มาแว้ว....วันนี้กลับมาในบุคลิคเดิมๆแล้ว
หลังจากที่กินแห้วกองใหญ่มา อิอิ แต่ผมได้ไปชาร์จไฟให้กับชิวิตมาครับ
คือเอานิ้วไปแหย่ปลั๊กไฟมา เหอะ ๆ ม่ายช่าย ๆ คือผมไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อน
ๆ ให้มันหายจุกจากแห้วกองโต หายแล้วครับความเศร้า ตอนนี้บ้าเหมือนเดิมแล้วครับ
55 ยังไงก็บ่นมาแล้ว วันนี้สเปคเครื่องผมอาจจะลดลงไปบ้างนะครับ (
เสียงอาจจะไม่ดีเท่าเดิม .....อิอิ ล้อเล่น ๆ ครับ ) แบบว่าอากาศมันร้อนแล้ว
เครื่องผมแฮงค์ไปซะดื้อ ๆ เลยต้องลดความแรงลงมาบ้าง อิอิ แต่คนนี้ซิครับ
เอาพัดลมเป่าแล้วยังไม่หายร้อน พอดีได้ยินรถไอติมผ่านมา ตู ตี ตูต...
ตู ตี ตูต .... ตู ตู ตู ตี ตูด... กะว่าจะออกไปซื้อมากินดับร้อนซะหน่อย
ที่ไหนได้ขี่ยังกะแดรกไบท์ เร็วจริง ๆ ใครจะเรียกทันหว่า เลยอดกินครับ
ช่วงหลังๆนี้ได้ข่าวว่าเขาแดรกฯแข่งกับรถขายผลไม้ ตกลงจะได้กินมั๊ย
ร้อน ร้อน ....เหอะ ๆ ผมกะว่าวันหลังจะขึงลวดดักแล้วหละ..... ตู
ตี ตูด...... เมื่อไรเสร็จแน่ ได้กินแน่นอน เหอะ ๆๆ บ้ากันไปใหญ่แล้ว
แต่ถึงจะบ้าก็มีของมาอวดนะ วันนี้เราขอเสนอ YAMAHA TSS-10 เป็นลำโพง
5.1 Channel พร้อมตัวถอดรหัสและภาคขยายเสียงในตัวครับ......ถ้าอ่านบทความจบภายใน
10 นาที คุณสามารถอ่านได้อีกกี่รอบก็ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ท่านสามารถเข้าไปโพสว่าใครก็ได้ในเวบบอร์ด
5 5 5 บ้าโฆษณากลางคืนแล้ว เหอะๆ มาดูรายละเอียดต่าง ๆ กันเลย

นี่แหละ
YAMAHA TSS-10 เป็นยังไงบ้าง หน้าตาดีอะป่าว ขาว น่ารัก ตาโตด้วย
อิอิ นิสัยเป็นยังไงต้องรอ burn-in ก่อน 55
หายแห้วปุ๊บบ้าต่อทันที อิอิ ทำไงได้อะครับ สุขกับชีวิตซิครับ อย่าไปเครียดครับ
ถ้าชอบรูปแบบข้างบนลงก็บอกได้นะครับ มีอีกอื้อเลย

อ่า..อันนี้ของจริงครับ
ที่เอารูปแบบนี้มาลงแทนที่จะถ่ายมาเองเนื่องจาก ผมลอง ๆ ดูแล้วการจัดฉากและการวางยังไงก็ไม่สวยเท่าที่เค้าถ่ายมาครับ
เอาเป็นว่าดูแล้วเกิดไม่ชอบยังไง เมล์มาว่ากันก็ได้ (แบบว่าผมโรคจิตชอบใครคนว่าก่อนแล้วถึงจะปรับปรุง
5 5 5)
หน้าตา
เห็นขาว
ๆ แบบนี้ไม่ใช่สาวๆที่ไหนนะ เป็น sat ของลำโพงชุดนี้ครับ ทั้ง 5
ตัวเหมือนกันหมดทั้งหน้าตา และ นิสัย 5 5 เกี่ยวมั๊ย ต่างกันตรงที่
sat คู่หลังจะมีสายที่ยาวมาก ๆๆๆๆๆๆ (ไม้ยะมกเยอะเลย แสดงว่ายาวจริง
ๆ แบบว่าบ้านใครกว้างเป็นศาลาการเปรียณก็ยังไหว เหอะ ๆๆๆ)
แต่เสียดายที่ผมแกะผ้าหน้าลำโพงไม่ออก กะว่าจะดูหน้าตาลำโพงซักหน่อย
ส่วนเรื่องสเปคเดี๋ยวมาว่ากันครับ

