......  ครับ ต่อครับต่อมาโมฯลำโพงกันต่อ(ตอนนี้ตอนสุดท้ายแล้วนะ) วันก่อนก็เพิ่ม C ภาคจ่ายไฟไปแล้ว พอดีลืมอธิบายเล็กน้อยครับ ว่าทำไมต้องใช้ C หลายๆตัวขนานกันเพื่อให้ได้ความจุที่ต้องการ แทนที่จะใช้ C ค่าใหญ่ๆตัวเดียวไปเลย(ที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าด้วยซ้ำ) มาครับจะอธิบายเพิ่มให้นะครับ จะได้เข้าใจหายงง

        นี่เป็นวงจรสมมูลของตัวเก็บประจุ (หรือ C) ก็เห็นๆกันเลยว่า C จริงแล้วจะมีค่าความต้านทาน(R)กับค่าความเหนี่ยวนำ(L) แฝงอยู่ด้วย โดยค่า R ที่อยู่ใน C เกิดจากค่าความต้านของ dieletric และเกิดจากจุดต่อระหว่างขากับ dielectric ส่วนค่า L ใน C นั้นเกิดจากการพัน dielectric เป็นชั้นๆ .... แฮะ ๆ พอจะรู้ไส้รู้พุงของเจ้าตัวเก็บประจุกันไปบ้างแล้วนะครับ อ้อ....ค่า R และ L แฝงที่อยู่ใน C นั้นจะมีค่ามากขึ้นตามค่าของตัวเก็บประจุที่มีค่ามากขึ้น ง่ายๆเลย C 10,000 µF จะมีค่า R และ L แฝงมากกว่า C 100 µF ครับ .... เอาหละแล้วค่า R และ L สามารถทำให้มันลดลงได้หรือไม่ ?? ได้ครับ ทำได้โดยการขนานตัวเก็บประจุก็จะทำให้ค่า R และ L แฝงลดลงไปได้บ้าง แต่ไม่หมดไปเลยครับ นี่แหละครับเป็นเหตุผลของตอนที่แล้ว ว่าทำไมถึงต้องเอา C 3300 µF ขนานกัน 6 ตัวเพื่อให้ได้ค่า C ที่ต้องการ แต่ แต่ แต่ แต่ยังไม่หมดครับ ภาคจ่ายไฟยังโมฯได้อีกครับ ต้องอ่านไปเรื่อยๆนะครับ สำหรับคราวนี้จะโมกันต่อครับ ตามมาครับว่าผมจะทำอะไรอีกบ้าง....

        อ้า เห็นอะไรขาวๆมั๊ย อิอิ ไม่ใช่นุ่นนะ เหอะๆ เค้าเรียกใยสังเคราะห์ครับ คล้ายๆกับที่อยู่ในหมอนครับ แต่อันนี้ จะแข็งกว่า แต่บางคนก็เรียกติดปากเลยว่าใยแก้ว ไม่ใช่ครับไม่ใช่ ใยแก้วต้องสีเหลืองๆ ยุ่ยๆฟุ้งๆ ถ้าเข้าจมูกอันตรายนะครับ แต่อันนี้ไม่ฟุ้งจะเอามาบุในตู้ลำโพงครับ เพื่อลดเสียงก้องของตัวตู้ เสียงเบสจะกระชับขึ้นและนุ่มขึ้นด้วยนะ สำหรับใยสังเคราะห์หาซื้อกันได้ตามร้านขายตู้ลำโพง แต่ถ้าจะให้แนะนำก็ต้องนี่เลย JJ ครับ โซนที่เค้าขายปลาตู้ครับ ขายถูกมากๆๆ

อ๊ะ....แล้วก็จัดการทากาวยู้ฮู เสร็จแล้วก็เอาใยสังเคราะห์แปะเข้าไปให้ครบทุกด้านครับ เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว
(แต่ผมไม่ได้แปะที่พื้นตู้ครับเพราะตรงนั้นใกล้กับ heatsink ของ Power Amp ) ส่วนของตัวตู้ก็เรียบร้อยเท่านี้
ต่อไปจะ Bi-Cap กันครับ

ก่อนอื่นขอแนะนำการ Bi-Cap กันก่อนครับ ฺBi-Cap คือการนำตัวเก็บประจุที่มีค่าความจุค่าที่ต่ำกว่าไปขนานกับตัวที่
ค่าความจุสูงกว่า เพื่อความโปร่ง กระชับ รวดเร็ว ฉับไว ของเสียง การ Bi-Cap จะทำกับ C ที่อยู่ในทางเดินของสัญญาณ
เสียง และ ทำที่ภาคจ่ายไฟครับ แต่ที่จะทำวันนี้จะเรียกว่าอะไรดีหว่า?? เพราะผมใช้ C ตั้ง 4 ตัวแหนะ 55ๆ

จากตอนที่แล้วผมใช้ C ค่า 3300 µF มาขนานกันเพื่อลดค่า R และ L แฝงกันไปแล้ว คราวนี้ก็จะ Bi-Cap ครับ โดย
ค่า C ที่ใช้ก็คือ 330 µF , 33 µF 3.3 µF 0.33 µF ขนานกันครับ เท่านี้ก็ทำการ Bi-Cap เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ อิอิ ง่ายมั๊ย ?
ต่อไปจะเพิ่มขนาดสายลำโพง Sub กันครับ ที่ต้องเพิ่มก็เพื่อจะให้ทางเดินเสียงโล่งแบบสุดๆ เหมือนถนน 8 เลน อิอิ

