หลุด Intel Nova Lake-S! iGPU Xe3P 12 คอร์ ใช้ PL2 แค่ 40W แต่ PL4 แตะ 65W พร้อม L2 Cache เพิ่ม 25%
ข้อมูลล่าสุดจาก Jaykihn แหล่งข่าวสาย Intel ที่มีประวัติรายงานข้อมูลฮาร์ดแวร์ล่วงหน้าค่อนข้างแม่นยำ เผยรายละเอียดเพิ่มเติมของซีพียูรุ่นใหม่ Intel Nova Lake-S โดยเฉพาะชิปที่มาพร้อมกราฟิกออนบอร์ด Xe3P จำนวน 12 คอร์
จุดที่น่าสนใจคือ iGPU รุ่นดังกล่าวมีการกำหนด Power Limit 2 (PL2) อยู่ที่ประมาณ 40W แม้ก่อนหน้านี้จะมีข้อมูลว่า Xe3P สามารถใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 65W ผ่านการออกแบบระบบจ่ายไฟแบบ 2-phase VCCGT
ความแตกต่างนี้หมายความว่า 65W ไม่ใช่ระดับการใช้พลังงานตามปกติ แต่เป็นเพดานสำหรับสถานการณ์โหลดหนักหรือช่วงเวลาสั้น ๆ
Nova Lake-S รุ่น 4P + 8E + 4LPE พร้อม Xe3P 12 คอร์
ชิป Nova Lake-S ที่มีข้อมูลหลุดในครั้งนี้ประกอบด้วย
- P-Core จำนวน 4 คอร์
- E-Core จำนวน 8 คอร์
- LPE-Core จำนวน 4 คอร์
- Xe3P GPU จำนวน 12 คอร์
- iGPU ใช้ L2 Cache 20MB
การออกแบบดังกล่าวถือว่าน่าสนใจ เพราะเป็นหนึ่งใน Nova Lake-S ไม่กี่รุ่นที่ iGPU จำเป็นต้องใช้ VCCGT ถึง 2 เฟส
โดยปกติแล้ว Intel จะใช้ VCCGT แบบเฟสเดียวสำหรับจ่ายไฟให้กับกราฟิกออนบอร์ด แต่การเพิ่มจำนวน Xe3P และความสามารถของ iGPU ทำให้ชิปรุ่นนี้ต้องมีระบบจ่ายไฟที่รองรับโหลดสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Xe3P รุ่นนี้อาจสามารถใช้พลังงานได้สูงสุดประมาณ 65W แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า PL2 อยู่ที่เพียง 40W
ส่วนระดับ 65W จะถูกสงวนไว้สำหรับสถานการณ์พิเศษ เช่น PL3 ขณะที่ PL4 ถูกกำหนดไว้ที่ 65W เช่นกัน
พูดง่าย ๆ คือ iGPU ไม่ได้ทำงานที่ 65W ตลอดเวลา แต่สามารถพุ่งขึ้นไปถึงระดับดังกล่าวได้ในเงื่อนไขที่กำหนด
Xe3P เพิ่ม L2 Cache จาก 16MB เป็น 20MB
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่สถาปัตยกรรมกราฟิก
Xe3P ที่ใช้ใน Nova Lake ถูกคาดว่าจะเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Xe3 ที่ใช้ใน Panther Lake และไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเท่านั้น
หนึ่งในข้อมูลที่เห็นได้ชัดคือขนาด L2 Cache
สำหรับ Panther Lake ที่ใช้ Xe3 จำนวน 12 คอร์ มี L2 Cache อยู่ที่ประมาณ 16MB
แต่ Xe3P ใน Nova Lake จะเพิ่มขึ้นเป็น 20MB
หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25%
การเพิ่ม Cache อาจช่วยลดการเข้าถึงหน่วยความจำภายนอกและเพิ่มประสิทธิภาพในงานบางประเภท โดยเฉพาะ workload ที่มีการใช้ข้อมูลซ้ำจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขประสิทธิภาพจริงของ Xe3P ให้เปรียบเทียบกับ Xe3 อย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเพิ่ม L2 Cache จะทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ Xe3P ยังถูกคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในระดับ microarchitecture มากกว่าแค่การเพิ่ม Cache อีกด้วย
Nova Lake-S อาจมีสูงสุด 52 คอร์
Nova Lake-S จะใช้โครงสร้างแบบ Compute Die ที่สามารถปรับจำนวนคอร์ได้ตามระดับผลิตภัณฑ์
Intel สามารถใช้ Compute Die เพียง 1 ชุด สำหรับซีพียูที่มีสูงสุด 28 คอร์ หรือใช้ Compute Die จำนวน 2 ชุด เพื่อสร้างรุ่นที่มีมากถึง 52 คอร์
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า Intel น่าจะเปิดตัวรุ่นที่ใช้ Compute Die เดียวก่อน ส่วนรุ่น Dual Compute Die จะตามมาภายหลัง
สำหรับรุ่น 28-Core Nova Lake-S DS ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ SKU ใหม่ มีรายงานว่ามีกำหนดเปิดตัวในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2027
ส่วนรุ่น K-Series ที่เน้นการโอเวอร์คล็อก มีแนวโน้มเปิดตัวในช่วงต้น ไตรมาส 2 ปี 2027 หรือประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายน
4P + 8E + 4LPE อาจเป็นหนึ่งในรุ่นเปิดตัวชุดแรก
ชิปที่กำลังถูกพูดถึงในครั้งนี้เป็น Nova Lake-S แบบ Compute Die เดียวที่มีโครงสร้าง 16 CPU cores + 12 Xe3P GPU cores
ประกอบด้วย 4 P-Core, 8 E-Core และ 4 LPE-Core
ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าชิปรุ่นดังกล่าวจะอยู่ใน คลื่นแรกของ Nova Lake-S ที่ Intel จะเปิดตัว
หากข้อมูลทั้งหมดเป็นจริง Nova Lake จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์มเดสก์ท็อป Intel ทั้งในด้านโครงสร้าง CPU, จำนวน Compute Die, สถาปัตยกรรม Xe3P และความสามารถของ iGPU
โดยเฉพาะ Xe3P 12 คอร์ที่แม้จะถูกจำกัด PL2 ไว้ที่ 40W แต่สามารถรองรับการใช้พลังงานสูงสุดระดับ 65W ในเงื่อนไขพิเศษ พร้อม L2 Cache ที่เพิ่มขึ้นถึง 25% ซึ่งอาจทำให้ iGPU ของ Nova Lake-S มีศักยภาพสูงกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมด ยังเป็นข้อมูลหลุดและยังไม่มีการยืนยันจาก Intel ประสิทธิภาพจริง รวมถึงค่า Power Limit ขั้นสุดท้าย อาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด
ที่มา: TechPowerUp



