สั่ง Ryzen 7 9850X3D จาก Amazon 2 รอบ ได้ Intel Core i3 กลับมาทั้งสองครั้ง
เกิดเหตุการณ์สุดช็อกสำหรับคนซื้อฮาร์ดแวร์ออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งสั่ง AMD Ryzen 7 9850X3D ซีพียูเกมมิ่งระดับสูงจาก Amazon แต่กลับได้รับ Intel Core i3 3000 Series มาแทน และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ เมื่อสั่ง Ryzen 7 9850X3D ใหม่อีกครั้ง กลับเจอเหตุการณ์เดิมซ้ำเป็นรอบที่สอง
ผู้ใช้ Reddit ชื่อ u/BitProfessional3792 เปิดเผยว่าเขาสั่ง Ryzen 7 9850X3D พร้อมกับเมนบอร์ด MSI MAG X870E Carbon เพื่อประกอบหรืออัปเกรดคอมพิวเตอร์ โดยสินค้าทั้งหมดระบุว่า Sold and Shipped by Amazon ทำให้เจ้าตัวคาดว่าจะมีความเสี่ยงต่อการถูกสับเปลี่ยนสินค้าน้อยกว่าการซื้อจากผู้ขาย Marketplace รายอื่น
แต่เมื่อกล่องซีพียูมาถึง สิ่งที่อยู่ด้านในกลับไม่ใช่ Ryzen 7 9850X3D
เปิดกล่องเจอ Intel Core i3 แทน Ryzen 7
ผู้ซื้อพบว่าในกล่องที่ควรจะเป็น Ryzen 7 9850X3D กลับมี Intel Core i3 3000 Series ซึ่งเป็นซีพียูคนละแพลตฟอร์มและมีอายุหลายเจเนอเรชันต่างจากสินค้าที่สั่งโดยสิ้นเชิง
ภาพที่เจ้าของเครื่องนำมาเผยแพร่ยังแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของกล่อง โดยแม้บางจุดจะดูเหมือนซีลเดิมยังอยู่ แต่บริเวณด้านล่างของกล่องมีร่องรอย ถูกฉีกและเปิดออก อย่างชัดเจน
ลักษณะดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าซีพียู Ryzen 7 9850X3D ถูกนำออกจากกล่อง แล้วถูกแทนที่ด้วย Intel Core i3 ก่อนนำกล่องกลับเข้าสู่กระบวนการจัดจำหน่าย
สั่งใหม่อีกรอบ คราวนี้ก็ยังได้ Core i3
หลังจากตัดสินใจส่งสินค้าเดิมกลับและรอการคืนเงิน ผู้ซื้อเลือกสั่ง Ryzen 7 9850X3D อีกหนึ่งตัว โดยครั้งนี้ใช้บริการส่งภายในวันเดียวกัน และได้รับสินค้าภายในวันเดียว
แต่แทนที่จะจบเรื่อง กลับกลายเป็นฝันร้ายรอบสอง
เมื่อเปิดกล่อง ผู้ซื้อพบว่า เป็น Intel Core i3 3000 Series เหมือนเดิมอีกครั้ง
ภาพจากกล่องใบที่สองยังแสดงให้เห็นร่องรอยถูกเปิดบริเวณด้านล่างในลักษณะใกล้เคียงกับกล่องแรก จึงยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าไม่ใช่ความผิดพลาดแบบสุ่มในการหยิบสินค้า แต่สินค้าบางรายการอาจถูกเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนกลับเข้าสู่ระบบคลังสินค้า
ที่สำคัญ ทั้งสองรายการยังเป็นสินค้าที่ระบุว่า ขายและจัดส่งโดย Amazon ไม่ใช่ร้านค้ารายย่อยจาก Marketplace
สติกเกอร์ LPN อาจเป็นเบาะแสสำคัญ
ผู้ใช้งานใน Reddit สังเกตเห็นว่า กล่องทั้งสองใบมีสติกเกอร์ LPN ติดอยู่
LPN หรือ License Plate Number เป็นฉลากที่ Amazon ใช้ในการติดตามสินค้าภายในระบบ Fulfillment และมักพบได้กับสินค้าที่ถูกส่งคืนหรือผ่านกระบวนการจัดการภายในคลังสินค้า
จากข้อมูลดังกล่าว ผู้ใช้งานบางส่วนจึงตั้งข้อสังเกตว่า ซีพียูทั้งสองกล่องอาจเคยถูกซื้อไปก่อนหน้านี้ จากนั้นมีใครบางคนเปิดกล่อง นำ Ryzen 7 9850X3D ออก แล้วใส่ Intel Core i3 เข้าไปแทน ก่อนส่งคืน Amazon
จากนั้นสินค้าจึงอาจกลับเข้าสู่ระบบคลังสินค้าและถูกนำออกมาขายเป็นสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากรูปแบบของกล่องและสติกเกอร์ LPN ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตามลำดับดังกล่าวจริง หรือระบุได้ว่าใครเป็นผู้เปลี่ยนซีพียู
คำถามใหญ่คือ Amazon ตรวจสอบสินค้าคืนอย่างไร?
