มาเลเซียยึดเซิร์ฟเวอร์ AI 30 เครื่อง มูลค่ากว่า 410 ล้านบาท! สงสัยขบวนการลักลอบส่งชิป เลี่ยงกฎควบคุมการส่งออกผ่านสนามบิน KLIA
ทางการมาเลเซียเปิดเผยการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์จำนวน 30 เครื่อง ซึ่งภายในติดตั้งชิปประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูง มูลค่ารวมประมาณ 49.5 ล้านริงกิต หรือ ราว 410 ล้านบาท หลังตรวจพบว่ามีการสำแดงสินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ทั้งที่สินค้าดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษก่อนส่งต่อไปยังปลายทาง
การตรวจยึดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ภายในเขตปลอดอากรของท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ก่อนที่กรมศุลกากรมาเลเซียจะแถลงรายละเอียดต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สงสัยว่าการขนส่งครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายลักลอบขนชิป AI ข้ามประเทศ ซึ่งใช้มาเลเซียเป็นจุดผ่านแดนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการส่งออก
รายงานของ Reuters ระบุว่ามูลค่าสินค้าที่ตรวจยึดอยู่ที่ประมาณ 49.5 ล้านริงกิต หรือ 12.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 408–410 ล้านบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ตัวเลขดังกล่าวเป็นมูลค่าประเมินของชิป AI ที่อยู่ภายในเซิร์ฟเวอร์ทั้ง 30 เครื่อง ไม่ใช่มูลค่าของเซิร์ฟเวอร์เปล่าเพียงอย่างเดียว
สำแดงสินค้าเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หวังเลี่ยงการตรวจสอบ
Aspalila Ag Tuah ผู้อำนวยการศุลกากรประจำสนามบิน KLIA เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคลังสินค้าในเขตปลอดอากรและพบเซิร์ฟเวอร์ทั้ง 30 เครื่อง ซึ่งถูกขนส่งเข้ามาจากประเทศหนึ่งในเอเชียภายใต้ใบตราส่งทางอากาศชุดเดียวกัน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เอกสารสำแดงสินค้าระบุว่าเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่ภายในกลับมีชิป AI ประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่อาจเข้าข่ายสินค้าควบคุมการส่งออก
เจ้าหน้าที่สงสัยว่าการระบุประเภทสินค้าดังกล่าวอาจมีเจตนาปกปิดลักษณะที่แท้จริงของอุปกรณ์ เพื่อให้การขนส่งผ่านกระบวนการศุลกากรได้ง่ายขึ้น ก่อนจะส่งต่อไปยังประเทศปลายทางอีกแห่งในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้เปิดเผยว่าชิปที่ตรวจยึดเป็นรุ่นใด ผลิตโดยบริษัทใด หรือมีประเทศต้นทางและปลายทางที่แน่ชัดเป็นประเทศใด จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสินค้าชุดนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทหรือประเทศใดโดยเฉพาะ
ใช้มาเลเซียเป็นจุดผ่านทาง เลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกชิป AI
ประเด็นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ข้อกล่าวสงสัยว่ามีการใช้มาเลเซียเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า ก่อนส่งต่อไปยังประเทศปลายทางซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการรับชิปประสิทธิภาพสูงบางประเภท
มาเลเซียกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2025 ภายหลังสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันให้ประเทศในภูมิภาคป้องกันการลักลอบส่งต่อเทคโนโลยีประมวลผล AI ไปยังปลายทางที่ไม่ได้รับอนุญาต
ภายใต้กฎหมาย Strategic Trade Act 2010 ของมาเลเซีย การส่งออก ส่งผ่าน หรือถ่ายลำสินค้าควบคุมบางประเภทต้องได้รับใบอนุญาตตามเงื่อนไขที่กำหนด การเปลี่ยนเส้นทางขนส่งผ่านประเทศที่สามจึงไม่ได้ทำให้ข้อกำหนดทางกฎหมายหมดผลไปโดยอัตโนมัติ
ทางการเชื่อว่าการขนส่งครั้งนี้อาจเป็นความพยายามใช้ช่องทางผ่านแดนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดดังกล่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าประเทศปลายทางคือจีน หรือมีผู้ซื้อรายใดอยู่เบื้องหลัง
