RTX 5090 กลายเป็นของกลางคดีลักลอบข้ามแดน! มาเก๊ายึด 2 ใบพร้อมบุหรี่ 126,000 มวน
GeForce RTX 5090 กำลังมีสถานะไกลจากคำว่า “การ์ดจอสำหรับเกมเมอร์” มากขึ้นทุกที หลังมีรายงานว่า ศุลกากรมาเก๊ายึด RTX 5090 จำนวน 2 ใบ ในปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบค้าข้ามพรมแดนช่วงวันที่ 11–17 กันยายน 2026
เหตุการณ์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะ RTX 5090 ถูกพบอยู่ท่ามกลางของกลางประเภท บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หูฟัง และเงิน จนกลายเป็นภาพที่สะท้อนว่าการ์ดจอระดับเรือธงกำลังมีมูลค่าในตลาดสูงผิดจากภาพเดิม ๆ ของสินค้า Consumer Electronics อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดเจน: ประกาศอย่างเป็นทางการของศุลกากรมาเก๊าไม่ได้ระบุ RTX 5090 ไว้ในรายการสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ภาพของกลางที่หน่วยงานเผยแพร่แสดงให้เห็นการ์ด ASUS ROG Astral RTX 5090 จำนวน 2 ใบ และรวมถึงสื่อที่ติดตามเรื่องนี้รายงานว่าการ์ดทั้งสองใบเป็นส่วนหนึ่งของของกลางชุดดังกล่าว
ศุลกากรมาเก๊าจับ 12 คดีในสัปดาห์เดียว
ศุลกากรมาเก๊าระบุว่า ระหว่างวันที่ 11–17 กันยายน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดคดีลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าได้ 12 คดี ที่สนามบินนานาชาติมาเก๊า ด่านสะพานฮ่องกง–จูไห่–มาเก๊า และด่าน Portas do Cerco
ของกลางที่ระบุในประกาศอย่างเป็นทางการประกอบด้วยประมาณ
บุหรี่ 126,000 มวน
บุหรี่ไฟฟ้า 75,000 มวน
หูฟัง 359 ชิ้น
เม็ดเงินที่สงสัยว่าเป็นเงินบริสุทธิ์ประมาณ 47 กิโลกรัม
อุปกรณ์สูบบุหรี่ไฟฟ้า 6 ชิ้น
มีมูลค่ารวมประมาณ 1.51 ล้านดอลลาร์มาเก๊า และมีภาษีบุหรี่ที่เกี่ยวข้องประมาณ 189,000 ดอลลาร์มาเก๊า
หากแปลงเป็นเงินไทยด้วยอัตรา 1 MOP ≈ 4.14 บาท ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 มูลค่าของกลางทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 6.25 ล้านบาท
แต่ตัวเลข 1.51 ล้าน MOP นี้เป็น มูลค่าของกลางทั้งหมดใน 12 คดี ไม่ใช่มูลค่าของ RTX 5090 สองใบโดยเฉพาะ
แล้ว RTX 5090 โผล่มาได้อย่างไร?
แม้ประกาศของศุลกากรไม่ได้เขียนชื่อ GPU เอาไว้ แต่ภาพประกอบที่เผยแพร่พร้อมข่าวแสดงให้เห็น ASUS ROG Astral RTX 5090 สองใบวางอยู่ข้างกล่องหูฟังจำนวนมาก
HKEPC รายงานว่า GPU ทั้งสองใบเป็น RTX 5090 และถูกยึดในปฏิบัติการเดียวกัน ขณะที่สื่ออื่น ๆ ก็นำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อ
ดังนั้นคำว่า “ศุลกากรมาเก๊ายึด RTX 5090” จึงมีหลักฐานจากภาพประกอบและรายงานของสื่อ แต่รายละเอียดว่า ใครเป็นผู้ถือครอง GPU ทั้งสองใบ และลักลอบนำผ่านด่านใด ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างละเอียดในประกาศทางการ
ทำไม RTX 5090 ถึงมีแรงจูงใจให้ลักลอบ?
