ราคาการ์ดจอพุ่งไม่หยุด! ASUS ROG Astral RTX 5080 ทะลุ MSRP ของ RTX 5090 แล้วในสหรัฐฯ แตะ 2,099 ดอลลาร์
สถานการณ์ราคาการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 50 Series ในสหรัฐอเมริกายังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Best Buy ได้ปรับขึ้นราคาการ์ดหลายรุ่นอีกครั้ง ส่งผลให้ ASUS ROG Astral GeForce RTX 5080 OC มีราคาสูงถึง 2,099.99 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแพงกว่า MSRP ของ GeForce RTX 5090 Founders Edition ที่เปิดตัวไว้ที่ 1,999.99 ดอลลาร์ ถึง 100 ดอลลาร์
นับเป็นครั้งแรกที่การ์ด RTX 5080 รุ่นมาตรฐาน ถูกวางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกรายใหญ่ในราคาสูงกว่าราคาเปิดตัวของ RTX 5090
ราคาเพิ่มขึ้น 40% จากวันเปิดตัว
ASUS เปิดตัว ROG Astral RTX 5080 OC ในเดือนมกราคม ปี 2025 ด้วยราคา 1,499.99 ดอลลาร์
แต่หลังการปรับราคาครั้งล่าสุดของ Best Buy ราคาขยับขึ้นเป็น
- 2,099.99 ดอลลาร์
หรือเพิ่มขึ้นถึง 600 ดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 40% จากราคาเปิดตัว
หากเทียบกับ GeForce RTX 5080 Founders Edition ของ NVIDIA ที่มีราคาแนะนำ 999 ดอลลาร์ การ์ดรุ่นนี้มีราคาสูงกว่าถึง 1,100 ดอลลาร์
RTX 5090 รุ่นพรีเมียมก็ขึ้นราคาตาม
ไม่เพียงแต่ RTX 5080 เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ Best Buy ยังปรับราคาการ์ด RTX 5090 หลายรุ่นขึ้นเช่นกัน ได้แก่
- ASUS ROG Astral RTX 5090 ราคา 4,829.99 ดอลลาร์
- MSI GeForce RTX 5090 Suprim Liquid SOC ราคา 4,599.99 ดอลลาร์
ผู้ใช้งานบน Reddit รายงานว่า ASUS ROG Astral RTX 5090 เพิ่งถูกปรับขึ้นราคาอีก 500 ดอลลาร์ ในรอบล่าสุด
อย่างไรก็ตาม GeForce RTX 5090 Founders Edition ของ NVIDIA ยังคงแสดงราคา 1,999.99 ดอลลาร์ บนเว็บไซต์ Best Buy แม้ว่าสินค้าจะหมดสต็อกอยู่ในขณะนี้
ไม่ใช่ RTX 5080 ทุกรุ่นที่ปรับราคา
แม้การ์ดระดับไฮเอนด์ของ ASUS จะมีราคาพุ่งสูง แต่ Best Buy ยังไม่ได้ปรับราคาการ์ด RTX 5080 ทุกรุ่น
ตัวอย่างเช่น
- PNY GeForce RTX 5080 ARGB OC ยังมีราคา 1,399.99 ดอลลาร์
และยังมี RTX 5080 อีกหลายรุ่นที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 ดอลลาร์
สะท้อนว่า Best Buy เลือกปรับราคาตามแต่ละรุ่น (Model-by-Model) มากกว่าจะขึ้นราคาทั้งซีรีส์พร้อมกัน
ร้านอื่นยังขายถูกกว่า
แม้ Best Buy จะปรับราคาขึ้นอย่างหนัก แต่ยังมีร้านค้ารายอื่นที่จำหน่าย RTX 5080 ในราคาต่ำกว่า โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า
- PNY GeForce RTX 5080 มีราคาต่ำสุดประมาณ 1,257 ดอลลาร์
ซึ่งถูกกว่าราคาที่ Best Buy ตั้งไว้หลายร้อยดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคควรรีบซื้อทันที แต่เป็นสัญญาณว่าราคาการ์ดจอมีแนวโน้ม ไม่ลดลงในระยะอันใกล้
วิกฤติหน่วยความจำยังเป็นปัจจัยสำคัญ
การปรับขึ้นราคาของการ์ดจอ RTX 50 Series สอดคล้องกับสถานการณ์ในอุตสาหกรรมหน่วยความจำที่กำลังเผชิญภาวะตึงตัว โดยเฉพาะชิป GDDR7 และ DRAM ที่มีความต้องการสูงจากตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตการ์ดจอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหลายรายยังเลือกวางตำแหน่งการ์ดรุ่นพรีเมียมให้มีราคาสูงกว่าราคาอ้างอิงของ NVIDIA อย่างมาก ทำให้ในปัจจุบัน ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อการ์ดจอระดับไฮเอนด์อาจต้องเผชิญกับราคาที่สูงกว่าช่วงเปิดตัวอย่างมีนัยสำคัญ และยังไม่มีสัญญาณว่าตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้
ที่มา: VideoCardz



