บริษัทวิจัยตลาด Niko Partners กำลังส่งสัญญาณทางอ้อมให้ผู้บริโภครีบซื้อ Nintendo Switch 2 ก่อนที่ราคาจะปรับสูงขึ้น โดยในรายงานคาดการณ์ปี 2026 ได้ระบุถึง 10 เทรนด์สำคัญ พร้อมเตือนว่าราคาปัจจุบันของเครื่องคอนโซลกำลังเผชิญแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้น
ผลการวิจัยชี้ว่า Nintendo อาจยุติการจำหน่ายรุ่นพื้นฐานราคา 449 ดอลลาร์ และหันไปขายเฉพาะแพ็กเกจบันเดิลในราคา 499 ดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งเท่ากับเป็นการปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 50 ดอลลาร์
การคาดการณ์นี้อ้างอิงจากปัจจัยหลายด้านที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่
-
แรงกดดันจาก ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
-
ต้นทุน หน่วยความจำ (Memory) ที่สูงขึ้น
-
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลให้ทั้ง Sony และ Microsoft ปรับราคาคอนโซลของตนขึ้นหลังจากวางจำหน่ายไปแล้ว
แม้ Nintendo จะยังคงราคาขายเครื่องไว้เท่าเดิมตั้งแต่เปิดตัว แต่ราคาของอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ กลับปรับสูงขึ้นอย่างเงียบ ๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าซัพพลายเออร์เริ่มส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังผู้บริโภคแล้ว
จากการวิเคราะห์ของ Niko ระบุว่า การรวมกันของภาษีนำเข้า ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ จะทำให้ Nintendo ต้องเดินตามรอย Sony และ Microsoft ด้วยการปรับราคาฮาร์ดแวร์หลังวางจำหน่าย
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Nintendo เผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ
-
41% สำหรับโมดูล LPDDR5X ขนาด 12GB ที่ใช้ใน Switch 2
-
และประมาณ 8% สำหรับหน่วยความจำ NAND Flash 256GB
การปรับราคาจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ธุรกิจคอนโซลของ Nintendo ยังคงดำเนินต่อไปได้ เพราะบริษัทไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดเพียงลำพัง
และในขณะที่ราคาของ DRAM และ NAND ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น การปรับราคาคอนโซลครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราอาจได้เห็นสัญญาณชัดเจนขึ้นว่าข่าวนี้จะกลายเป็นความจริงในตลาดหรือไม่
ที่มา: Wccftech



