มีการทดสอบระบบเกมมิ่งบน Mac ที่แปลกและน่าสนใจ เมื่อ Scott Goldman ทดลองเชื่อมต่อ NVIDIA GeForce RTX 5090 เข้ากับ MacBook Air ชิป M4 ผ่าน eGPU Dock แบบ Thunderbolt เพื่อรันเกม Windows บน Apple Silicon
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การรองรับ NVIDIA แบบ Native บน macOS โดยตรง แต่เป็นการใช้ macOS รัน ARM Linux Virtual Machine จากนั้นส่งผ่านการ์ดจอ RTX 5090 เข้าไปยัง Linux พร้อมใช้งานไดรเวอร์ NVIDIA บน Linux, QEMU, Proton และ FEX เพื่อแปลคำสั่งและรันเกม Windows x86
กระบวนการทั้งหมดค่อนข้างซับซ้อนและต้องอาศัยการตั้งค่าหลายส่วน ไม่ใช่ระบบ Plug-and-Play สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
เกมหลักที่ใช้ทดสอบคือ Cyberpunk 2077 โดย MacBook Air M4 แบบ Native ทำได้เพียง 7 FPS ที่ความละเอียด 1080p RT Ultra หรือ 13 FPS เมื่อเปิด FSR Frame Generation
แต่เมื่อเชื่อมต่อ RTX 5090 ผ่าน eGPU ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น 30 FPS และสามารถแตะ 119 FPS เมื่อเปิด DLSS Frame Generation
ที่ความละเอียด 4K RT Ultra ตัว MacBook Air M4 แบบ Native ทำได้ประมาณ 3 FPS ขณะที่ชุด RTX 5090 eGPU ขยับขึ้นเป็น 27 FPS และ 111 FPS เมื่อเปิด DLSS
แม้ผลลัพธ์จะดูน่าประทับใจ แต่ยังมีข้อจำกัดชัดเจนเมื่อเทียบกับพีซีเกมมิ่งทั่วไป โดยเครื่องพีซีที่ใช้ RTX 5090 แบบ PCIe Native สามารถรัน Cyberpunk 2077 ที่ 4K RT Ultra ได้ถึง 100 FPS หรือ 282 FPS เมื่อเปิด DLSS Frame Generation
ส่วน MacBook Pro ชิป M5 Max ที่ใช้ RTX 5090 eGPU ชุดเดียวกัน ทำได้ 47 FPS ที่ 4K RT Ultra และ 145 FPS พร้อม Frame Generation
ผลทดสอบสะท้อนว่าประสิทธิภาพยังสูญเสียไปมากจากการทำงานผ่าน Virtualization, Compatibility Layer และการแปล x86 บน ARM
เกมอื่นอย่าง Shadow of the Tomb Raider ก็แสดงผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกัน โดย MacBook Air M4 เพิ่มจาก 8 FPS ที่ 4K แบบ Native เป็น 40 FPS เมื่อใช้ RTX 5090 eGPU
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเกมที่ทำงานได้ เช่น Horizon Zero Dawn Remastered ไม่สามารถเริ่ม Benchmark ได้จากข้อจำกัด DMA Mapping ขณะที่ Doom 2016 และ Crysis Remastered ยังสามารถเล่นได้ในระดับใช้งานจริง
แม้โปรเจกต์นี้จะแสดงให้เห็นว่า Apple Silicon สามารถใช้งานการ์ดจอเดสก์ท็อประดับสูงอย่าง RTX 5090 ได้ แต่ในเชิงเกมมิ่งยังถือว่าซับซ้อนมาก และประสิทธิภาพยังห่างจากพีซี Native อย่างชัดเจน
ที่มา: VideoCardz



