วิกฤต HDD ยาวถึงปี 2030! Seagate เผยกำลังผลิตฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่ถูกจองถึงปี 2028 ลูกค้าจองล่วงหน้าถึงปี 2029 ส่วน HDD 50TB เตรียมมาในปี 2028
ใครที่กำลังรอให้ราคาฮาร์ดดิสก์กลับสู่ระดับปกติ อาจต้องรออีกนานกว่าที่คิด หลัง Seagate เปิดเผยว่ากำลังการผลิตฮาร์ดดิสก์สำหรับตลาดองค์กรและดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่ถูกจัดสรรให้ลูกค้าไปจนถึงปี 2028 แล้ว ขณะที่ลูกค้าบางรายเริ่มวางแผนจัดหาสินค้าล่วงหน้าไปถึงปี 2029 และหลังจากนั้น ท่ามกลางความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจาก AI และบริการคลาวด์
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการประชุมนักลงทุนของ Seagate เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 โดย Dave Mosley ซีอีโอของบริษัท ระบุว่าความต้องการจัดเก็บข้อมูลยังเติบโตต่อเนื่อง และสัญญาระยะยาวกับลูกค้าช่วยให้บริษัทมองเห็นความต้องการล่วงหน้าได้ไกลขึ้น รายงานจาก Tom’s Hardware ระบุว่ากำลังการผลิตส่วนใหญ่ถูกจองไว้ถึงปี 2028 และลูกค้ากำลังเจรจาจัดสรรกำลังการผลิตสำหรับปี 2029 ต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เน้นไปที่ HDD ความจุสูงสำหรับตลาดองค์กรและดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ได้หมายความว่าฮาร์ดดิสก์ทุกประเภทที่จำหน่ายให้ผู้บริโภคทั่วไปทั่วโลกถูกจองหมดแล้วทั้งหมด
AI Agent ใช้ข้อมูลมากกว่าแชตบอตทั่วไปหลายเท่า
หนึ่งในปัจจัยที่ Seagate ให้ความสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านจาก AI แชตบอตแบบโต้ตอบทั่วไป ไปสู่ AI Agent ที่สามารถวางแผน ทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอน และทำงานร่วมกับเอเจนต์ตัวอื่นได้
ข้อมูลจาก Seagate ระบุว่า AI Agent สามารถสร้างโทเคนได้มากกว่าแชตบอตทั่วไปสูงสุดถึง 15 เท่า เนื่องจากระบบต้องประมวลผลบริบทที่ต่อเนื่อง เก็บข้อมูลจากการทำงานก่อนหน้า และนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ในการตัดสินใจครั้งต่อไป
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริบทของโมเดล AI ส่วนหนึ่งอยู่ในรูปแบบ KV Cache หรือ Key-Value Cache ซึ่งช่วยให้ระบบไม่จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลเดิมซ้ำทุกครั้งที่มีการโต้ตอบ แต่เมื่อเซสชันการทำงานยาวขึ้นและมีเอเจนต์จำนวนมากทำงานพร้อมกัน ปริมาณข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
KV Cache โดยทั่วไปจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำของ GPU หรือ DRAM เพื่อให้เข้าถึงได้รวดเร็ว แต่เมื่อข้อมูลมีขนาดใหญ่และต้องเก็บไว้เป็นเวลานาน ระบบอาจต้องใช้สถาปัตยกรรมจัดเก็บข้อมูลหลายระดับ เพื่อโยกข้อมูลบางส่วนไปยังพื้นที่จัดเก็บที่มีความจุสูงกว่าและมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่า
นี่คือจุดที่ HDD มีความสำคัญ เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่เก็บข้อมูลสำหรับโมเดล AI เท่านั้น แต่ยังต้องจัดเก็บชุดข้อมูล ผลลัพธ์จากการประมวลผล และข้อมูลที่ต้องนำกลับมาใช้งานในอนาคตด้วย
ความต้องการเพิ่มเร็วกว่ากำลังการผลิต
ภาพรวมตลาด HDD กำลังเผชิญความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน โดยข้อมูลประมาณการของอุตสาหกรรมที่ถูกอ้างถึงระบุว่า ความต้องการ HDD อาจเติบโตประมาณ 40–50% ต่อปี ขณะที่การเพิ่มอุปทานอยู่ในระดับประมาณ 30–35% ต่อปี
ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภาพรวมตลาด ไม่ใช่อัตราการเติบโตที่ Seagate รับรองว่าจะเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ทุกประเภทโดยตรง แต่สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันความต้องการไม่ใช่เรื่องง่าย