สิ่งที่ทำให้กรณีนี้ถูกพูดถึงอย่างหนักไม่ใช่แค่การสลับซีพียู แต่คือ เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นถึงสองครั้ง
หากข้อสันนิษฐานเรื่องสินค้าถูกเปลี่ยนแล้วส่งคืนเป็นจริง ก็หมายความว่าซีพียูทั้งสองกล่องอาจผ่านขั้นตอนการคืนสินค้าและการจัดการคลังสินค้าของ Amazon มาแล้ว แต่ยังไม่สามารถตรวจพบว่าภายในกล่องไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตามฉลาก
ยิ่งไปกว่านั้น Intel Core i3 3000 Series กับ Ryzen 7 9850X3D แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งรูปแบบซ็อกเก็ต ตัวชิป และแพลตฟอร์มที่รองรับ จึงเป็นกรณีที่ดูเหมือนจะสามารถตรวจจับได้ง่ายกว่าการสลับซีพียูระหว่างรุ่นใกล้เคียงกัน
เหตุการณ์นี้จึงสร้างคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบสินค้าคืน โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ราคาแพงที่สามารถถูกถอดและเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่าย
ผู้ซื้อกำลังรอ Amazon คืนเงิน
ล่าสุดผู้ซื้อระบุว่า Amazon กำลังดำเนินการเรื่อง Refund สำหรับคำสั่งซื้อแรก และยังอยู่ระหว่างจัดการกับคำสั่งซื้อที่สอง
แม้สุดท้ายผู้ซื้อมีแนวโน้มจะได้รับเงินคืน แต่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นถึงสองครั้งอาจทำให้ความเชื่อมั่นในการซื้อชิ้นส่วน PC ราคาแพงผ่าน Amazon ลดลงอย่างมาก
กรณีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เตือนว่า ต่อให้สินค้าระบุว่า Sold and Shipped by Amazon ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงจากกระบวนการคืนสินค้าและการจัดการสต๊อก โดยเฉพาะสินค้าประเภท CPU, GPU, SSD หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถถูกเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในกล่องได้
สำหรับผู้ซื้อฮาร์ดแวร์ราคาแพง การถ่ายวิดีโอตั้งแต่เริ่มรับพัสดุ ตรวจสอบสภาพกล่อง ซีล และแกะสินค้าต่อเนื่องโดยไม่ตัดช่วง ยังคงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่มีประโยชน์มากหากพบว่าสินค้าถูกเปิดหรือถูกสับเปลี่ยน
กรณีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนหนึ่งคนที่ “ดวงซวย” แต่กำลังชี้ให้เห็นช่องโหว่ที่น่ากังวลของระบบ Return และ Resale เมื่อสินค้าที่ถูกแกะหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนสามารถกลับเข้าสู่มือผู้ซื้อรายถัดไปได้
ที่มา: Wccftech



