NVIDIA เปิดพรีออเดอร์ RTX Spark เริ่ม 2,599 ดอลลาร์ ชู AI 120B และเกม 1440p 100 FPS
NVIDIA เปิดให้สั่งจอง RTX Spark PCs อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาด PC อย่างจริงจังครั้งแรกของบริษัท จากเดิมที่ NVIDIA เป็นผู้ผลิต GPU เป็นหลัก โดยแพลตฟอร์มใหม่ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่อง All-in-One สำหรับทั้ง Gaming, Content Creation และ Local AI
ระบบชุดแรกจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 16 ตุลาคม 2026 และมีผู้ผลิตเข้าร่วมแล้วหลายราย ทั้ง Acer, ASUS, Dell, Gigabyte, HP, MSI, Lenovo รวมถึง Microsoft
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,599 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 87,500 บาท สำหรับเครื่องที่ใช้ชิป NVIDIA RTX Spark N1X รุ่น 18-core CPU + 5,120 CUDA Cores + 24GB Unified Memory ขณะที่รุ่นระดับสูงสามารถทะลุ 6,000 ดอลลาร์ ได้อย่างง่ายดาย
RTX Spark ไม่ได้มีแค่รุ่นเดียว
หัวใจของแพลตฟอร์มคือชิป N1X ซึ่ง NVIDIA แบ่งออกเป็น 2 ระดับ
รุ่นใหญ่ใช้ Grace CPU 20 คอร์ จับคู่กับ GPU Blackwell ที่มี 6,144 CUDA Cores และรองรับ Unified Memory ตั้งแต่ 24GB ไปจนถึง 128GB โดยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งโน้ตบุ๊กและ Mini PC
ส่วนรุ่นรองลงมาใช้ Grace CPU 18 คอร์ และ GPU Blackwell จำนวน 5,120 CUDA Cores พร้อม Unified Memory 24GB หรือ 32GB โดยในช่วงเปิดตัวจะเน้นอยู่ในกลุ่มโน้ตบุ๊กก่อน ขณะที่ Mini PC ที่ใช้ชิปรุ่นนี้จะตามมาในภายหลัง
จำนวน CUDA Cores ของรุ่น 6,144 คอร์นั้นอยู่ในระดับเดียวกับ GeForce RTX 5070 บนกระดาษ ส่วนรุ่น 5,120 คอร์ก็มี CUDA Cores มากกว่า RTX 5060 Ti แต่ NVIDIA ย้ำว่าประสิทธิภาพจริงไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับ GPU เดสก์ท็อปหรือ Laptop GPU เพราะข้อจำกัดด้านพลังงานและระบบระบายความร้อนของเครื่องขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม NVIDIA เชื่อว่า RTX Spark จะสามารถทำผลงานด้าน Gaming ได้สูงกว่ากลุ่ม iGPU ทั่วไปอย่างชัดเจน
RTX Spark ตั้งเป้าเกม 1440p 100 FPS
NVIDIA ระบุว่า RTX Spark PCs สามารถทำเฟรมเรตได้สูงถึง 100 FPS ที่ความละเอียด 1440p เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Ray Tracing และ DLSS รุ่นใหม่
ตัวแพลตฟอร์มรองรับทั้ง DLSS 5, DLSS 4.5 Ray Reconstruction และ Dynamic Multi Frame Generation สูงสุด 6X
NVIDIA ยังร่วมมือกับผู้พัฒนาเกมและผู้จัดจำหน่ายหลายรายเพื่อผลักดันเกมบน Windows on Arm โดยรายชื่อเกมที่รองรับหรือกำลังจะรองรับมีทั้ง Fortnite, Alan Wake 2, World of Warcraft, League of Legends, Valorant, PUBG: Battlegrounds และ Genshin Impact
Microsoft ยังระบุว่ามีเกม PC รองรับ RTX Spark อยู่แล้ว หลายร้อยเกม ตั้งแต่เกม AAA ไปจนถึงเกมอินดี้ และนำเกมอย่าง Cyberpunk 2077, Fortnite, Minecraft, Alan Wake II, Valorant และ World of Warcraft มาสาธิตบนเวที
