SK hynix เตรียมผลิต LPDDR6 จำนวนมากครึ่งหลังปี 2026 เร็วสูงสุด 14.4 Gbps ประหยัดพลังงานกว่าเดิม 20% พร้อม Xiaomi เป็นลูกค้ารายแรก
SK hynix เดินหน้าแผนพัฒนาหน่วยความจำมือถือยุคใหม่ โดยมีรายงานจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า บริษัทเตรียมเริ่ม การผลิต LPDDR6 จำนวนมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 พร้อมตั้งเป้าความเร็วสูงสุด 14.4 Gbps และประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีกว่า LPDDR5X มากกว่า 20% ขณะที่ Xiaomi คาดว่าจะเป็นลูกค้ารายแรกที่นำหน่วยความจำรุ่นใหม่นี้ไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นถัดไป
นอกจากนี้ SK hynix ยังวางแผนขยายการใช้งาน LPDDR6 ไปยังตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ผ่านโมดูล SOCAMM โดยตั้งเป้าการผลิตเชิงพาณิชย์ภายในปี 2028
เร็วขึ้น 33% ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 1c
LPDDR6 ของ SK hynix ผลิตด้วยเทคโนโลยี 1c (Sixth-Generation 10nm-Class Process) ซึ่งเป็นกระบวนการผลิต DRAM รุ่นล่าสุดของบริษัท
สเปกที่เปิดเผยในเบื้องต้น ได้แก่
- ความเร็วสูงสุด 14.4 Gbps
- เร็วกว่า LPDDR5X ที่มีความเร็วสูงสุด 10.7 Gbps ประมาณ 33%
- ประหยัดพลังงานมากกว่า 20%
การเพิ่มประสิทธิภาพครั้งนี้จะช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถรองรับงาน AI บนอุปกรณ์ (On-device AI) การเล่นเกม และการประมวลผลที่หนักขึ้นได้ดียิ่งกว่าเดิม
ใช้ Sub-Channel และ Dynamic Voltage Scaling ลดการใช้พลังงาน
SK hynix ระบุว่าประสิทธิภาพด้านพลังงานของ LPDDR6 มาจากเทคโนโลยีหลัก 2 ส่วน ได้แก่
- Sub-Channel Architecture ที่แยกช่องทางการรับส่งข้อมูลออกเป็นหลายส่วน ทำให้ระบบเปิดใช้งานเฉพาะช่องที่จำเป็น ลดการใช้พลังงานโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพ
- Dynamic Voltage and Frequency Scaling (DVFS) ที่สามารถปรับแรงดันไฟฟ้าและความถี่การทำงานแบบเรียลไทม์ตามภาระงาน แทนการทำงานที่ระดับคงที่เหมือนในอดีต ส่งผลให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Xiaomi คาดเป็นลูกค้ารายแรก
รายงานระบุว่า Xiaomi จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายแรกที่เลือกใช้ LPDDR6 ของ SK hynix โดยคาดว่าจะนำไปใช้กับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่เปิดตัวหลังจากเริ่มการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
การคว้าลูกค้ารายใหญ่จากจีนตั้งแต่ช่วงแรก ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ SK hynix ในการรักษาความเป็นผู้นำตลาด ก่อนที่ผู้ผลิตหน่วยความจำรายอื่น โดยเฉพาะ CXMT (ChangXin Memory Technologies) จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้ทัดเทียม
LPDDR6 กำลังเข้าสู่ตลาด AI Server
นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว LPDDR6 ยังถูกผลักดันเข้าสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ผ่านมาตรฐาน SOCAMM (Small Outline Compression Attached Memory Module)
ข้อดีของ LPDDR6 SOCAMM ได้แก่
- ใช้พลังงานต่ำกว่า DDR5 อย่างมาก
- ให้แบนด์วิดท์สูง
- เหมาะสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ต้องการประหยัดพลังงานและเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำ
ปัจจุบัน JEDEC ตั้งเป้าพัฒนาโมดูล LPDDR6 SOCAMM ความจุสูงสุด 512GB สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขณะที่ AMD ได้ยืนยันแล้วว่า ซีพียู EPYC สถาปัตยกรรม Zen 7 จะรองรับหน่วยความจำ LPDDR รุ่นใหม่
ด้วยเหตุนี้ SK hynix จึงตั้งเป้าให้ LPDDR6 SOCAMM พร้อมเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ภายในปี 2028 เพื่อรองรับความต้องการของตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์ยุคถัดไป
หากแผนดำเนินไปตามกำหนด LPDDR6 จะกลายเป็นมาตรฐานหน่วยความจำหลักทั้งในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงและเซิร์ฟเวอร์ AI โดยมอบทั้งความเร็วที่สูงขึ้น การใช้พลังงานที่ต่ำลง และรองรับเวิร์กโหลด AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต
ที่มา: Tweaktown



