นักม็อดปล่อย Universal MFG Unlocker 1.6.1! สลับ DLSS Preset กลางเกมได้ทันที รองรับ GeForce RTX 20, 30, 40 และ 50 Series
วงการม็อดการ์ดจอ NVIDIA มีเครื่องมือใหม่ที่น่าสนใจอีกครั้ง หลัง dashdogy นักพัฒนาม็อดอิสระปล่อย Universal MFG Unlocker เวอร์ชัน 1.6.1 เพิ่มความสามารถในการเปลี่ยน DLSS Preset ได้แบบเรียลไทม์ระหว่างเล่นเกม ครอบคลุมการ์ดจอ GeForce RTX ตั้งแต่ RTX 20 Series ไปจนถึง RTX 50 Series โดยไม่จำเป็นต้องปิดเกมแล้วเปิดใหม่ทุกครั้ง
เครื่องมือนี้พัฒนาต่อยอดมาจากโปรเจกต์ RTX40MFG-Unlock ก่อนขยายขอบเขตเป็น Universal MFG Unlocker ที่รวมความสามารถด้าน Multi Frame Generation ของ NVIDIA และ XeSS Multi Frame Generation ของ Intel เข้าไว้ด้วยกัน โดยอาศัยการทำงานร่วมกับ OptiScaler ในกรณีของ XeSS
จุดเด่นของเวอร์ชันล่าสุดคือการทำให้ผู้ใช้เปรียบเทียบคุณภาพภาพและประสิทธิภาพของ DLSS แต่ละ Preset ได้สะดวกขึ้น เหมาะสำหรับนักรีวิวฮาร์ดแวร์ ครีเอเตอร์ และเกมเมอร์ที่ต้องการทดลองการตั้งค่ากราฟิกด้วยตัวเอง
สลับ DLSS Preset J, K, L, M ได้ทันที ไม่ต้องรีสตาร์ตเกม
Universal MFG Unlocker 1.6.1 เพิ่มความสามารถในการเปลี่ยน DLSS Preset ระหว่างเล่นเกม โดยแบ่งการตั้งค่าออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
-
DLSS Super Resolution: เลือก Preset J, K, L และ M
-
Ray Reconstruction: เลือก Preset D, E และ F
-
DLSS Frame Generation: เลือก Preset A, B และ C รวมถึงตัวเลือก Game/Driver ตามที่ระบบรองรับ
การเปลี่ยน Preset สำหรับ Super Resolution และ Ray Reconstruction จะมีผลระหว่างเกมทำงานในเกม DirectX 12 ที่รองรับ โดยไม่ต้องปิดเกมและเริ่มใหม่ ส่วน Frame Generation จะรีสตาร์ตระบบสร้างเฟรมเพียงช่วงสั้น ๆ เพื่อใช้ Preset ใหม่ แต่ไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ตตัวเกมทั้งหมด
ความสามารถนี้มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบ DLSS รุ่นต่าง ๆ เพราะแต่เดิมการทดลองเปลี่ยนค่าผ่านเครื่องมือของ NVIDIA อาจต้องออกจากเกมและเปิดใหม่ ทำให้เสียเวลาและควบคุมเงื่อนไขการทดสอบให้เหมือนเดิมได้ยาก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยน Preset แบบเรียลไทม์ยังมีข้อจำกัด โดยเกมที่ใช้ Vulkan หรือ DLSS Frame Generation บางเวอร์ชันที่รองรับเฉพาะ Preset เดิม อาจยังต้องรีสตาร์ตเกมก่อนจึงจะเห็นผล และหากใช้งานผ่าน OptiScaler ควรจัดการการตั้งค่า DLSS ผ่านเมนูของ OptiScaler ตามคำแนะนำของโครงการ
RTX 20 และ RTX 30 ได้ประโยชน์ ส่วน RTX 50 เพิ่มเมนูควบคุม MFG
ในเวอร์ชัน 1.6.0 ผู้พัฒนาเริ่มนำระบบสลับ Preset แบบเรียลไทม์มาใช้กับ RTX 40 Series ก่อน จากนั้นเวอร์ชัน 1.6.1 จึงขยายความสามารถไปยัง RTX 20, RTX 30 และ RTX 50 Series
สำหรับ RTX 20 Series การใช้งาน Frame Generation ยังคงเป็นฟีเจอร์ทดลอง ขณะที่ RTX 30 Series มีการแก้ปัญหาที่ตัวเลือก Frame Generation อาจถูกปิดใช้งานในบางเกม เมื่อผู้ใช้เปิด DLSS Override ผ่าน NVIDIA App
ส่วน RTX 50 Series ซึ่งรองรับ DLSS Multi Frame Generation จาก NVIDIA อยู่แล้ว เครื่องมือนี้จะเพิ่มเมนูสำหรับควบคุมคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น
-
MFG Mode และ Dynamic MFG: ปรับรูปแบบการสร้างเฟรมตามตัวเลือกที่เกมและระบบรองรับ
-
DLSS Preset Controls: สลับ Preset ของ Super Resolution, Ray Reconstruction และ Frame Generation
-
Reflex FPS Limiter: จำกัดเฟรมเรตตามตัวเลือกที่มีให้ใช้งาน
-
FPS Monitoring: แสดงข้อมูลเฟรมเรตในเกม
