Date: 03-Apr-2011
Author:
Ranon
Page:
1/2


Beginning of Photographer # 2



 

เลนส์ (Lens)

 

บทความนี้ไม่ได้รวมเฉพาะเลนส์.DSLRแต่เรื่องเลนส์ในที่นี้รวมถึงกล้องเกือบทุกชนิด โดยถ้าเรารู้จักระยะและประโยชน์ของเลนส์แล้วเราก็จะสามารถเลือกใช้กล้องหรือเลนส์ที่เหมาะสมกับการถ่ายของเราได้
ซึ่งหลักการของเลนส์ก็คือสะท้อนภาพจากด้านหน้าเลนส์ย่อส่วนให้พอดีกับพื้นที่เก็บภาพภายในกล้อง (Sensor, Film)

 

 

 แต่สิ่งที่ค่อนข้างสำคัญและมากับเลนส์นั่นก็คือ รูรับแสง(Aperture)โดยจะกำหนดเป็นตัวเลขเรียกว่าค่า F-stop
รูรับแสงนี้เองจะเป็นตัวกำหนดปริมาณแสงที่จะผ่านเลนส์ ทำให้เราสามารถควบคุมได้ว่าต้องการปริมาณแสงมากน้อยแค่ใหนโดยรูรับแสงที่กว้างขึ้นนี้ก็ทำให้

แสงสามารถผ่านเลนส์ได้มากขึ้นและรูรับแสงนี้เองก็เป็นตัวกำหนดพื่นที่ความชัดด้วยเช่นกันนั่นก็คือ DOF (Deep Of Field) ซึ่งรูรับแสงยิ่งกว้างพื้นที่ความชัดของวัตถุก็จะน้อยลง 
ค่าF-stop นี้มีอยู่ในเลนส์กล้องเกือบทุกชนิด ยกตัวอย่างเช่นกล้องโทรศัพท์ บางรุ่นตรงขอบเลนส์อาจจะเขียนว่า “2.8/5.6 AF 3.2Mp”  2.8/5.6 นี่คือเลขของ F-stop   คือกล้องโทรศัพท์รุ่นนี้จะมีฃรูรับแสงที่กว้างที่สุดที่ 2.8 และแคบที่สุดที่ 5.6ซึ่งเลขยิ่งน้อยรูรับแสงจะยิ่งกว้าง
อีกตัวกำหนดหนึ่งของเลนส์นั่นก็คือระยะของเลนส์ ตัวกำหนดระยะนั้นจะบอกเป็น mm. ซึ่งเลขยิ่งน้อยก็จะได้มุมภาพยิ่งกว้าง และอย่างเลขมากๆเช่น 200mm ก็จะได้มุมภาพที่ค่อนข้างแคบ
ซึ่งระยะของเลนส์นั้นจะมีผลเรื่อง ระยะ เริ่มจับ focus (Minimum focus)เช่นกัน  โดยเลนส์ยิ่งกว้างนั้นก็จะสามารถจับ focus ได้ใกล้กว่าเลนส์ที่มีระยะแคบ เช่น เลนส์ 17mm นั้นอาจจะมีระยะ จับfocusหรือ Minimum focus ที่ 10cm. แต่เลนส์ 200mm อาจจะมีระยะเริ่มจับ focus ที่ 10ฟุต จึงทำให้เราไม่สามารถนำเลนส์ที่มีระยะแคบหรือเลนส์ที่สามารถถ่ายระยะไกล มาถ่ายวัตถุระยะใกล้ได้


และระยะของเลนส์นี้ก็เป็นตัวกำหนด DOF ด้วยเช่นกันโดยระยะยิ่งมาก DOF ก็จะน้องลง
เพราะฉนั้นเราจึงต้องปรับรูรับแสงให้พอเหมาะกับระยะของเลนส์
ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราต้องการถ่าย pretty motor show อยากให้นางแบบดูเด่นขึ้นโดยให้ฉากหลังเบลอเราก็ต้องหาเลนส์หรือกล้องที่มีรูรับแสงกว้างมากอาจจะกว้างถึง 2.8 และมีกำลังซูมให้มากที่สุด เพื่อจะได้ DOF ที่น้อยที่สุด ซึ่งคุณสมบัติของเลนส์ดังที่กล่าวมานั้น ทำให้การแบ่งแยกชนิดของเลนส์นั้นขึ้นอยู่กับระยะ และลักษณะพิเศษ

 

Wide Angle   (10mm – 35mm)

เลนส์ชนิดนี้เหมาะสำหรับถ่ายภาพวิวมุมกว้าง Landscapeหรือรูปportrait กลุ่มใหญ่ ข้อเสียของเลนส์ชนิดนี้คือทำให้ได้Perspective ที่ออกจะบิดเบี้ยว  ทำให้ไม่ค่อยเหมาะกับ portrait ระยะใกล้ อย่างถ้าถ่าย portrait ครึ่งตัวนี่อาจจะทำให้นางแบบหน้าบวมไปเลยก็ได้  แต่ข้อเสียนี่อาจจะช่วยในเรื่องของการ Creative เช่นรูป portrait ที่ใช้มุมกล้องและฉากหลังที่ค่อนข้างเหมาะสม อาจจะได้รูปที่มีจุดเด่นมากขึ้น 

 

จากรูปตัวอย่าง 10mm 
รูปนี้ถ่ายที่ F 4.0 จะเห็นได้ว่าถึงจะใช้แค่ F4 แต่ DOF ค่อนข้างกว้าง ทั้งด้านหน้าและหลังชัดเกือบหมด

 

Standard (50mm)

เป็นเลนส์มาตรฐานที่ใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างมาก ด้วยขนาดที่พอเหมาะและน้ำหนักเบาทำให้พกพาง่าย  เหมาะสำหรับถ่ายวัตถุ สินค้าหรืออาจจะเป็น portrait ก็ได้เช่นกัน



รูปตัวอย่าง 50mm

 

Telephoto (60mm – 200mm บางค่ายอาจะนับถึง 300mm)
เลนส์ชนิดนี้ช่วยในการถ่ายวัตถุที่ค่อนข้างไกลหรืออาจจะเป็น Portrait ก็ได้ซื่งจะช่วยกำหนด DOF ได้ง่ายขึ้น

 

รูปตัวอย่าง 200mm

 

Super Telephoto (300mm –800mm)

ดูจากชื่อแล้วไม่ต้องบอกกันเลยว่าคืออะไร คำว่า Super นี้อาจจะบอกถึงราคาด้วยก็ได้ เลนส์ชนิดนี้บางตัวมีน้ำหนักค่อนข้างมาก เวลาใช้อาจจะต้องมีอุปกรณ์เสริมเช่น ขาตั้งหรือ Mount ยึดติดกับอะไรซักอย่างเพื่อรองรับน้ำหนักของตัวเลนส์และด้วยกำลังขยายของเลนส์ที่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องใช้ shutter speed ที่ค่อนข้างมาก

 

รูปตัวอย่าง 500mm


Page. | 1 | 2 | Next >>


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่