หนึ่งในการสาธิตที่น่าสนใจที่สุดคือ Gears of War: E-Day ซึ่งสามารถทำงานที่ประมาณ 60 FPS บนการตั้งค่า Ultra แต่ยังไม่มีการเปิดเผยความละเอียด รวมถึงไม่ได้ยืนยันว่าการสาธิตใช้ Upscaling หรือ Frame Generation หรือไม่
ส่วนเกมอย่าง Call of Duty ยังไม่พร้อมในวันเปิดตัว โดย NVIDIA และ Microsoft ระบุว่าจะนำมารองรับ RTX Spark ในปี 2027
จุดขายจริงอาจอยู่ที่ 128GB Unified Memory
แม้ NVIDIA จะพูดถึง Gaming อย่างมาก แต่จุดที่ทำให้ RTX Spark แตกต่างจากโน้ตบุ๊กเกมมิ่งทั่วไปคือ Unified Memory ขนาดสูงสุด 128GB
CPU และ GPU สามารถเข้าถึงหน่วยความจำร่วมกันได้ ทำให้ระบบสามารถจัดการโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วย VRAM แบบ GPU แยกทั่วไป
NVIDIA ระบุว่า RTX Spark สามารถรองรับ AI Agents ที่มีมากถึง 120 พันล้านพารามิเตอร์ และรองรับ Context Length สูงสุดระดับ 1 ล้าน Tokens
ด้าน Content Creation บริษัทระบุว่าสามารถจัดการฉาก 3D ขนาดประมาณ 90GB ด้วย OptiX และ Ray Tracing รวมถึงรองรับ Hardware-Accelerated 4:2:2 Video ซึ่งเหมาะกับงานตัดต่อและสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพ
สำหรับ AI NVIDIA ยังเคลมว่า RTX Spark PC สามารถให้ประสิทธิภาพเหนือกว่า MacBook Pro 16 นิ้วที่ใช้ M5 Pro ได้สูงสุดในบางงาน โดยระบุว่า
- Time to First Token เร็วขึ้นสูงสุด 2.1 เท่า
- AI Image Generation เร็วขึ้นสูงสุด 4.3 เท่า
- AI Video Generation เร็วขึ้นสูงสุด 6.2 เท่า
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลการทดสอบของ NVIDIA เอง จึงควรรอการทดสอบจากผู้ใช้งานจริงและสื่ออิสระก่อนจะสรุปว่า RTX Spark เหนือกว่า MacBook ในทุกประเภทงาน
เบื้องหลังคือ GB10 Superchip ในร่าง PC
ในเชิงสถาปัตยกรรม RTX Spark ใช้แนวคิดเดียวกับ GB10 Superchip โดยรวม CPU ARM และ GPU Blackwell เข้าไว้ในแพ็กเกจเดียวผ่าน Multi-Die Packaging
ตัวชิปประกอบด้วยส่วน CPU และ GPU ที่ผลิตด้วยกระบวนการ TSMC 3nm พร้อมเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เฟซความเร็วสูงที่ออกแบบมาให้ใช้พลังงานต่ำ
GPU รองรับ Tensor Cores รุ่นที่ 5, Ray Tracing Cores, CUDA, TensorRT, NVFP4, DLSS และ Reflex ขณะที่ฝั่ง AI สามารถทำ FP32 ได้สูงสุดประมาณ 31 TFLOPs และ AI Compute ระดับประมาณ 1 PFLOP ตามระดับการกำหนดค่าของระบบ
หน่วยความจำเป็น LPDDR5X แบบ Unified Memory รองรับความเร็วสูงสุดประมาณ 9,400 MT/s และความจุสูงสุด 128GB โดยระบบยังสามารถกำหนดสัดส่วนหน่วยความจำที่จะจัดสรรให้ GPU ได้โดยตรงผ่าน Windows
ในระบบ 128GB ผู้ใช้สามารถจัดสรรหน่วยความจำให้ GPU ได้สูงสุดราว 111GB โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขค่าใน UEFI BIOS
ตัวชิปมีค่า TDP อยู่ที่ประมาณ 140W ทำให้ NVIDIA สามารถนำสถาปัตยกรรมระดับ Data Center มาปรับใช้กับอุปกรณ์ขนาดเล็กและโน้ตบุ๊กได้
เปิดตัวหลายแบรนด์ ตั้งแต่ Surface ถึง ASUS และ Dell
โน้ตบุ๊ก RTX Spark รุ่นแรกที่ประกาศแล้วมีอย่างน้อย 6 รุ่น ได้แก่
MSI Prestige N16 FLIP AI, Dell XPS 16, Lenovo Yoga Pro 9n, ASUS ProArt P14, HP OmniBook Ultra 16 และ Microsoft Surface Laptop Ultra
