เตรียมพบ HamsterOS ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับ PC ยุค 386/486 บูตจากแผ่นฟลอปปีดิสก์ พร้อม GUI และรันโปรแกรม DOS ได้
แม้โลกของคอมพิวเตอร์จะก้าวเข้าสู่ยุค AI และซีพียูหลายสิบคอร์ แต่กระแส Retro Computing ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดตัว HamsterOS ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์ยุค Intel 386 และ 486 โดยเฉพาะ พร้อมรองรับการทำงานของโปรแกรม DOS และเตรียมเปิดตัวในเดือน พฤศจิกายน นี้
จุดเด่นของ HamsterOS คือการเป็นระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิต ที่มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก (GUI) และสามารถบูตจาก แผ่นฟลอปปีดิสก์เพียงแผ่นเดียว ได้
ระบบปฏิบัติการขนาดเล็ก แต่ฟีเจอร์ครบ
หลังจากบูตเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้จะพบกับเดสก์ท็อปที่มีเครื่องมือพื้นฐานมาให้ครบ เช่น
- โปรแกรมจดบันทึก (Notepad)
- โปรแกรมดูรูปภาพ
- เครื่องคิดเลข
- เครื่องมือค้นหาไฟล์
- ตัวจัดการไฟล์ (File Manager)
- ตัวจัดการหน้าต่าง (Window Manager)
ตัวจัดการไฟล์สามารถเปิดหน้าต่างได้พร้อมกันสูงสุด 5 หน้าต่าง และมีไอคอนแยกตามประเภทไฟล์ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกกว่า DOS แบบดั้งเดิม
รันโปรแกรม DOS ได้โดยตรง
หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ HamsterOS คือการฝัง VM86 DOS Box ไว้ภายในเคอร์เนล ทำให้สามารถรันโปรแกรม DOS ได้โดยตรง
หากโปรแกรมบางตัวไม่สามารถทำงานผ่าน VM86 ได้ ระบบยังสามารถสลับไปใช้ FreeDOS เพื่อเพิ่มความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์รุ่นเก่า
นอกจากนี้ HamsterOS ยังรองรับรูปแบบแอปพลิเคชันของตัวเอง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโปรแกรม DOS เท่านั้น
รองรับ FAT, เครื่องมือจัดการดิสก์ และ SCSI
HamsterOS มาพร้อมเครื่องมือสำหรับจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลหลายรายการ ได้แก่
- รองรับ FAT12, FAT16 และ FAT32
- ตรวจสอบข้อมูลหลังการอ่าน (Read-back Verification)
- โปรแกรมฟอร์แมตดิสก์
- เครื่องมือจัดการพาร์ทิชัน
- เครื่องมือตรวจสอบอุปกรณ์ SCSI
ด้านการแสดงผล ระบบใช้โหมด VGA 16 สี เป็นค่าเริ่มต้น แต่สามารถเปิดโหมด 256 สี สำหรับการวินิจฉัยระบบได้
นอกจากนี้ยังมี Safe Mode ที่จะกลับไปใช้ VGA มาตรฐานโดยอัตโนมัติ หากระบบล้มเหลวในการบูตติดต่อกัน 3 ครั้ง
รองรับฮาร์ดแวร์ยุค 80-90
HamsterOS รองรับฮาร์ดแวร์ที่พบได้ทั่วไปในคอมพิวเตอร์ยุค 1980-1990 เช่น
- ฮาร์ดดิสก์ ATA IDE
- CD-ROM
- ฟลอปปีดิสก์แบบ ISA
- เมาส์ Serial
- เมาส์ PS/2 (รวมถึงล้อเลื่อน)
ด้านระบบเสียง รองรับ Sound Blaster 16 เป็นมาตรฐาน และมีระบบโหลดไดรเวอร์เพิ่มเติมเพื่อรองรับอุปกรณ์อื่นในอนาคต
ใช้ Cooperative Multitasking
แม้ HamsterOS จะรองรับการทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน แต่ใช้ระบบ Cooperative Multitasking แทน Preemptive Multitasking ที่ใช้ในระบบปฏิบัติการสมัยใหม่
แนวทางนี้ให้แต่ละโปรแกรมเป็นผู้คืนสิทธิ์การประมวลผลกลับสู่ระบบปฏิบัติการด้วยตัวเอง ซึ่งแม้อาจไม่ทันสมัยเท่า Preemptive Multitasking แต่มีข้อดีคือ
- ใช้หน่วยความจำน้อยกว่า
- ตอบสนองได้ดีบนฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพต่ำ
- เข้ากันได้กับโปรแกรม DOS ได้ง่ายกว่า
เพื่อป้องกันระบบค้าง HamsterOS ยังมีระบบตรวจจับการหยุดตอบสนองของ I/O หากพบว่าระบบไม่ตอบสนองเกิน 8 วินาที
ใกล้พร้อมเปิดตัว
ผู้พัฒนา Mean Hamster ระบุว่า HamsterOS ได้ผ่านช่วง "บูตติดได้หรือไม่" ไปนานแล้ว และฟีเจอร์ส่วนใหญ่ที่ประกาศไว้สามารถใช้งานได้จริง
ปัจจุบันทีมพัฒนากำลังมุ่งเน้นการปรับปรุงเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ และแก้ไขข้อบกพร่อง ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยราคา แต่ทีมพัฒนาระบุว่า HamsterOS จะเป็น ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ (Commercial Product) มากกว่าจะเป็นโครงการโอเพนซอร์ส ซึ่งแตกต่างจากระบบปฏิบัติการย้อนยุคหลายโครงการในปัจจุบัน
ที่มา: HKEPC



