Xiaomi HyperOS 4 เชื่อมต่อ iPhone ลึกกว่าเดิม แชร์ไฟล์ ดูรูป ตอบข้อความข้ามระบบ พร้อมควบคุมมือถือผ่าน Mac และ iPad
Xiaomi กำลังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ใช้งานข้ามระบบนิเวศให้สะดวกยิ่งขึ้น โดย HyperOS 4 เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ตโฟน Xiaomi กับอุปกรณ์ Apple อย่าง iPhone, iPad และ Mac ให้ทำงานร่วมกันได้ใกล้เคียงกับอุปกรณ์ภายในระบบเดียวกันมากขึ้น ลดข้อจำกัดที่ผู้ใช้เคยพบเมื่อต้องสลับใช้งานระหว่าง Android กับ iOS
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการแชร์ข้อมูลระหว่าง Xiaomi และ iPhone ซึ่งผู้ใช้สามารถส่งภาพถ่าย ไฟล์ รายชื่อผู้ติดต่อ และหน้าเว็บไซต์ข้ามอุปกรณ์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงอัลบั้มภาพบนคลาวด์ของ Xiaomi จากสมาร์ตโฟนทั้งสองฝั่งได้ ช่วยให้การดูและจัดการภาพถ่ายสะดวกขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องย้ายไฟล์ไปมาเหมือนเดิม
อีกความสามารถสำคัญคือการซิงก์การแจ้งเตือนแบบสองทาง ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามการแจ้งเตือนและตอบกลับข้อความระหว่างอุปกรณ์ได้สะดวกกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายให้การทำงานข้ามระบบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะกำลังใช้งานสมาร์ตโฟน Xiaomi หรือ iPhone ก็ตาม
ใช้ Mac และ iPad ควบคุมมือถือ Xiaomi ได้
สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ Mac หรือแท็บเล็ต iPad ควบคู่กับมือถือ Xiaomi ฟีเจอร์ Mi Connect Desktop จะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อและควบคุมสมาร์ตโฟนผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ได้ รวมถึงลากและวางรูปภาพหรือไฟล์ระหว่างแอปพลิเคชันได้โดยตรง เช่น แอป Photos และเครื่องมือจัดการไฟล์ ช่วยให้การทำงานระหว่างมือถือกับคอมพิวเตอร์สะดวกยิ่งขึ้น
การใช้งานจำเป็นต้องติดตั้งแอป Xiaomi Connect Service จาก App Store บนอุปกรณ์ Apple แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Xiaomi เดียวกับที่ใช้บนสมาร์ตโฟน ทั้งสองอุปกรณ์ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายเดียวกันหรือใช้ฮอตสปอตร่วมกัน พร้อมเปิด Bluetooth และเปิดตัวเลือก Device Connect กับ Mi Connect Desktop ในการตั้งค่าของมือถือ Xiaomi
ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Mac ต้องใช้ macOS 12 ขึ้นไป ขณะที่ iPad ต้องใช้ iPadOS 14 ขึ้นไป จึงจะรองรับการเชื่อมต่อในรูปแบบดังกล่าว
เบื้องหลังการแชร์ไฟล์คือ Quick Share
ความสามารถในการส่งไฟล์ระหว่าง Android กับอุปกรณ์ Apple ไม่ได้เป็นการพัฒนาที่ Xiaomi เริ่มต้นขึ้นเพียงรายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโซลูชัน Quick Share ของ Google ซึ่งขยายความสามารถให้ทำงานร่วมกับ AirDrop ของ Apple ได้
อย่างไรก็ตาม การรับไฟล์บนอุปกรณ์ Apple ยังมีเงื่อนไขสำคัญ โดยผู้รับต้องตั้งค่า AirDrop เป็น “Everyone for 10 Minutes” หรือ “ทุกคนเป็นเวลา 10 นาที” ผ่าน Control Center เพื่อให้อุปกรณ์สามารถรับไฟล์จากอุปกรณ์ที่รองรับได้
ก่อนหน้านี้ สมาร์ตโฟนจากหลายแบรนด์เริ่มรองรับการถ่ายโอนไฟล์ข้ามระบบดังกล่าวแล้ว รวมถึง Google Pixel, Samsung และมือถือเรือธงบางรุ่นจาก OPPO และ vivo ส่วน Xiaomi เองก็มีการนำความสามารถนี้มาใช้กับสมาร์ตโฟนบางรุ่นก่อนการเปิดตัว HyperOS 4 เช่นกัน
ไม่ได้มีแค่ iPhone แต่ยังเชื่อมต่อกับ Apple Watch ได้
Xiaomi ยังพัฒนาการทำงานร่วมกับ Apple Watch ผ่านแอป Xiaomi Connect ที่เปิดให้ดาวน์โหลดบน App Store โดยมีความสามารถอย่างการแชร์การแจ้งเตือน การซิงก์ข้อมูลสุขภาพ และการค้นหาเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ทั้งนี้ มือถือ Xiaomi ต้องใช้ Surge OS 4.0.1 หรือใหม่กว่า ส่วน Apple Watch ต้องรองรับ watchOS 11 ขึ้นไป โดยรุ่นที่รองรับประกอบด้วย Apple Watch Series 6 หรือใหม่กว่า, Apple Watch SE 2 หรือใหม่กว่า และ Apple Watch Ultra
นอกจากนี้ ระบบรุ่นก่อนหน้ายังมีความสามารถเชื่อมต่อกับ iPhone อยู่แล้ว เช่น การซิงก์การแจ้งเตือนจาก WeChat, QQ, SMS และสายโทรเข้า ตลอดจนการดูและตอบกลับข้อความบางประเภท การแชร์ไฟล์ การเข้าถึง Xiaomi Cloud Album และการเชื่อมต่อฮอตสปอตจากมือถือ Xiaomi
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการปลดล็อกมือถือ Xiaomi โดยใช้อุปกรณ์ Apple ที่รองรับ Touch ID, Face ID หรือรหัสผ่าน รวมถึงฟีเจอร์ Tap-to-Share ซึ่งระบุว่าต้องใช้ iPhone 12 หรือใหม่กว่า และ iOS 17 ขึ้นไป
HyperOS 4 เตรียมทยอยอัปเดต 15 ตุลาคมนี้
HyperOS 4 เปิดตัวพร้อมสมาร์ตโฟน Xiaomi 18 Pro Series ตามข้อมูลที่ให้มา โดยมีกำหนดเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตในวงกว้างตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2026 แนวทางหลักของระบบรุ่นนี้คือการทำให้ประสบการณ์ใช้งานราบรื่นขึ้น การเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ และการผสาน AI เข้ากับระบบนิเวศผ่าน Super AI 2.0 โดยมี HyperCore ซึ่งเป็นเคอร์เนลที่ Xiaomi พัฒนาขึ้นเองเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม การใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้อาจขึ้นอยู่กับรุ่นสมาร์ตโฟน เวอร์ชันระบบปฏิบัติการ แอปที่ติดตั้ง และการเปิดให้บริการในแต่ละภูมิภาค ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของอุปกรณ์ตัวเองก่อนใช้งาน
ทิศทางของ Xiaomi ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนไม่ได้วัดกันเฉพาะประสิทธิภาพกล้อง ชิปประมวลผล หรือหน้าจออีกต่อไป แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทำให้อุปกรณ์ต่างระบบทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้นด้วย หาก Xiaomi ทำให้การเชื่อมต่อกับ iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch ใช้งานได้จริงอย่างไร้รอยต่อ ก็อาจเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากทั้งสองค่ายพร้อมกัน
ที่มา: IT Home



