มีรายงานว่า Intel กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอย่างจริงจังกับ Google และ Amazon เพื่อให้บริการแพ็กเกจชิปขั้นสูงสำหรับโปรเซสเซอร์ AI แบบออกแบบเฉพาะของทั้งสองบริษัท ตามรายงานของ WIRED ที่อ้างอิงจากแหล่งข่าวหลายแห่ง โดยระบุว่า Intel ได้พูดคุยกับลูกค้ารายใหญ่เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
หากข้อตกลงสำเร็จ จะถือเป็นแหล่งรายได้ภายนอกก้อนใหญ่สำหรับ Intel Foundry โดย CFO อย่าง Dave Zinsner ระบุในงาน Morgan Stanley TMT ว่าบริษัทใกล้ปิดดีลที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีในธุรกิจแพ็กเกจ อย่างไรก็ตาม Google, Amazon และ Intel ต่างปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับลูกค้าเฉพาะราย
พอร์ตโฟลิโอด้านแพ็กเกจขั้นสูงของ Intel เน้นไปที่ EMIB ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ 2.5D ที่ใช้สะพานซิลิคอนขนาดเล็กฝังในซับสเตรตเพื่อเชื่อมต่อชิปเล็ต และ Foveros ซึ่งเป็นกระบวนการซ้อนชิปแบบ 3D โดยเทคโนโลยีรุ่นถัดไปอย่าง EMIB-T ที่เพิ่ม through-silicon vias เข้าไปในตัวสะพาน เพื่อปรับปรุงการจ่ายพลังงานและความสมบูรณ์ของสัญญาณ มีกำหนดเริ่มใช้งานในโรงงานผลิตภายในปีนี้ รองรับแพ็กเกจขนาดสูงสุด 120x180 มม. และรองรับสะพานได้มากกว่า 38 ตัว รวมถึงไดขนาดเทียบเท่าเรติเคิลมากกว่า 12 ชิ้น
ในมาเลเซีย โรงงานแพ็กเกจขั้นสูงที่ปีนังสร้างเสร็จไปแล้ว 99% และจะเริ่มดำเนินการประกอบและทดสอบในเฟสแรกภายในปีนี้ ตามการเปิดเผยของนายกรัฐมนตรี Anwar Ibrahim หลังการบรรยายสรุปกับ CEO ของ Intel อย่าง Lip-Bu Tan เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ Intel ยังได้จ้าง Amkor ให้ผลิต EMIB เป็นครั้งแรกที่โรงงาน Songdo K5 ในเกาหลีใต้ พร้อมมีแผนขยายไปยังโปรตุเกสและแอริโซนาเพิ่มเติม
Naga Chandrasekaran หัวหน้าฝ่าย Intel Foundry ให้สัมภาษณ์กับ WIRED ว่า ในอนาคตของ AI นั้น เทคโนโลยีแพ็กเกจอาจมีความสำคัญยิ่งกว่าตัวซิลิคอนเอง โดยกล่าวว่า “แพ็กเกจชิปจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญของการปฏิวัติ AI ในทศวรรษหน้า”
Zinsner ยังเปิดเผยในผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ว่า บริษัทได้ปรับคาดการณ์รายได้จากธุรกิจแพ็กเกจ จากเดิมระดับหลักร้อยล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็น “มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ” และเชื่อว่าธุรกิจนี้อาจทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 40% เทียบเท่าธุรกิจหลักของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังแตกต่างจากผลประกอบการปัจจุบัน โดย Intel Foundry มีรายได้ 4.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2025 แต่ขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้จากลูกค้าภายนอกทั้งปีมีเพียง 307 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสัญญารัฐบาลสหรัฐฯ และงานจาก Altera ที่เหลืออยู่ รวมทั้งในปี 2025 ทั้งปี ฝ่าย Foundry ขาดทุนรวม 10.3 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ 17.8 พันล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Intel 18A
ที่มา: Tom's Hardware



