ระบบไฟล์ FAT32 ถือกำเนิดขึ้นในปี 1996 พร้อมกับ Windows 95 เวอร์ชัน OSR2 โดยมีเป้าหมายเพื่อมาแทนที่ระบบเดิมอย่าง FAT16 แม้ในทางเทคนิค FAT32 จะรองรับความจุได้สูงสุดถึง 2TB แต่ด้วย “การตัดสินใจเพียงชั่วขณะ” ของนักพัฒนาในยุคนั้น ทำให้ Windows ถูกจำกัดการฟอร์แมตไว้ที่ 32GB มาโดยตลอด
ล่าสุด Microsoft ได้ยกเลิกข้อจำกัด 32GB ของ FAT32 อย่างเป็นทางการใน Windows 11 เวอร์ชันใหม่ โดยใน Windows 11 Insider build 26220 / 26300 ขนาดพาร์ทิชัน FAT32 ถูกเพิ่มจาก 32GB เป็นสูงสุด 2TB
ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้ หากต้องการฟอร์แมต FAT32 ที่มีขนาดเกิน 32GB ผู้ใช้จำเป็นต้องพึ่งโปรแกรมจากภายนอก หรือใช้คำสั่งพิเศษผ่าน PowerShell
แล้วทำไม FAT32 บน Windows ถึงถูกจำกัดไว้ที่ 32GB มาตลอด? คำตอบมาจาก Dave Plummer อดีตนักพัฒนา Windows 95 ซึ่งเล่าว่าในช่วงปลายปี 1994 เขาเป็นผู้เขียนหน้าต่างฟอร์แมตดิสก์ และต้องกำหนดขนาดพาร์ทิชันสูงสุด
ในเช้าวันหนึ่งที่ฝนตก เขาเขียนตัวเลข “32GB” ลงบนกระดาษแบบคร่าว ๆ เพราะคิดว่า “มันใหญ่มากแล้วในยุคนั้น และน่าจะพอใช้ไปได้อีกหลายปี” แต่สุดท้ายตัวเลขนี้กลับถูกฝังอยู่ในโค้ดของ Windows และกลายเป็นข้อจำกัดที่อยู่มานานกว่า 30 ปี
อย่างไรก็ตาม แม้ Windows 11 จะยกเลิกข้อจำกัดนี้แล้ว แต่ปัจจุบันมีการปรับเฉพาะในเครื่องมือฟอร์แมตผ่าน Command Line (CMD) เท่านั้น ส่วนเครื่องมือฟอร์แมตแบบกราฟิกและตัวจัดการพาร์ทิชันที่ Dave Plummer เคยพัฒนาไว้ ยังคงมีข้อจำกัด 32GB เหมือนเดิม
พูดง่าย ๆ คือแก้มาแค่ครึ่งเดียว ซึ่งหลายคนก็มองว่าในเมื่อผู้ใช้คุ้นเคยกับวิธีเดิมอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงแบบนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด
ที่มา: HKEPC