นี่ซับฯครับ
ใหญ่พอตัวเลย เป็นตู้ปิด ย้ำตู้ปิดนะ อันนี้แกะผ้าหน้าลำโพงไม่ออกเช่นเดียวกัน
ทำไมไม่ให้เราแกะเลย หรือกลัวเราเอามือไปจิ้ม
โดมจนบุบหว่า แต่ยังไงก็ไม่เป็น ไม่ช่ายปัญหาครับ เหอะ ๆ อ่านแล้ว
งงๆมั๊ย เอาเป็นว่าผมจะบอกว่านี่คือ ซับฯละกัน 5 5 5 อ๋อ ขนาดพอกัน
Inspire 2.1 เลยแต่ไม่มีท่อลม อ้อ อันนี้ไม้หนากว่านะ เท่าที่เคาะดู
(ดีด ๆ เหมือนซื้อแตงโม เหอะ ๆๆ )

Amplifier
unit ครับ แปลง่าย ๆ ก็แอมป์ไง เหอะ ๆ แต่มันมีมากกว่านั้น คือ ภาคถอดรหัสต่าง
ๆ เช่น DTS , Dolby Digital ,
Dolby Pro Logic II หุหุ เกินตัว ๆ

ทางขวานี่อแดปเตอร์
หรือ เรียกง่าย ๆ ก็หม้อแปลงครับ แต่ขนาดนี่เหลือเกินจริง ๆ ตามรูปอะครับ
เล็กแค่นี้แต่เล็กพริกขี้หนู(ถีบจักร)นะ จ่ายไฟตั้ง
15 V 2.67 A เกินตัวครับ ที่สำคัญเบาด้วย ทางขวาก็รีโมท ที่สั่งการทุกได้อย่าง
และมาพร้อมกับคู่มือขนาดพอที่จะอ่านแล้ว ภาษาอังกฤษแข็งแรง
ขึ้นมาเป็นกองเลย เหอะ ๆ
เอาหละเห็นหน้าตาไปแล้ว
ความนี้มาดูนิสัยกันบ้าง ผมหมายถึง spec อะครับ บทความนี้ออกแนวอ่านเข้าใจยาก
เหอะ ๆ ทำใจหน่อยนะ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ แต่มันเขียนไปตาม......ตามอะไรไม่รู้เหมือนกันครับ
ไปดู spec ดีว่าครับ (ใครไม่อ่าน โป้งด้วย อุตส่าเอามาให้อ่าน อ่านด้วยนะ......ทำตัวเป็นเด็ก
เหอะๆ )
Front
/ center / rear speaker
Type........................Full range speaker system. Acoustic
suspension.
Driver...................... 5 cm (2")
spruce cone type.Magnatic shielding type
Impedance............4 Ohm
Dimension..............70 mm * 95 mm *
118 mm ( W*H*D )
Weight..................... 0.4 kg.
Subwoofer
Type.......................Active Servo
Processing Subwoofer System
Driver......................13 cm (5")
cone woofer.Magnatic shielding type.
Impedance............4 Ohm
Dimension.............. 220 mm * 224 mm
* 222 mm ( W*H*D )
Weight..................... 3.3 kg.
Amplifier
unit
Output power per
channel........... Front / center / rear.....6 W ( 1 kHz , 4 Ohm
, 10% THD )
Subwoofer.......18
W ( 1 kHz , 4 Ohm , 10% THD )
Input Sensitivity ........200 mV
Frequency response 40 Hz - 20 kHz
Dimension.........96 mm * 281mm * 208
mm ( W*H*D )
Weight..................... 1.6 kg.
ติดตั้ง
| My system
1 for Analog Source. |
| CPU |
Athlon XP 1700+ (200x10.5) |
| CPU Cooler |
Alpha
PAL8045 + Cooler Master |
| Mainboard |
ASUS A7N8X Rev 2.0 |
| Memory |
Kingston 256 MB DDR400 x 2 |
| VGA Card |
Spark
Radeon 9500 / 128 MB (modified) |
| Sound |
Creative Sound Blaster Live ! 5.1 |
| Harddisk |
IBM-HITACHI 180GXP 80 GB |
| DVD |
Pioneer DVD - 120 |
| OS |
Microsoft Windows ME |
| My system
2 for Optical Digital Soure. |
| CPU |
Athlon XP 1700+ (192x10.5) |
| CPU Cooler |
AMD
Bundle Cooler |
| Mainboard |
ABIT NF7- M V1.2 |
| Memory |
Kingston 256 MB DDR333 x 2 |
| VGA Card |
GeForce
4 MX 440 / 32 MB (Onboard) |
| Sound |
Onboard |
| Harddisk |
IBM-HITACHI 180GXP 80 GB |
| DVD |
Pioneer DVD - 120 |
| OS |
Microsoft Windows XP Pro. |
ระบบว่าวันนี้เวอร์ที่สุด
ทดสอบลำโพงชุดเดียวใช้ตั้ง 2 เครื่องเหอะ ๆ คือผมหาซาวด์การ์ดที่มี
SPDIF Out ไม่ทัน เลยเอา 2 เครื่องเลย
เหอะ ๆ เวอร์สุด ๆ แล้ววันหลังจะเล่นที่เดียว 3 เครื่องเลย 5 5 5
แบบว่าไม่เกรงใจค่าไฟกันเลย เหอะ ๆๆ

