แต่สิ่งที่ค่อนข้างสำคัญและมากับเลนส์นั่นก็คือ รูรับแสง(Aperture)โดยจะกำหนดเป็นตัวเลขเรียกว่าค่า F-stop
รูรับแสงนี้เองจะเป็นตัวกำหนดปริมาณแสงที่จะผ่านเลนส์ ทำให้เราสามารถควบคุมได้ว่าต้องการปริมาณแสงมากน้อยแค่ใหนโดยรูรับแสงที่กว้างขึ้นนี้ก็ทำให้
แสงสามารถผ่านเลนส์ได้มากขึ้นและรูรับแสงนี้เองก็เป็นตัวกำหนดพื่นที่ความชัดด้วยเช่นกันนั่นก็คือ DOF (Deep Of Field) ซึ่งรูรับแสงยิ่งกว้างพื้นที่ความชัดของวัตถุก็จะน้อยลง
ค่าF-stop นี้มีอยู่ในเลนส์กล้องเกือบทุกชนิด ยกตัวอย่างเช่นกล้องโทรศัพท์ บางรุ่นตรงขอบเลนส์อาจจะเขียนว่า 2.8/5.6 AF 3.2Mp 2.8/5.6 นี่คือเลขของ F-stop คือกล้องโทรศัพท์รุ่นนี้จะมีฃรูรับแสงที่กว้างที่สุดที่ 2.8 และแคบที่สุดที่ 5.6ซึ่งเลขยิ่งน้อยรูรับแสงจะยิ่งกว้าง
อีกตัวกำหนดหนึ่งของเลนส์นั่นก็คือระยะของเลนส์ ตัวกำหนดระยะนั้นจะบอกเป็น mm. ซึ่งเลขยิ่งน้อยก็จะได้มุมภาพยิ่งกว้าง และอย่างเลขมากๆเช่น 200mm ก็จะได้มุมภาพที่ค่อนข้างแคบ
ซึ่งระยะของเลนส์นั้นจะมีผลเรื่อง ระยะ เริ่มจับ focus (Minimum focus)เช่นกัน โดยเลนส์ยิ่งกว้างนั้นก็จะสามารถจับ focus ได้ใกล้กว่าเลนส์ที่มีระยะแคบ เช่น เลนส์ 17mm นั้นอาจจะมีระยะ จับfocusหรือ Minimum focus ที่ 10cm. แต่เลนส์ 200mm อาจจะมีระยะเริ่มจับ focus ที่ 10ฟุต จึงทำให้เราไม่สามารถนำเลนส์ที่มีระยะแคบหรือเลนส์ที่สามารถถ่ายระยะไกล มาถ่ายวัตถุระยะใกล้ได้
และระยะของเลนส์นี้ก็เป็นตัวกำหนด DOF ด้วยเช่นกันโดยระยะยิ่งมาก DOF ก็จะน้องลง
เพราะฉนั้นเราจึงต้องปรับรูรับแสงให้พอเหมาะกับระยะของเลนส์
ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราต้องการถ่าย pretty motor show อยากให้นางแบบดูเด่นขึ้นโดยให้ฉากหลังเบลอเราก็ต้องหาเลนส์หรือกล้องที่มีรูรับแสงกว้างมากอาจจะกว้างถึง 2.8 และมีกำลังซูมให้มากที่สุด เพื่อจะได้ DOF ที่น้อยที่สุด ซึ่งคุณสมบัติของเลนส์ดังที่กล่าวมานั้น ทำให้การแบ่งแยกชนิดของเลนส์นั้นขึ้นอยู่กับระยะ และลักษณะพิเศษ
|