เหตุผลหนึ่งมาจาก ความแตกต่างระหว่าง RTX 5090 สำหรับตลาดทั่วไปกับรุ่นที่ NVIDIA จัดจำหน่ายในจีนแผ่นดินใหญ่
RTX 5090 รุ่นมาตรฐานมี 32GB GDDR7 และ Memory Bus 512-bit ตามข้อมูลของ NVIDIA
ขณะที่ GeForce RTX 5090 D v2 ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ มี 24GB GDDR7 และ Bus 384-bit โดย NVIDIA ระบุราคาเริ่มต้นในจีนที่ 16,499 หยวน
นั่นทำให้ RTX 5090 รุ่นมาตรฐานมีข้อแตกต่างด้าน Memory Capacity และ Memory Interface อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับงานที่ใช้ VRAM หนัก เช่น AI, Rendering และงานประมวลผลบางประเภท
ดังนั้นนอกจากตลาดเกมแล้ว RTX 5090 ยังมีมูลค่าในตลาด AI Workstation และ Grey Market อีกด้วย
จาก GPU เกมมิ่ง สู่สินค้าในตลาดสีเทา
ความผิดปกติของตลาด RTX 5090 ในปี 2026 ไม่ได้อยู่แค่เรื่องของการยึดของกลางครั้งนี้
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าบริษัทและผู้ประกอบการในจีนบางรายกำลัง ซื้อ RTX 5090 จากตลาดต่างประเทศในปริมาณมาก แล้วนำไปประกอบเป็น AI Workstation เนื่องจากความแตกต่างด้านความสามารถของรุ่นที่มีจำหน่ายในจีน
มีการพบราคาของ RTX 5090 บางรุ่นพุ่งไปถึงระดับ 6,500–10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในบางตลาดและบางรายการ แม้ราคา MSRP ของ NVIDIA จะอยู่ต่ำกว่านั้นมาก
เมื่อ GPU มีทั้ง ความต้องการจาก AI + Supply จำกัด + ความแตกต่างของรุ่นตามภูมิภาค มูลค่าของการ์ดจึงสามารถสูงขึ้นจนมีแรงจูงใจสำหรับการค้าข้ามแดน
ASUS ROG Astral RTX 5090 ที่ถูกยึดก็ไม่ใช่การ์ดธรรมดา
การ์ดที่เห็นในภาพเป็นตระกูล ROG Astral RTX 5090 ของ ASUS ซึ่งมีการกำหนดค่าสูงกว่ารุ่นมาตรฐานในบางด้าน
ตัวอย่างเช่น ROG Astral RTX 5090 Edition 20 ใช้ 32GB GDDR7, Bus 512-bit และ Boost Clock สูงสุด 2,760MHz ใน OC Mode ตามข้อมูลของ ASUS
ดังนั้นของกลางสองใบในภาพไม่ได้เป็นเพียง “GPU ทั่วไป” แต่เป็นการ์ดระดับไฮเอนด์ที่มีมูลค่าสูงในตลาด
มาเก๊าอยู่ติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ และมีระบบศุลกากรของตัวเอง
มาเก๊าเป็นเขตบริหารพิเศษของจีนและมี เขตศุลกากรแยกจากจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามพรมแดนอยู่ภายใต้กฎศุลกากรของมาเก๊า
ศุลกากรมาเก๊าระบุว่าการปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งจัดการกิจกรรม parallel trading หรือ “水客” และเพิ่มการตรวจสอบตามจุดผ่านแดน รวมถึงใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับสินค้าที่ซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ
ในคดีทั้ง 12 คดี ผู้เกี่ยวข้องมีอายุระหว่าง 18–53 ปี และศุลกากรดำเนินคดีภายใต้กฎหมายการค้าต่างประเทศของมาเก๊า โดยผู้กระทำผิดอาจถูกปรับสูงสุด 100,000 MOP หากพิสูจน์ความผิดได้
ภาพนี้บอกอะไรกับตลาด GPU?
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่มูลค่าของ RTX 5090 สองใบ เพราะเมื่อเทียบกับของกลางทั้งหมดแล้วจำนวนเพียงสองใบแทบไม่มีผลต่อยอดรวม
แต่ภาพที่ RTX 5090 ถูกวางอยู่ข้างบุหรี่และหูฟังในภาพการยึดของกลางของศุลกากร สะท้อนสถานะที่เปลี่ยนไปของการ์ดจอรุ่นเรือธง
จากเดิมที่เป็นสินค้าสำหรับเกมเมอร์ Enthusiast ตอนนี้ RTX 5090 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากทั้ง VRAM 32GB, ความต้องการ AI, ข้อจำกัดด้าน Supply และความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ระหว่างภูมิภาค
จึงไม่น่าแปลกที่มันจะเริ่มปรากฏในตลาดซื้อขายข้ามพรมแดน หรือแม้แต่ในคดีลักลอบค้าสินค้า
แต่ในกรณีมาเก๊าครั้งนี้ ต้องย้ำอีกครั้งว่า ศุลกากรไม่ได้ระบุชื่อ RTX 5090 ในรายการของกลางที่ประกาศอย่างเป็นทางการ การระบุว่ามี 2 ใบนั้นมาจากภาพของกลางและการรายงานของสื่อที่ติดตามเหตุการณ์
พูดแบบภาษาคอไอทีได้ว่า จากเมื่อก่อน RTX 5090 เป็นของที่เกมเมอร์ต้องแย่งกันซื้อ วันนี้มันเริ่มกลายเป็นของที่ศุลกากรต้องแย่งกันยึดแล้ว แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้มีแค่กระแสเกม หากยังรวมถึงมูลค่าของ GPU ในยุค AI และตลาดข้ามภูมิภาคที่มีข้อจำกัดแตกต่างกันด้วย
ที่มา: VideoCardz



