449 ดอลลาร์สหรัฐ และหันไปขายเฉพาะชุดบันเดิลในราคา 499 ดอลลาร์หรือสูงกว่า ซึ่งเท่ากับการปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 50 ดอลลาร์
แนวโน้มดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งแรงกดดันด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ผลักดันให้ผู้ผลิตคอนโซลรายใหญ่อย่าง Sony และ Microsoft ปรับขึ้นราคาสินค้าหลังวางจำหน่ายมาแล้วเช่นกัน
ที่มา: TechPowerUp