ว่าแล้วก็จัดการด้าน
Input ก่อน โดยผมเอา Optical มาจากบอร์ด Abit NF7- M และ Analog
มาจาก Live ! 5.1 บน Asus A7N8X วู้ ...วุ่นจังเลย
ด้าน Input เรียบร้อยแล้ว ก็ต่อลำโพงทั้ง 6 ตัว โชะ โชะ โชะ ต่อให้ครบเลยครับ
อย่าลืมต่ออแดปเตอร์ด้วยนะ เดี๋ยวไม่ดังแล้วนั่งกลุ้มอยู่...เหอะ
ๆ

ว่าแล้วก็มาจัดวางแบบนี้นะ (อิอิ .... ไม่ปัญญาถ่ายรูปอะครับ แบบว่าสถานที่ไม่เอื้อ
ทั้งด้านความสวยงาม และ อื่น ๆ ) ดูรูปแล้วแปลกันเองไหวมั๊ยครับ
ภาษาญี่ปุ่นเอง
เหอะๆ คือไม่ใช่ว่าผมไม่พยามยามหา ภาษาที่คนเค้าเข้าใจกันง่ายนะ
คือหาแล้วแต่เจอดีที่สุดก็อันนี้แหละ
เจอที่ www.yamaha.co.jp ครับ
เอาเป็นว่าการจัดวางลำโพงตามรูปนะครับ ไม่ต้องเหมือนเป๊ะหรอกนะ
คล้ายๆก็หรูแล้ว อ้อตอนติดตั้งลำโพงระวังสายลำโพงพันด้วยนะ เพราะสายมันยาวครับ

ใครมีปัญหาทางการจัดวางตัว
sat ่ไม่เป็นไร sat ตัวนี้ปรับองศา ก้ม- เงย ตามสบายเลย ใช้แค่ไขควงตัวเดียวเอง
ปรับตามสถานที่วางกันเลยครับ (up n' down)

