ดูเหมือนว่า CXMT และ YMTC สองยักษ์ใหญ่ด้านหน่วยความจำของจีน อาจไม่ได้ต้องการก้าวเข้าสู่ซัพพลายเชนของ Apple ในฐานะซัพพลายเออร์รายใหญ่แต่อย่างใด แม้การได้เป็นผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองจาก Apple จะถือเป็นหนึ่งในใบเบิกทางสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก็ตาม
รายงานล่าสุดระบุว่า สำหรับ CXMT และ YMTC การเชื่อมโยงกับ Apple อาจมีคุณค่ามากกว่าในแง่ "ตรารับรองคุณภาพ" เพื่อใช้พิสูจน์ให้ลูกค้าตะวันตกเห็นว่าเทคโนโลยีหน่วยความจำของจีนสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับผู้ผลิตชั้นนำของโลกแล้ว มากกว่าจะมุ่งส่งมอบสินค้าให้ Apple ในปริมาณมหาศาล
CXMT และ YMTC กำลังเร่งขยายกำลังผลิตครั้งใหญ่
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมหน่วยความจำของจีนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
YMTC ซึ่งเป็นผู้ผลิต NAND Flash รายใหญ่ของจีน สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปี 2024 ขณะที่ CXMT เพิ่งระดมทุนผ่าน IPO ได้ประมาณ 66.6 พันล้านหยวน และ YMTC ก็มีแผนเข้าตลาดหุ้นในช่วงปลายปี 2026 โดยตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 33 พันล้านหยวน
เงินทุนจำนวนมหาศาลกำลังถูกนำไปใช้เพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของจีนในการเพิ่มความสามารถพึ่งพาตนเองด้านหน่วยความจำให้ได้อย่างน้อย 50% ภายในช่วงปลายปี 2027–2028
YMTC เร่งโรงงาน Wuhan Phase 3
หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือ YMTC มีแผนเดินหน้าโรงงานแห่งใหม่ใน Wuhan Phase 3 ให้เริ่มดำเนินการภายใน ไตรมาส 4 ปี 2026 เร็วกว่ากำหนดเดิมที่คาดไว้ในไตรมาส 2 ปี 2027
เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง โรงงานแห่งนี้มีเป้าหมายผลิตได้ประมาณ 100,000 เวเฟอร์ต่อเดือน ขณะที่ระยะแรกจะเริ่มที่ประมาณ 50,000 เวเฟอร์ต่อเดือน
ที่น่าสนใจคือประมาณ 20% ของกำลังการผลิตช่วงเริ่มต้น จะถูกจัดสรรสำหรับการทดลองผลิตหน่วยความจำประเภท LPDDR ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์พกพา
CXMT ก็เร่งผลิต DRAM และ HBM อย่างหนัก
ด้าน CXMT ก็กำลังเพิ่มกำลังการผลิตอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีรายงานว่าบริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตจากประมาณ 200,000 เวเฟอร์ต่อเดือนในปัจจุบัน เป็นราว 300,000 เวเฟอร์ต่อเดือนภายในสิ้นปี 2026
นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรกำลังการผลิตประมาณ 50,000 เวเฟอร์ต่อเดือน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ HBM ซึ่งเป็นหน่วยความจำสำคัญสำหรับระบบ AI และ Data Center
CXMT ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานใหม่อีก 2 แห่งใน เซี่ยงไฮ้และเหอเฝย์ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตรวมของบริษัทขึ้นไปแตะประมาณ 600,000 เวเฟอร์ต่อเดือน
หากการขยายตัวเป็นไปตามแผน CXMT อาจสามารถแซง Micron ในด้านปริมาณการผลิตได้ภายในช่วงปี 2030
จีนเริ่มส่งหน่วยความจำให้ลูกค้าตะวันตกแล้ว?
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือรายงานระบุว่า CXMT และ YMTC อาจเริ่มขยายการขายไปยังลูกค้าตะวันตกอย่างเงียบ ๆ แม้จีนจะมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างระบบซัพพลายเชนหน่วยความจำภายในประเทศก็ตาม
สำหรับ YMTC มีข่าวว่าบริษัทอาจกำลังจำหน่าย NAND Flash ให้กับ ผู้ผลิตโมดูลอิสระในต่างประเทศ จากนั้นบริษัทเหล่านั้นจะนำชิปไปประกอบเป็น SSD ระดับ Enterprise เพื่อจำหน่ายต่อ
วิธีดังกล่าวช่วยลดความอ่อนไหวของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ NAND ซึ่งมีต้นกำเนิดจากจีนโดยตรง และทำให้ผู้ผลิต SSD สามารถนำชิ้นส่วนดังกล่าวเข้าสู่ตลาดองค์กรได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ CXMT มีรายงานว่าเริ่มกระบวนการ Product Qualification กับผู้ให้บริการ Cloud รายเล็กและขนาดกลางในตลาดอย่าง สหรัฐฯ และแคนาดา แล้ว
บริษัทกำลังพยายามให้ลูกค้าล็อกกำลังการผลิตล่วงหน้า เพื่อรับประกันว่าจะมีหน่วยความจำเพียงพอในอนาคต
แล้วทำไม Apple ถึงยังสำคัญ?
