NVIDIA ถูกกล่าวหาจงใจทำการ์ดจอขาดตลาด ดันบริษัท AI กว้านซื้อ GPU จนเกมเมอร์ซื้อ RTX 5090 ไม่ได้! แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
ตลาดการ์ดจอเกมมิ่งกำลังเผชิญสถานการณ์ที่น่ากังวล เมื่อ NVIDIA ทำรายได้จากธุรกิจเกมได้สูงถึง 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2026 หรือประมาณ 540,000 ล้านบาท แต่ผู้บริโภคกลับต้องเผชิญกับการ์ดจอรุ่นเรือธงที่หาซื้อได้ยาก และราคาในตลาดรีเซลพุ่งขึ้นไปหลายเท่าตัว โดยเฉพาะ GeForce RTX 5090 ที่มีรายงานราคาจากผู้ขายบุคคลที่สามบน Amazon สูงถึง 8,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 287,000 บาท
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อกล่าวหาบนโลกออนไลน์ว่า NVIDIA อาจจงใจทำให้การ์ดจอเกมมิ่งขาดตลาด ด้วยการผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กักตุนชิปประมวลผล AI จนผู้เล่นเกมไม่สามารถซื้อการ์ดจอได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอจะยืนยันว่า NVIDIA จงใจสร้างวิกฤตหรือบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีกักตุนฮาร์ดแวร์ AI ข้อกล่าวหานี้ส่วนใหญ่มีที่มาจากการสนทนาบน Reddit และการรายงานต่อเนื่องจากแหล่งข่าวออนไลน์ ซึ่งยังไม่มีเอกสารสัญญา ข้อมูลสต็อกที่ตรวจสอบได้ หรือคำให้การโดยตรงที่พิสูจน์เรื่องดังกล่าว
สิ่งที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนกว่าในเวลานี้ คือความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่เพิ่มขึ้นและข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ กำลังสร้างแรงกดดันต่อการจัดหาการ์ดจอสำหรับผู้บริโภคจริง
รายได้การ์ดจอเกมมิ่งยังโต แต่ไม่ได้ตอบว่าการ์ดจอถูกส่งไปอยู่ที่ไหน
ข้อมูลจากรายงานผลประกอบการอย่างเป็นทางการของ NVIDIA ระบุว่า ในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2026 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจ Gaming จำนวน 3.7 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 125,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้า โดย NVIDIA อธิบายว่ารายได้ลดลงตามฤดูกาลและการปรับระดับสินค้าคงคลังของช่องทางจำหน่ายหลังผ่านช่วงเทศกาลวันหยุด
ส่วนรายได้ Gaming ตลอดปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 540,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าธุรกิจการ์ดจอเกมมิ่งยังมีความสำคัญต่อ NVIDIA และยังสร้างรายได้เติบโตได้ดี แต่รายได้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าบริษัทจัดสรรชิป GPU หรือหน่วยความจำให้ผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มมากน้อยเพียงใด รวมถึงไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่า NVIDIA จงใจลดปริมาณการ์ดจอที่ส่งให้ตลาดเกมมิ่งหรือไม่
NVIDIA ยอมรับว่าหน่วยความจำมีจำกัด แต่ยืนยันยังส่งการ์ดจอ GeForce ต่อเนื่อง
คำอธิบายที่มีหลักฐานรองรับมากกว่าข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างวิกฤต คือปัญหาการจัดหาหน่วยความจำที่ได้รับแรงกดดันจากความต้องการฮาร์ดแวร์ AI
NVIDIA เคยชี้แจงกับสื่อเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องการหยุดผลิตการ์ดจอ GeForce RTX บางรุ่นว่า ความต้องการ GPU สำหรับ GeForce ยังคงแข็งแกร่ง แต่ปริมาณหน่วยความจำมีข้อจำกัด พร้อมระบุว่าบริษัทยังคงจัดส่งการ์ดจอ GeForce ทุกรุ่น และกำลังทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อเพิ่มความพร้อมของหน่วยความจำ
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ที่สื่อ CNBC อ้างถึงชี้ว่า ความต้องการหน่วยความจำสำหรับระบบประมวลผล AI กำลังแย่งทรัพยากรจากตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนการ์ดจอ GeForce ที่ผลิตได้จริง
เหตุผลทางธุรกิจก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะการ์ดจอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และระบบ AI สามารถสร้างรายได้และอัตรากำไรสูงกว่าผลิตภัณฑ์เกมมิ่งบางกลุ่ม จึงมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ผู้ผลิตจัดสรรกำลังการผลิตที่มีจำกัดไปยังตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง การจัดสรรกำลังการผลิตตามผลตอบแทนทางธุรกิจ กับ การจงใจสร้างสินค้าขาดตลาดหรือบังคับลูกค้าให้กักตุนฮาร์ดแวร์ เพราะเป็นข้อกล่าวหาคนละระดับและต้องการหลักฐานที่แตกต่างกัน