ส่วน Mini PC จะตามมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 โดยมี Acer, ASUS, Dell, Gigabyte, HP, MSI และ Lenovo เป็นผู้ผลิต
ด้านราคาเริ่มตั้งแต่ 2,599 ดอลลาร์ หรือประมาณ 87,500 บาท และสามารถขยับขึ้นไปไกลกว่า 6,000 ดอลลาร์ สำหรับรุ่นที่ติดตั้ง Unified Memory 128GB
ตัวอย่างราคาที่ NVIDIA และผู้ผลิตเปิดเผยในช่วงเริ่มต้น ได้แก่
| รุ่น | สเปกสำคัญ | ราคา |
|---|---|---|
| Microsoft Surface Laptop Ultra | 18-core / 5,120 CUDA / 24GB | $2,599 |
| HP OmniBook X14 | 18-core / 5,120 CUDA / 32GB | $2,899 |
| ASUS ProArt P16 | 20-core / 6,144 CUDA / 32GB | $3,399 |
| Dell XPS 16 | 20-core / 6,144 CUDA / 32GB | $3,799 |
| ASUS ProArt รุ่น 128GB | 20-core / 6,144 CUDA / 128GB | $6,499 |
| Microsoft RTX Spark Dev Box | 20-core / 6,144 CUDA / 128GB | $5,999 |
เมื่อคิดคร่าว ๆ ที่อัตรา 1 ดอลลาร์ประมาณ 33.7 บาท ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 87,500 บาท และ ASUS รุ่น 128GB จะพุ่งไปประมาณ 218,900 บาท
NVIDIA วางแผน RTX Spark ไว้ถึงปี 2030
สิ่งที่น่าสนใจคือ NVIDIA ไม่ได้มอง RTX Spark เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นเดียวแล้วจบ แต่ประกาศ Roadmap ล่วงหน้าไปถึงปี 2030
รุ่นแรกในปี 2026 ใช้ Grace + Blackwell + LPDDR5X
จากนั้นรุ่นที่สองในปี 2028 จะเปลี่ยนเป็น Vera CPU + Rubin GPU + LPDDR6
ส่วนรุ่นที่สามในปี 2030 จะขยับไปเป็น Rosa CPU + Feynman GPU ขณะที่ประเภทหน่วยความจำยังไม่มีการเปิดเผย
ในแต่ละเจเนอเรชัน NVIDIA ยังวางแผนให้มีอย่างน้อย 2 ระดับ ทั้งรุ่น High-End ระดับประมาณ 1 PFLOPS และรุ่นรองที่อยู่ราว 400 TFLOPS
NVIDIA RTX Spark Roadmap
| รุ่น | Generation 1 | Generation 2 | Generation 3 |
|---|---|---|---|
| ปีเปิดตัว | 2026 | 2028 | 2030 |
| CPU | Grace | Vera | Rosa |
| GPU | Blackwell | Rubin | Feynman |
| Memory | LPDDR5X | LPDDR6 | ยังไม่เปิดเผย |
NVIDIA กำลังบุกตลาด PC ด้วยจุดแข็งที่ x86 ไม่มี
จุดสำคัญของ RTX Spark ไม่ใช่เพียงการนำ ARM มาใส่ใน Windows แต่คือการนำ CUDA, RTX, TensorRT, DLSS, Ray Tracing และ Ecosystem ด้าน AI ของ NVIDIA ที่มีอยู่แล้วมารวมเข้ากับแพลตฟอร์ม Windows on Arm
นี่คือสิ่งที่ NVIDIA เชื่อว่าจะช่วยให้ RTX Spark มีโอกาสมากกว่าแพลตฟอร์ม Windows on Arm รุ่นก่อน ๆ ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องไดรเวอร์และความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหญ่ยังอยู่ที่ CPU Grace บน Windows ซึ่งยังต้องพิสูจน์ประสิทธิภาพและ Compatibility ในการใช้งานจริง เพราะ Benchmark ก่อนหน้านี้จำนวนมากมาจากระบบ DGX หรือการทำงานบน Linux
RTX Spark จึงเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ NVIDIA ว่าการนำ ARM + Blackwell + Unified Memory + CUDA มารวมกัน จะเพียงพอที่จะสร้างทางเลือกใหม่ในตลาด PC ที่ Intel และ AMD ครองมานานหรือไม่
และคำตอบที่สำคัญที่สุดจะไม่ได้อยู่ในสไลด์ของ NVIDIA แต่อยู่ที่เครื่องจริงที่จะเริ่มส่งถึงผู้ใช้ในวันที่ 16 ตุลาคม 2026
ที่มา: Wccftech