แม้ทั้ง CXMT และ YMTC จะมีโอกาสขายสินค้าให้กับลูกค้าตะวันตกโดยตรงมากขึ้น แต่ Apple ยังคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
รายงานของ DigiTimes ระบุว่า ทั้งสองบริษัทอาจ ไม่ได้ต้องการส่งมอบ DRAM หรือ NAND ให้ Apple ในปริมาณมาก เพราะกำลังการผลิตที่มีอยู่ถูกจัดสรรให้กับลูกค้ารายอื่นไปแล้ว
สิ่งที่บริษัทต้องการมากกว่าคือการได้รับสถานะ ซัพพลายเออร์ที่ผ่านการรับรองจาก Apple
เหตุผลคือการผ่านมาตรฐานของ Apple สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางการตลาดได้อย่างทรงพลัง
กล่าวง่าย ๆ คือ หาก CXMT หรือ YMTC สามารถพูดได้ว่า
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านการรับรองและเข้าสู่ซัพพลายเชนของ Apple แล้ว
ก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ารายอื่นในสหรัฐฯ ยุโรป และตลาดตะวันตกอย่างมาก
ดังนั้น Apple อาจไม่ได้เป็น "ลูกค้ารายใหญ่" ที่สองบริษัทต้องการมากที่สุด แต่เป็นเหมือน ใบรับรองคุณภาพระดับโลก
ปัญหาคือกำลังการผลิตปี 2027 แทบไม่เหลือ
อีกปัจจัยที่ทำให้ Apple อาจไม่ได้รับความสำคัญในด้านปริมาณ คือ กำลังการผลิตของ CXMT ถูกจองไว้จำนวนมากแล้ว
มีรายงานว่ากำลังการผลิตของ CXMT ถูกจองไปจนถึงปี 2027 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 95%
นั่นหมายความว่า แม้ Apple จะต้องการสั่งซื้อ DRAM จาก CXMT ในปริมาณมาก บริษัทก็อาจไม่สามารถจัดสรรกำลังผลิตให้ได้ง่าย ๆ โดยไม่กระทบต่อลูกค้ารายอื่น
ก่อนหน้านี้มีการประเมินว่า หาก Apple ต้องการตอบสนองความต้องการหน่วยความจำสำหรับตลาดจีนของตัวเอง อาจต้องใช้กำลังการผลิตของ CXMT ในระดับประมาณ 6.6% ของกำลังการผลิตช่วงสิ้นปี
ตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่มากเมื่อมองในภาพรวม แต่ในตลาดที่กำลังการผลิตถูกจองเกือบเต็มแล้ว การจัดสรรเพิ่มแม้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็มีความหมายอย่างมาก
เกมของจีนจึงอาจไม่ใช่การเป็น "ซัพพลายเออร์ Apple" แต่คือการพิสูจน์ว่าตัวเองขึ้นมาอยู่ระดับโลกแล้ว
สถานการณ์นี้สะท้อนการแข่งขันในอุตสาหกรรมหน่วยความจำได้อย่างน่าสนใจ
CXMT กำลังเร่งสร้างฐานการผลิต DRAM ขนาดใหญ่ ขณะที่ YMTC กำลังผลักดันเทคโนโลยี NAND และเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองบริษัทต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและลดการพึ่งพาผู้ผลิตจากต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน การได้ผ่านมาตรฐานของบริษัทระดับ Apple ก็สามารถกลายเป็นหลักฐานสำคัญว่าเทคโนโลยีหน่วยความจำของจีนไม่ได้อยู่ในระดับรองอีกต่อไป
และหากการขยายกำลังผลิตยังเดินหน้าได้ตามแผน ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า CXMT และ YMTC อาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตหน่วยความจำสำหรับตลาดจีน แต่กำลังกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Samsung, SK hynix, Micron และผู้ผลิต NAND รายใหญ่ในตลาดโลก
สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือ Apple จะยอมเปิดประตูให้หน่วยความจำจาก CXMT และ YMTC เข้าสู่ซัพพลายเชนมากน้อยเพียงใด และหากเกิดขึ้นจริง การรับรองจาก Apple อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตะวันตกรายอื่นกล้าหันมาใช้หน่วยความจำจากจีนมากขึ้น
ที่มา: Wccftech