RTX 5090 ราคาเกือบ 287,000 บาท ทั้งที่ราคาเปิดตัวประมาณ 67,500 บาท
ตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาชัดเจนที่สุดคือ GeForce RTX 5090 ซึ่งเปิดตัวในสหรัฐฯ ด้วยราคาแนะนำ 1,999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 67,500 บาท เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33.75 บาทต่อดอลลาร์
แต่ในรายงานของ Tom's Hardware เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 พบว่า RTX 5090 ที่ขายโดยผู้ขายบุคคลที่สามบน Amazon มีราคาประมาณ 8,500 ดอลลาร์ หรือราว 287,000 บาท ขณะที่สินค้าบน Newegg บางรายการมีราคาประมาณ 7,300 ดอลลาร์ หรือราว 246,000 บาท
ราคานี้เป็นราคาตั้งขายของผู้ขายภายนอก ไม่ใช่ราคาอย่างเป็นทางการจาก NVIDIA และไม่ใช่ราคาขายเฉลี่ยของ RTX 5090 ในทุกประเทศ ส่วนราคาเงินบาทเป็นเพียงการแปลงค่าเงินก่อนภาษี ค่าขนส่ง และส่วนต่างจากผู้นำเข้า
รายงานเดียวกันยังระบุว่า RTX 5090 หาซื้อได้ยากมากในช่องทางจำหน่ายหลักของสหรัฐฯ แม้ Jeff Fisher รองประธานอาวุโสของ NVIDIA จะมีรายงานว่าให้สัมภาษณ์กับสื่อไต้หวันว่า การผลิตการ์ดจอรุ่นดังกล่าวยังไม่ได้ยุติลง และบริษัทจะยังจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คำกล่าวนี้เป็นข้อมูลจากรายงานการสัมภาษณ์ ไม่ใช่เอกสารแถลงการณ์โดยตรงที่ NVIDIA เผยแพร่ต่อสาธารณะ
สถานการณ์จึงสะท้อนปัญหาที่ผู้บริโภคต้องเผชิญอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือ แม้ผลิตภัณฑ์จะยังไม่ถูกประกาศยกเลิก แต่การหาซื้อในราคาที่ใกล้เคียงราคาเปิดตัวกลับทำได้ยากมาก
แล้ว NVIDIA บังคับให้บริษัท AI กักตุนการ์ดจอจริงหรือไม่?
คำกล่าวอ้างนี้ยังขาดหลักฐานสำคัญที่จะทำให้สามารถสรุปได้ว่าเป็นเรื่องจริง
จากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ยังไม่พบสัญญาจัดซื้อ เอกสารภายใน ข้อมูลสต็อกที่ตรวจสอบโดยอิสระ หรือคำให้การจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยืนยันว่า NVIDIA บังคับให้บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Microsoft, Google หรือ Meta ซื้อฮาร์ดแวร์ AI มาเก็บไว้โดยไม่มีแผนใช้งาน
การที่บริษัท AI ซื้อ GPU จำนวนมากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามความต้องการประมวลผลและแผนขยายดาต้าเซ็นเตอร์ แต่การซื้อจำนวนมากไม่ได้แปลว่ามีการกักตุนโดยไม่มีความจำเป็น และยิ่งไม่ใช่หลักฐานว่าผู้ผลิตชิปบังคับให้ลูกค้าทำเช่นนั้น
หากมีเอกสารที่พิสูจน์ว่าบริษัทผู้ผลิตจงใจสร้างภาวะขาดแคลนผ่านการควบคุมอุปทานหรือข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมจริง เรื่องนี้ย่อมมีความสำคัญมากกว่าปัญหาการจัดส่งสินค้าที่ไม่เพียงพอ แต่ในขณะนี้ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ผ่านการพิสูจน์
เกมเมอร์ควรทำอย่างไรในช่วงที่การ์ดจอขาดตลาด?
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนประกอบคอมพิวเตอร์หรืออัปเกรดการ์ดจอ การตัดสินใจควรยึดราคาขายจริงและความคุ้มค่าเป็นหลัก มากกว่าการรอซื้อ RTX 5090 ที่มีราคาสูงเกินปกติอย่างมาก
หากต้องการเล่นเกมในระดับประสิทธิภาพสูง สามารถเปรียบเทียบ Radeon RX 9070 XT ของ AMD หรือ Intel Arc B580 กับ GeForce รุ่นที่ยังมีสินค้าอยู่ โดยพิจารณาจากความละเอียดที่เล่น ประสิทธิภาพในเกมที่ใช้งานจริง ปริมาณ VRAM การใช้พลังงาน และราคาที่หาได้ในประเทศไทย
ส่วนผู้ที่จำเป็นต้องใช้ RTX 5090 สำหรับงานเฉพาะทาง ควรระมัดระวังสินค้าจากผู้ขายที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบการรับประกัน และหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินตามราคาที่สูงผิดปกติโดยไม่จำเป็น
ท้ายที่สุด ปัญหาการ์ดจอขาดตลาดในปี 2026 มีมูลเหตุที่น่ากังวลอยู่แล้ว ทั้งข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ ความต้องการฮาร์ดแวร์ AI และความยากในการหาซื้อ RTX 5090 ในราคาปกติ แต่การกล่าวหาว่า NVIDIA จงใจสร้างวิกฤตและบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีกักตุน GPU ยังต้องการหลักฐานมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือราคาขายต่อที่พุ่งสูง เพราะสิ่งเหล่านี้แสดงถึงแรงกดดันในตลาดได้ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์เจตนาของผู้ผลิตโดยตรง
ที่มา: yohoo! tech