สงสัยเกี่ยวข้องกับคดีลักลอบขนชิปหลายครั้ง มูลค่ารวมเกิน 829 ล้านบาท
นอกจากการตรวจยึดครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังสงสัยว่าขบวนการนี้อาจเกี่ยวข้องกับความพยายามลักลอบขนชิป AI ในกรณีอื่น ๆ รวมถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่สกัดกั้นได้เมื่อเดือนมิถุนายน 2026
Reuters รายงานว่า ทางการเชื่อมโยงคดีอย่างน้อย 5 กรณีกับเครือข่ายดังกล่าว โดยสินค้าที่ตรวจยึดในคดีที่เกี่ยวข้องมีมูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านริงกิต หรือประมาณ 829 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2026
เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของทุกคดี เนื่องจากการสอบสวนยังดำเนินอยู่ จึงยังไม่ทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีสมาชิกกี่ราย ใช้บริษัทใดในการจัดส่งสินค้า หรือมีจุดหมายปลายทางใดบ้าง
สำหรับการขนส่งครั้งล่าสุด บริษัทโลจิสติกส์ในมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินเอกสารศุลกากรถูกเรียกให้เข้าช่วยเหลือการสอบสวนแล้ว แต่การถูกเรียกให้ข้อมูลไม่ได้หมายความว่าบริษัทดังกล่าวมีความผิดหรือมีส่วนร่วมในการลักลอบขนส่งโดยเจตนา
ชิป AI ขั้นสูงอาจมีความเสี่ยงต่อการใช้งานทางทหาร
อีกประเด็นที่ทำให้ทางการให้ความสำคัญกับคดีนี้คือความสามารถของชิป AI ประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถนำไปใช้กับงานฝึกโมเดล AI ระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และงานวิจัยที่ต้องการกำลังคำนวณสูง
ทางการมาเลเซียระบุว่าเทคโนโลยีประเภทนี้อาจถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารได้ จึงมีการควบคุมการส่งออกและการถ่ายลำสินค้าอย่างเข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ชิปที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดถูกส่งต่อไปยังผู้รับที่ไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเซิร์ฟเวอร์ทั้ง 30 เครื่องถูกยืนยันแล้วว่าจะนำไปใช้ในงานทางทหาร แต่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การขนส่งชิปกลุ่มนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบเป็นพิเศษ
มาเลเซียเร่งปิดช่องทางลักลอบ ท่ามกลางความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น
มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน ความต้องการชิป AI จากดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การติดตามเส้นทางขนส่งสินค้ากลุ่มนี้มีความสำคัญมากขึ้น
กรณีตรวจยึดชิป AI มูลค่ากว่า 410 ล้านบาทแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะตัวชิปที่ส่งออกโดยตรงเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาอุปกรณ์ทั้งระบบ เอกสารศุลกากร ประเทศต้นทาง และประเทศปลายทางของการขนส่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางการยังไม่ได้เปิดเผยผู้ผลิตชิป รุ่นของชิป หรือปลายทางที่แท้จริงของสินค้า จึงควรแยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วออกจากข้อสงสัยเกี่ยวกับเครือข่ายลักลอบขนส่ง
สรุป: มาเลเซียตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์ 30 เครื่องที่บรรจุชิป AI ประสิทธิภาพสูง มูลค่าราว 410 ล้านบาท หลังพบการสำแดงสินค้าเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เจ้าหน้าที่สงสัยว่าการขนส่งอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ใช้มาเลเซียเป็นทางผ่านเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออก และกำลังสอบสวนความเชื่อมโยงกับคดีอื่นที่มีมูลค่ารวมเกิน 829 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการเปิดเผยประเทศปลายทางหรือยืนยันผู้กระทำผิดอย่างเป็นทางการ
ที่มา: Reuters



