ราคาหุ้นของ Intel ปรับตัวกลับขึ้นมาสู่ระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ช่วงก่อนบริษัทเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2022 หลังจากที่ในเวลาต่อมา ราคาหุ้นร่วงลงมาใกล้ระดับมูลค่าทางบัญชี (tangible book value) ตามการประเมินของนักวิเคราะห์วอลล์สตรีทบางราย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Intel ต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร การลงทุนด้านโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล รวมถึงความล่าช้าในการเดินหน้าธุรกิจโรงงานผลิตชิป (Foundry)
แม้จะเผชิญอุปสรรคเหล่านี้ แต่ล่าสุดราคาหุ้น Intel ก็ฟื้นตัวกลับขึ้นมาที่ระดับเดียวกับปี 2022 โดยทำจุดสูงสุดที่ 54.16 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 ทั้งนี้ นับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีการแตกพาร์หรือเหตุการณ์พิเศษอื่นใดเกิดขึ้น นอกเหนือจากความเชื่อมั่นของวอลล์สตรีทที่ค่อย ๆ ลดลงต่อความสามารถในการดำเนินงานของ Intel ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นักลงทุนจำนวนมากเคยหมดศรัทธาในบริษัท แต่เมื่อ Intel เริ่มฟื้นฟูชื่อเสียงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ก็กลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะเสาหลักของยุทธศาสตร์ ความเป็นอิสระด้านเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ
ราคาหุ้น Intel เคยร่วงลงไปต่ำสุดที่ 17.63 ดอลลาร์ ในเดือนเมษายน 2025 หลังรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีกับหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐได้ลงทุน 8.9 พันล้านดอลลาร์ ใน Intel โดยเข้าซื้อหุ้นในตลาดสาธารณะในช่วงที่ราคาหุ้นอยู่ที่ราว 20.47 ดอลลาร์ ส่งผลให้รัฐบาลถือหุ้นในสัดส่วน 9.9% ของบริษัท
นับตั้งแต่นั้นมา ราคาหุ้น Intel ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ความคืบหน้าของธุรกิจ Intel Foundry หลังจากช่วงชะงักงันและขาดทุนสะสม รวมถึงแผนงาน (Roadmap) ที่มีความชัดเจนและมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างภายในองค์กรภายใต้ซีอีโอคนใหม่ Lip-Bu Tan ซึ่งตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับแผนเดิม ก็มีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของบริษัทเช่นกัน
ที่น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อ Intel ได้กลับมาอย่างเต็มที่ในปี 2026 โดยราคาหุ้นปรับขึ้นถึง 44.8% ภายในเวลาเพียง 13 วันทำการ บนตลาด Nasdaq จากช่วง 19 วันทำการที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานที่โดดเด่นสำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นมากว่า 50 ปี และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ราว 254 พันล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ Intel มีกำหนดรายงานผลประกอบการ ไตรมาส 4 ปี 2025 พร้อมแนวโน้มทั้งปี ในวันที่ 22 มกราคม หลังตลาดหุ้นปิด ซึ่งคาดว่าจะมีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมให้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด
ที่มา: TechPowerUp