ดิส อีส อะ สายแลน ครับ ไม่ต้องงงนะว่าสายแลนเอามาทำสายลำโพงเนี๊ยะนะ ครับ สายแลนนี่แหละครับของดีเลย
เพราะความบริสุทธิ์ของทองแดงที่เอามาทำสายสูงครับ ซื้อมาตามต้องการครับ แต่ตอนไปซื้ออาจจะลำบากหน่อยครับ
พอเข้าร้านไปสั่ง " เอาสายแลนเมตรนึงครับ " เมตรนึงเหรอค่ะ " ครับ เมตรเดียวครับ ไม่ต้องย้ำสาย " คือเค้าคง
งงกันอะครับ ว่ามันเอาไปต่ออะไรของมันเมตรเดียว 555

เสร็จแล้วก็จัดการปอกสายให้เรียบร้อยครับ สายแลน 1 เส้นจะมีสายเล็กๆอยู่ข้างในทั้งหมด 8 เส้นใช่มั๊ยครับ ก็
ให้ปอกสายแล้วก็รวบทั้ง 8 เส้นเข้าด้วยกัน ใช้สายแลน 1 เส้นสำหรับขั้ว + และอีก 1 เส้นสำหรับขั้ว -

เสร็จแล้วก็จะเป็นแบบนี้ครับ ใช้เข็มขัดรัดสายรัดสายเข้าด้วยกันเพื่อความเรียบร้อย ทำเครื่องหมายไว้ด้วยนะ
ว่าสายเส้นไหนเป็นขั้วไหน เดี๋ยวจะงงครับ ต่อไปผมจะเอาไปต่อจากวงจรกับลำโพง Sub ครับ

ก่อนบัดกรีลงใต้แผ่นปริ้นก็สวมท่อหดเข้าไปก่อน จากนั้นก็บัดกรีแทนจุดเดิมที่สายลำโพงเส้นเก่าต่ออยู่ครับ หลัง
จากบัดกรีเรียบร้อยแล้วก็เป่าลมร้อนให้ท่อหดหดตัวลง เท่านี้ก็เสร็จงานครับ สายลำโพงเราส่งกระแสได้เต็มที่แล้ว

รีโมทก็ไม่วายครับ โมฯกะเค้าด้วย อิอิ แต่อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องน้ำเสียงนะ แต่เป็นเรื่องของความสวยงามครับ ก็
ไม่มีอะไรมาก ไขสกรู 2 ตัวแล้วก็เอาแผ่นปริ้นออกมา

ก็จัดการบัดกรี LED สีเขียวออก แล้วก็ใส่ LED สีฟ้าลงไปแทน แค่นี้ก็เพิ่มราคา และ ความหรูให้รีโมทได้เยอะเลยครับ

LED เปี้ยนไป๋ เปี้ยนไป๋ เปี้ยนไป๋ เปี้ยนไป๋ เหอะ ๆ แค่นี้ก็ดูหรูขึ้นแล้ว ใครชอบ LED สีอะไรใส่กันได้ตามชอบเลย

อ๊ะ อันนี้ทีเด็ด สติกเกอร์สำนัก Overclockzone ใสๆแต่ขลังนะ 555

นี่ติดแล้วดูขลังมั๊ย อิอิ modified by www.overclockzone.com จดลิขสิทธิ์นะ ห้ามเอาไปดัดแปลงนะ อิอิ

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับสำหรับ Overclockzone PC Speaker modify project ในขุมพลังที่เกินตัวเกินตู้

สรุป

        ก็เรียบร้อยสำหรับการดัดแปลงลำโพงคอมพิวเตอร์ 2.1 Ch ของ Creative ที่เป็นลำโพงที่ราคาพันกว่าบาท ถ้าใครติดตามทุกตอนก็จะเห็นว่าเราพยายามรีดประสิทธิภาพของตัวลำโพง Subwoofer ออกมา และไม่ได้ยุ่งกับ sat เลย ที่เป็นอย่างงั้นก็เพราะว่า ลำโพง sat ทำงานอยู่ในช่วงที่เรียกว่าเต็มที่ของมันแล้ว การจะไปดัดแปลงอะไรก็ไม่ทำให้อะไรๆดีขึ้น พาลจะทำให้ลำโพงพังซะด้วยซ้ำ ก็พอจะเป็นแนวทางนะครับสำหรับใครที่อยากจะหาอะไรทำในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ยิ่งถ้าใครมีลำโพงรุ่นนี้อยู่แล้ว อยากจะได้เสียงเบสที่ ลึก นุ่ม มีน้ำหนักกว่า Standard ก็ลองโมดิฟายเล่นกันได้นะครับ แต่ระวังเรื่อง void ด้วยนะครับ บายครับ

การ Modify ลำโพงชุดนี้เพื่อเป็นแนวทางในการโมลำโพงรุ่นอื่นๆ ซึ่งสามารถที่จะทำได้เช่นเดียวกัน

 

........

pod

 

Design By : www.one2site.com