แม้ผู้ผลิตจะลงทุนเพิ่ม แต่การผลิต HDD ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสายการผลิตเพียงอย่างเดียว ยังต้องพัฒนาหัวอ่านและเขียนข้อมูล จานแม่เหล็ก รวมถึงกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนขึ้นตามความจุของไดรฟ์แต่ละรุ่น
นอกจากนี้ ลูกค้ารายใหญ่ในตลาดคลาวด์ยังต้องการความมั่นใจว่าจะได้รับสินค้าตามปริมาณและกำหนดเวลาที่ตกลงไว้ จึงมีการทำสัญญาจัดหาฮาร์ดดิสก์ล่วงหน้าหลายปี ทำให้กำลังการผลิตส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปก่อนสินค้าจะออกจากโรงงาน
Seagate ยืนยันว่าจะยังใช้แนวทางกำหนดราคาตามมูลค่าของผลิตภัณฑ์และสภาพตลาด แทนที่จะเร่งเพิ่มจำนวนไดรฟ์ที่ผลิตโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน ทั้งนี้ ยังไม่มีตัวเลขที่ยืนยันว่าราคาขายปลีก HDD สำหรับผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด หรือจะกลับสู่ระดับเดิมได้เมื่อใด
Seagate ไม่เร่งสร้างโรงงาน แต่เน้นเพิ่มความจุต่อฮาร์ดดิสก์หนึ่งลูก
เมื่อกำลังการผลิตมีจำกัด Seagate เลือกให้ความสำคัญกับการเพิ่มความจุข้อมูลที่จัดเก็บได้ต่อไดรฟ์ แทนการเพิ่มจำนวนฮาร์ดดิสก์ที่ผลิตขึ้นเพียงอย่างเดียว
แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มความจุรวมได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนไดรฟ์และพื้นที่ติดตั้งในสัดส่วนเดียวกัน ขณะเดียวกันยังช่วยให้ Seagate สามารถเพิ่มปริมาณข้อมูลที่ส่งมอบได้ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีบันทึกข้อมูล
เทคโนโลยีสำคัญคือ HAMR หรือ Heat-Assisted Magnetic Recording ซึ่งใช้ความร้อนช่วยในกระบวนการบันทึกข้อมูลลงบนจานแม่เหล็ก และเป็นพื้นฐานของแพลตฟอร์ม Mozaic รุ่นใหม่ของบริษัท
การเพิ่มความหนาแน่นในการบันทึกข้อมูลยังมีความท้าทาย เพราะเมื่อจานแม่เหล็กบันทึกข้อมูลได้มากขึ้น กระบวนการผลิตหัวอ่าน จานแม่เหล็ก และส่วนประกอบอื่น ๆ ก็ต้องมีความแม่นยำมากขึ้นตามไปด้วย Seagate จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มความจุและความสามารถในการผลิตจำนวนมาก
Mozaic 4 รองรับสูงสุด 44TB ส่วน Mozaic 5 เตรียมทะลุ 50TB
สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไป Seagate กำลังผลักดันแพลตฟอร์ม Mozaic เพื่อเพิ่มความจุของ HDD สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง
Mozaic 4 รองรับความจุสูงสุด 44TB ต่อไดรฟ์ และกำลังเพิ่มสัดส่วนการใช้งานในกลุ่มลูกค้าคลาวด์รายใหญ่ โดยบริษัทตั้งเป้าให้ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ HAMR มีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งมอบ HDD กลุ่ม nearline ในช่วงสิ้นปี 2026
ส่วน Mozaic 5 เป็นแพลตฟอร์มรุ่นถัดไปที่ออกแบบให้มีความจุระดับ 50TB ขึ้นไปต่อไดรฟ์ Seagate ระบุว่าแผนพัฒนายังคงเดินหน้าตามกำหนด โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบไดรฟ์สำหรับการทดสอบและรับรองคุณสมบัติให้ลูกค้าในช่วงปลายปี 2027 ก่อนเข้าสู่การส่งมอบเชิงพาณิชย์ในปี 2028
ไดรฟ์ดังกล่าวใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มความจุบนจานแม่เหล็กแต่ละแผ่นให้เกิน 5TB ทำให้การออกแบบ HDD แบบ 10 แผ่นสามารถรองรับความจุรวมเกิน 50TB ได้
อย่างไรก็ตาม การส่งมอบตัวอย่างเพื่อให้ลูกค้าทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะมีสินค้าจำหน่ายทั่วไปทันที ผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ต้องใช้เวลาในการทดสอบความเข้ากันได้ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ก่อนนำไดรฟ์รุ่นใหม่ไปใช้งานจริง
รายงานจาก Tom’s Hardware ประเมินว่า HDD ระดับ 50TB จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในปี 2028 และปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2029
แล้วราคาฮาร์ดดิสก์จะกลับมาปกติเมื่อไร?
