ChintzyPC ได้ทดสอบการ์ด RTX 3080 Ti 20GB เวอร์ชันก่อนวางจำหน่าย ซึ่งดูเหมือนจะใช้ชิป GA102-250 พร้อมการจัดวางหน่วยความจำแบบ 20 ชิป และบัส 320-bit โดยจำเป็นต้องใช้ไดรเวอร์แพตช์แบบไม่เป็นทางการเพื่อให้ทำงานได้ตามปกติ และผลทดสอบด้านเกมกลับใกล้เคียง RTX 3080 มากกว่า RTX 3080 Ti รุ่นขายจริง ในทุกครั้งที่มีการพูดถึงการ์ดใบนี้ มันมักถูกยกเป็นตัวอย่างว่าข่าวลือบางเรื่องก็กลายเป็นความจริงในภายหลัง
ก่อนหน้านี้เราทราบกันอยู่แล้วว่า NVIDIA เคยพัฒนา RTX 3080 และ RTX 3080 Ti รุ่นหน่วยความจำ 20GB จากข้อมูลหลุดในเอกสารขนส่งและฐานข้อมูลการรับรองต่าง ๆ แต่ NVIDIA ไม่เคยยอมรับอย่างเป็นทางการว่าการ์ดรุ่นนี้มีอยู่จริง
ChintzyPC ระบุว่าเขาไม่เพียงแค่ได้ครอบครองการ์ดใบนี้เท่านั้น แต่ยังถอดชิ้นส่วนและพยายามทำให้มันใช้งานได้จริง สิ่งที่น่าสนใจจากรายงานล่าสุดคือ ลักษณะของฮาร์ดแวร์ที่ดู ใกล้เคียงกับสินค้าขายปลีกมากในแวบแรก ผู้ใช้บอกว่าการ์ดมาพร้อม กล่องแพ็กเกจ ซึ่งถือว่าไม่ปกติสำหรับฮาร์ดแวร์ก่อนวางจำหน่ายที่มักหลุดออกมาแบบไม่มีกล่องเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม การแกะการ์ดเผยให้เห็นดีไซน์ที่ไม่ตรงกับ RTX 3080 Ti รุ่นขายจริง ตามบันทึกของผู้ใช้ ตัวจีพียูถูกระบุว่าเป็น GA102-250 และแผงวงจรใช้การจัดวางหน่วยความจำคล้าย RTX 3090 คือมี GDDR6X 10 ชิปด้านหน้า และ 10 ชิปด้านหลัง รวมเป็น 20 ชิป นอกจากนี้ยังอ้างว่าอินเทอร์เฟซหน่วยความจำเป็นแบบ 320-bit แทนที่จะเป็น 384-bit เหมือน RTX 3080 Ti รุ่นปกติ ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดใช้งานตัวควบคุมหน่วยความจำเพียง 10 ชุด
PCB ถูกอธิบายว่าเป็นดีไซน์ลูกผสม คล้ายบอร์ดสไตล์ RTX 3090 ที่ถูกตัดทอนบางส่วน และ ไม่มีส่วนของ NVLink นอกจากนี้ ยังเคยมีรายงานพบ RTX 3080 Ti 20GB รุ่น Custom ในรัสเซีย ซึ่งถูกระบุว่าพร้อมขายแล้ว แต่ไม่เคยออกสู่ตลาดผ่านช่องทางทางการ และน่าจะถูกจำหน่ายแบบไม่เป็นทางการแทน
ในด้านซอฟต์แวร์ ผู้ใช้รายงานว่าไดรเวอร์ GeForce มาตรฐานไม่สามารถเปิดการทำงานได้สมบูรณ์ เขาจึงต้องใช้ไดรเวอร์ที่ถูกแพตช์ผ่านโปรเจกต์ GitHub ชื่อ “NVIDIA-patcher” ซึ่งมีการระบุรองรับ “RTX 3080 Ti 20GB” โดยตรง วิธีนี้เป็นแนวทาง ไม่เป็นทางการ แต่จำเป็นเพื่อให้การ์ดทำงาน 3D ในเกมและเบนช์มาร์กได้ตามปกติ
ผลทดสอบพบว่า คะแนนเบนช์มาร์กที่เน้นการเล่นเกมออกมาใกล้เคียง RTX 3080 มากกว่า RTX 3080 Ti รุ่นขายจริง ผู้ใช้ให้เหตุผลว่าส่วนต่างนี้มาจาก แบนด์วิดท์ที่ลดลงจากบัส 320-bit รวมถึง เพาเวอร์ลิมิต 350W
ผล 3DMark ที่รายงาน ได้แก่
-
Speed Way: 5042 (เดิม) / 5403 (โอเวอร์คล็อก)
-
Steel Nomad: 4863 (เดิม) / 5155 (โอเวอร์คล็อก)
-
Port Royal: 13105 (เดิม) / 13947 (โอเวอร์คล็อก)
ขณะเดียวกัน รายงานยังระบุว่าการใช้งานที่เป็นงานคำนวณหนักหรือเรนเดอร์จริงจัง ทำให้ระบบ แครชภายในไม่กี่วินาที ส่งผลให้ความจุ VRAM ที่เพิ่มขึ้นนั้น แทบไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงกับงานที่ต้องการหน่วยความจำสูงอย่างแท้จริง
ที่มา: VideoCardz