ข้อสำคัญคือ Universal MFG Unlocker ไม่ได้เข้าไปแก้ไขโค้ด DLSS Multi Frame Generation ของ NVIDIA บน RTX 50 Series แต่ทำหน้าที่เพิ่มเมนูควบคุมและเข้าถึงตัวเลือกที่มีอยู่ในระบบ ส่วนการใช้งานบน RTX รุ่นเก่าจะขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้ของเกม Runtime และการตั้งค่าที่รองรับ
เปรียบเทียบ DLSS Preset K กับ L และ M ได้สะดวกขึ้น
สำหรับนักรีวิวและเกมเมอร์ที่จริงจังกับคุณภาพภาพ ความสามารถในการสลับ Preset ได้ทันทีถือเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องตรวจสอบความแตกต่างของภาพ การเกิด Ghosting ความนิ่งของรายละเอียดเมื่อวัตถุเคลื่อนไหว และประสิทธิภาพการเรนเดอร์
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบ Preset K ซึ่งเป็นหนึ่งใน Preset ของ DLSS Super Resolution กับ Preset L และ M ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโมเดล DLSS รุ่นใหม่ โดยไม่ต้องออกจากเกมทุกครั้ง
ในทำนองเดียวกัน ผู้รีวิวสามารถทดลอง Ray Reconstruction Preset D, E และ F เพื่อดูความแตกต่างของรายละเอียดแสงและภาพที่ผ่านการเรนเดอร์ Ray Tracing รวมถึงเปรียบเทียบ Frame Generation Preset A, B และ C ที่รองรับได้ในเกมเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม Preset ที่ให้ภาพดีที่สุดหรือเฟรมเรตสูงที่สุดอาจแตกต่างกันตามเกม ความละเอียด และฮาร์ดแวร์ จึงควรทดลองในฉากเดียวกันและใช้เงื่อนไขการทดสอบที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้เปรียบเทียบผลได้อย่างมีความหมาย
XeSS Multi Frame Generation ก็ได้รับการปรับปรุง
นอกจาก DLSS แล้ว Universal MFG Unlocker ยังพัฒนาไปสู่การรองรับ XeSS Multi Frame Generation หรือ XeMFG ผ่าน OptiScaler ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้เทคโนโลยีสร้างเฟรมของ Intel บนการ์ดจอ NVIDIA, AMD และ Intel ที่เข้ากันได้
ในเวอร์ชัน 1.6.1 ผู้พัฒนาได้ปรับปรุงความเข้ากันได้ของ XeMFG โดยเฉพาะกรณีที่มีเครื่องมืออื่นเข้ามาดักการทำงานของ DirectX 12 เช่น โปรแกรมบันทึกวิดีโอเกม ซึ่งก่อนหน้านี้อาจทำให้ระบบกลับไปใช้เส้นทางการประมวลผลที่ช้ากว่า
การปรับปรุงนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้ XeMFG ทำงานร่วมกับสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้กับทุกเกมหรือทุกการ์ดจอ โดยผู้ใช้ยังต้องตรวจสอบความเข้ากันได้และการตั้งค่าของ OptiScaler ด้วย
ดาวน์โหลดได้ฟรีผ่าน GitHub แต่ยังเป็นเครื่องมือทดลอง
Universal MFG Unlocker 1.6.1 เป็นเครื่องมือจากชุมชนนักพัฒนาที่เผยแพร่ผ่าน GitHub โดยเมนูควบคุมที่รวมมาในตัวสามารถเรียกใช้งานได้ด้วยการกดปุ่ม Backspace ในเกม โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ส่วนติดต่อผู้ใช้เพิ่มเติม
ผู้ที่ต้องการทดลองสามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าเผยแพร่เวอร์ชันอย่างเป็นทางการของโครงการ:
ดาวน์โหลด Universal MFG Unlocker 1.6.1 จาก GitHub
ก่อนติดตั้งควรอ่านคำแนะนำและตรวจสอบไฟล์ที่ต้องใช้ให้ตรงกับวิธีโหลดม็อดของเกม โดยเฉพาะเกมที่มีไฟล์ DLL ของม็อดหรือโปรแกรมอื่นอยู่แล้ว และควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้เพื่อให้สามารถย้อนกลับได้หากเกิดปัญหา
สรุป: Universal MFG Unlocker 1.6.1 ช่วยให้การทดลอง DLSS Preset สะดวกขึ้นอย่างมาก โดยเพิ่มการสลับค่าแบบเรียลไทม์ให้การ์ดจอ RTX 20, 30 และ 50 Series หลังจาก RTX 40 ได้รับฟีเจอร์นี้ไปก่อนแล้ว พร้อมเพิ่มเมนูควบคุม MFG บน RTX 50 และปรับปรุง XeSS Multi Frame Generation ผ่าน OptiScaler อย่างไรก็ตาม การรองรับยังขึ้นอยู่กับเกม API และ Runtime ที่ใช้งาน โดยเฉพาะ RTX 20 และเกม Vulkan ซึ่งยังมีข้อจำกัดและควรถือเป็นการทดลองมากกว่าฟีเจอร์ที่รับประกันว่าจะทำงานได้ทุกกรณี
ที่มา: Wccftech