คำตอบในตอนนี้คือ ยังไม่มีวันที่แน่นอนที่ Seagate ยืนยันว่าราคา HDD จะกลับสู่ระดับเดิม แม้ปี 2030 จะถูกพูดถึงในฐานะช่วงเวลาที่ความไม่สมดุลระหว่างความต้องการและกำลังการผลิตอาจยังคงอยู่ แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นกำหนดการอย่างเป็นทางการที่ราคาจะกลับสู่ปกติในปีนั้น
ปัจจัยสำคัญจะอยู่ที่ความเร็วในการขยายกำลังการผลิต ความสามารถในการเพิ่มความจุต่อไดรฟ์ ความต้องการพื้นที่จัดเก็บจาก AI และคลาวด์ ตลอดจนสัญญาจัดซื้อระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ผลกระทบอาจไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทุกตลาด เพราะ HDD สำหรับเครื่องพีซีทั่วไปและ HDD ความจุสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์มีรูปแบบการใช้งานและโครงสร้างการจัดจำหน่ายแตกต่างกัน แต่หากกำลังการผลิตยังถูกจัดสรรให้ลูกค้ารายใหญ่เป็นส่วนมาก ก็อาจกดดันความพร้อมจำหน่ายและต้นทุนของผลิตภัณฑ์บางกลุ่มต่อไป
สัญญาณจาก Seagate จึงชัดเจนว่า ตลาดจัดเก็บข้อมูลกำลังเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการจาก AI มีอิทธิพลต่อแผนการผลิตในระยะยาวมากขึ้น และแม้ HDD ความจุสูงกว่า 50TB จะช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์จัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น แต่เทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าราคาฮาร์ดดิสก์สำหรับผู้บริโภคจะลดลงในทันที
ที่มา: X
【慘了】HDD 價格何時能返家鄉!?Seagate 在投資者電話會議上透露,基本上 2028 年所有 HDD 產能已經售罄,採購排單一路延至 2029 年以後,客戶甚至願意加錢搶貨,並預期在 2030 年前 HDD 產能亦難以滿足市場需求。 據 Seagate 執行長 Dave Mosley 指出,當前儲存供需嚴重失衡的主因,在於 AI 負載對資料儲存架構的需求出現根本性變化。隨著自主代理(Agentic AI)迅速普及,其生成的 Token 數量可達一般對話型聊天機器人的 15 倍。這類龐大的上下文資料通常以「鍵值快取」(KV Cache)的形式長期儲存與持久化,對 HDD 儲存空間帶來持續性消耗。 目前機械硬碟(HDD)的年需求增長率約 40% 至 50%,但產業供給端增幅僅約 30% 至 35%,預估供需缺口至少將持續至 2030 年,部分客戶甚至願意在長期合約價格之外額外支付溢價,以確保提前取得產能。 面對嚴峻的供需缺口,Seagate 執行長 Dave Mosley 表示不會盲目擴建 HDD 生產線,而是選擇將技術研發重點放在「提升單顆硬碟儲存密度」上,推出單一磁碟表面更高密度的 HDD 產品。目前 Mozaic 4 平台 HDD 最高可支援 44TB 容量,明年底將會量產 Mozaic 5 平台 HDD,單顆硬碟容量將正式突破 50TB 大關,預計 2028 年交付。
— HKEPC (@hkepcmedia) October 28, 2026



