
POCO M Series กำลังก้าวขึ้นสู่ตลาดระดับบนหรือไม่?
POCO M8 Series กับการอัปเกรดที่ใกล้คำว่า “แฟลกชิป” มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา POCO M Series ถูกวางตำแหน่งเป็นสมาร์ตโฟนสาย “ความบันเทิงคุ้มค่า” เน้นจอใหญ่ แบตอึด สเปกแรงเกินราคา แต่สิ่งที่ POCO ทำกับ M8 Series ในครั้งนี้ ดูเหมือนจะไปไกลกว่านั้นอย่างชัดเจน เพราะไม่ใช่แค่การอัปเกรดตามรอบสินค้า หากแต่เป็นการดึงฟีเจอร์ระดับแฟลกชิปลงมาสู่ซีรีส์ M อย่างจริงจัง
คำถามสำคัญคือ…
นี่คือสัญญาณว่า POCO กำลัง “ขยับทั้งไลน์ขึ้นตลาดบน” หรือไม่?

แบตเตอรี่และชาร์จ: ระดับที่ไม่ควรเห็นในซีรีส์ M
หนึ่งในไฮไลต์ที่ชัดเจนที่สุดของ POCO M8 Pro คือแบตเตอรี่ 6,500mAh ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Galaxy A36, A56 หรือ Moto G86 ที่ยังอยู่แถว 5,000mAh
แต่สิ่งที่ทำให้ M8 Pro แตกต่างจริง ๆ คือ 100W HyperCharge
นี่คือเทคโนโลยีที่ปกติเราจะพบในรุ่นเรือธงหรือ F Series เท่านั้น ผลลัพธ์คือชาร์จเต็มได้ราว 40 นาที หรือประมาณ 50% ภายใน 20 นาที เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างมาก
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น M8 Pro รองรับ Reverse Charging 22.5W สามารถใช้เป็น Power Bank ให้กับอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย
ฝั่ง POCO M8 รุ่นมาตรฐาน ก็ไม่น้อยหน้า เพราะอัปเกรดความเร็วชาร์จเป็น 45W แซงหน้า Galaxy A26 / A17 ที่ยังอยู่ที่ 25W และดีกว่ารุ่น M7 เดิมอย่างชัดเจน

กล้อง: เมื่อ DNA จาก F Series ลงมาสู่ M Line
หากจะบอกว่า M8 Pro “ข้ามชนชั้น” จริง ๆ จุดนี้คือเหตุผลสำคัญ
POCO เลือกใช้ Light Fusion 800 ซึ่งเป็นเซนเซอร์หลักจาก F Series ลงมาใน M8 Pro พร้อม OIS (Optical Image Stabilization)
ผลที่ได้ไม่ใช่แค่ภาพสวยขึ้น แต่คือคุณภาพเชิงเทคนิคที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง Dynamic Range, การควบคุมนอยส์ในที่แสงน้อย และความแม่นยำของสี ซึ่งทั้งหมดนี้เคยเป็นจุดขายของรุ่นราคาสูงกว่าเท่านั้น
ด้านวิดีโอ รองรับ 4K Recording พร้อม DAG HDR ที่ประมวลผลเฟรมสว่าง–มืดแบบเรียลไทม์ ลดอาการ Ghosting และ Latency
ฟีเจอร์เสริมอย่าง Ultra-Clear Portrait, Dynamic Shots 2.0 (คลิปเคลื่อนไหว 3 วินาที) ก็ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ “มือถือสายครีเอทีฟ” ของ M Series ได้อย่างลงตัว

จอภาพ: ขยับขึ้นทั้งความละเอียดและความสว่าง
POCO M8 Pro อัปเกรดจอในสองจุดสำคัญพร้อมกัน
1. ความละเอียด 1.5K
เหนือกว่า FHD+ ที่ใช้ใน M7 Pro และ Galaxy A56 ให้ความคมชัดที่สัมผัสได้จริง โดยเฉพาะการดูวิดีโอและคอนเทนต์ความละเอียดสูง
2. ขนาดและดีไซน์
จอขยายเป็น 6.83 นิ้ว พร้อมขอบจอบางมาก โดยเฉพาะขอบล่างเพียง 2.03 มม. ให้ความรู้สึกแบบ “จอเต็มมือ” ใกล้เคียงมือถือเรือธง
ด้านความสว่าง ทั้งซีรีส์ทำได้สูงสุด 3,200 nits ทิ้งห่าง Galaxy A56 ที่ 1,900 nits อย่างชัดเจน ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย
ที่น่าสนใจคือ POCO M8 รุ่นปกติ ยังได้ จอโค้ง OLED ซึ่งปกติสงวนไว้ให้กับรุ่นระดับบน เพิ่มทั้งความพรีเมียมและความสวยงามในการใช้งานจริง

ประสิทธิภาพ: สเปกระดับที่ “แรงเกินราคา” อีกครั้ง
POCO M8 Pro มาพร้อม Snapdragon 7s Gen 4 (4nm) ทำคะแนน AnTuTu ทะลุ 1 ล้านคะแนน
แรงขึ้นราว 70% จากรุ่นก่อน และสูงกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันประมาณ 20–30%
ส่วน POCO M8 ใช้ Snapdragon 6 Gen 3 ซึ่งให้ประสิทธิภาพเกือบ 2 เท่า ของ Snapdragon 685 เดิม ความลื่นในการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมดีขึ้นแบบรู้สึกได้ทันที

บทสรุป: นี่ไม่ใช่แค่ “อัปเกรด” แต่คือการขยับตำแหน่งทางการตลาด
POCO M8 Series แสดงให้เห็นชัดเจนว่า POCO ไม่ได้ต้องการให้ M Series เป็นแค่ “มือถือคุ้มราคา” อีกต่อไป แต่กำลังผลักดันให้เป็น ประสบการณ์ระดับแฟลกชิปในงบที่เข้าถึงได้
M8 Pro เด่นครบทั้งแบต ชาร์จ จอ กล้อง และพลังประมวลผล
M8 เน้นดีไซน์บาง POCO M Series ที่บางที่สุด โค้งสวย พร้อมฟีเจอร์ระดับ Pro ในราคาที่จับต้องได้
ทั้งสองรุ่นเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 มกราคม
แล้วคุณล่ะ…
คิดว่า POCO กำลังพา M Series “ไต่ระดับขึ้นตลาดบน” จริงหรือไม่
และระหว่าง M8 กับ M8 Pro รุ่นไหนคือคำตอบของคุณ?
POCO M8 :https://s.lazada.co.th/a.Wouj4



