หลังจาก Intel ต้องเผชิญแรงกดดันจาก AMD และ Qualcomm อย่างหนักตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทดูเหมือนกำลังเตรียมกลับมาสู้เต็มตัวอีกครั้ง
ตามข้อมูลล่าสุดจากซัพพลายเชน ระบุว่าการปรับโครงสร้างภายในของ Intel เริ่มเห็นผลชัดเจน ทำให้แผนการพัฒนาและวิจัยกลับเข้าสู่เส้นทางปกติแล้ว โดยตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Intel วางแผนออกไมโครสถาปัตยกรรมใหม่ปีละ 1 รุ่น ต่อเนื่อง 3 ปี ได้แก่ Nova Lake, Razor Lake และ Titan Lake เพื่อทวงคืนความเป็นผู้นำตลาด PC
รายงานระบุว่า Nova Lake มีกำหนดเปิดตัวช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Intel
Nova Lake เวอร์ชันเดสก์ท็อป (Nova Lake-S) คาดว่าจะใช้สถาปัตยกรรม Coyote Cove สำหรับ P-Core และ Arctic Wolf สำหรับ E-Core พร้อมเพิ่มจำนวนคอร์ CPU อย่างมาก และรุ่นท็อปอาจมาพร้อมแคชสูงถึง 288MB
ถัดมาในไตรมาส 4 ปี 2027 Intel จะเปิดตัว Razor Lake ซึ่งใช้ Griffin Cove P-Core และ Golden Eagle E-Core โดยเน้นการเพิ่ม IPC อย่างมีนัยสำคัญ
รายงานยังระบุว่า Razor Lake จะยังคงรองรับซ็อกเก็ตเดียวกับ Nova Lake แบบ Pin-to-Pin Compatible ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตเมนบอร์ดและผู้ใช้สาย DIY ที่ต้องการอัปเกรดโดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มทั้งหมด
ส่วนในปี 2028 Intel มีแผนที่ทะเยอทะยานมากขึ้นกับ Titan Lake ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของบริษัท
Titan Lake มีข่าวลือว่าจะเลิกใช้แนวคิดแยก P-Core / E-Core และเปลี่ยนไปใช้คอร์แบบรวมศูนย์ใหม่ชื่อ Copper Shark แทน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Intel อาจจับมือกับ NVIDIA เพื่อนำ GPU Tile แบบ RTX มาผสานในชิปโดยตรง เป็นครั้งแรก เพื่อแข่งขันกับ AMD Strix Halo ในตลาด APU ระดับสูง
ฝั่งตลาดเริ่มต้น Intel ก็ยังไม่ละเลย โดยในปี 2028 จะมี Moon Lake เข้ามาแทน Twin Lake ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม E-Core ล้วน เน้นกลุ่มโน้ตบุ๊กบางเบา ประหยัดพลังงาน และ Chromebook
แหล่งข่าวจากซัพพลายเชนระบุว่า Intel ปัจจุบันมั่นใจมากขึ้น และไม่คาดว่าผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่จะเกิดความล่าช้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป
หากแผนทั้งหมดเดินหน้าได้ตามกำหนด พร้อมกับกระบวนการผลิตภายในที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แผนโรดแมปนี้อาจช่วยให้ Intel พลิกสถานการณ์และกลับมาแข่งขันในตลาดได้อย่างจริงจังอีกครั้ง
ที่มา: HKEPC