ไม่พอใจขาของ
sat ถอดออกยังได้เลย จะเอาไปแขวนผนังก็ยังได้ทาง YAMAHA จัดให้
5 5
ลองของ
สวัสดีครับ
ขอต้อนรับเข้าช่วง ลองของ.. ของ ของ
ของ ของ
ของ ( 555 เล่น echo เพื่อความเร้าใจ
) อ๊ะ มาว่ากันเลย ว่าแล้วก็ซนกับเจ้า YAMAHA กันเลย หลังจากที่ต่อสายด้านหลังครบแล้ว
(สายไฟก็ต่อด้วยนะ) มาเปิดกันเลย การเปิด/ปิด สามารถสั่งได้จากรีโมทหรือกดได้โดยตรงที่ตัวแอมป์
จริงแล้วแตะก็ติดแล้วไม่ใช้กดหรอก หุหุ หลังจากสั่งเปิดแล้ว ไฟแสดงระดับเสียงจะวิ่งขึ้น-ลง
2 - 3 เที่ยว แล้วก็พร้อมที่จะทำงานแล้ว (เหมือนๆจะหน่วงกันเสียง
ตุ๊บ) พร้อมใช้งานแล้วมาปรับอะไรเล่นกันดีกว่าครับ ซน ๆ แบบผมเล่นหมดทุกปุ่มอะ
เริ่มที่รีโมทกันเลยนะ ว่าแล้วก็กดปุ่ม TEST จะเกิดปรากฏการ (ใช้คำเวอร์ไปหน่อยแต่เพื่อรสชาติของบทความ..อิอิ)
เกิด pink noise วิ่งไล่ทุกลำโพงเลย ใครวางลำโพงสลับที่ก็รู้กันหลังจากกดปุ่มนี้แหละ
ว่าแล้วก็มีคนมาสะกิดหลังผมตอนเขียนบทความ แล้วถามว่า What is
pink noise ? เหอะ ๆ pink noise คือเสียงซ่าไงครับ เสียงแบบตอนจูนวิทยุแล้วไม่ชัดอะคับ
คงพอเข้าใจนะ อืม....ลองลำโพงมาแล้วก็จากนั้นจ่าย Input กันเลย
ผมเอา Input จาก SB Live! 5.1 เฉพาะ 2 channel แล้วลองซนปุ่ม Mode
บนรีโมทต่อสรุปเลยว่า ถ้าจ่าย Analog input เข้ามาสามารถปรับได้
3 แบบเท่านั้นคือ 2.1ธรรมดา , Dolby Pro Logic II Movie และ Dolby
Pro Logic II Music เท่านั้นเอง คราวนี้เอา Optical input มาต่อดูบ้าง
ถ้าเปิดเพลง หรือ VCD หรือ เล่นเกมส์ ก็ได้แต่ 2.1ธรรมดา , Dolby
Pro Logic II Movie และ Dolby Pro Logic II Music ครับ แต่ถ้า
DVD นี่ Dolby Digital ขึ้นมาเองเหมือนรู้หน้าที่ อิอิ แต่ DTS
ไม่ได้ลองครับ หา DVD ระบบ DTS ไม่ได้อะครับ คราวนี้ลองอันอื่นบ้าง
การปรับทุ้ม-แหลม ไม่มีให้ปรับกันในลำโพงชุดนี้ครับ แต่สามารถปรับได้แค่
Subwoofer level กับ Rear level ครับ ย้ำปรับได้เท่านี้จริง ๆ
ครับและต้องปรับที่รีโมทเท่านั้นนะ ว่าแล้วก็มา burn-in ลำโพงกันเลย
ผมตั้งค่าไว้ที่ Subwoofer level กับ Rear level สุดเลยครับ ระดับเสียง
3 จุดจาก 7 จุดครับ เปิดไว้ประมาณ 3 วันด้วยวิทยุ คลื่น อะไรเวอ
ๆ ฮิต ๆ อะครับ แบบว่าไม่อยากโฆษณาให้ เหอะๆ ....อีกนิดนึกครับ
YAMAHA ตัวนี้ค่อนข้างฉลาด คือตั้งค่าไว้ที่เท่าไร ยังไง ถอดปลั๊กแล้ว
กลับมาเสียบใหม่ยังจำได้ครับ วันก่อนผมเปิด burn-in นี่แหละ ก็มีช่วงเพลงมันส์
ๆ ก็ไปเร่งดังเพื่อความหนุกหนาน พอจบเพลงก็ปิดเครื่องแล้วออกไปข้างนอกกลับมาก็ดึกแล้วอะครับ
ชาวบ้านเค้าหลับกันแล้ว กลับมาก็เปิดวิทยุ เปิดเจ้า YAMAHA ด้วยความที่ตอนเปิดมีการหน่วงผมก็เดิน
ๆ ไปกินน้ำ เท่านั้นแหละพอเครื่องพร้อมใช้งาน ก็ลั่นเลยครับ ปิดโวลุ่มลงแทบไม่ทัน
เหอะๆๆๆ..เกือบโดนปาหลังคาแล้ว อิอิ

ไฟแสดงสถานะ
ไม่สว่างมาก จะได้ไม่รบกวนเวลาดูหนังแล้วปิดไฟครับ
ฟัง
หลัง
burn-in เข้าที่แล้ว ก็มาลองฟังครับ เริ่มจาก Analog input ครับ
แล้วตามด้วย Optical input การจัดวางลำโพง front วางห่างจากจอ17
นิ้วประมาณ 3 นิ้ว center วางบนจอ(กึ่งกลาง) rear วางระดับเดียวกันกับ
front และตรงกันกับคู่หน้า front กับ rear ห่างกัน 2 เมตร
ซับฯวางใต้โต๊ะตรงกึ่งกลางจอ ลำโพงทุกตัวปรับมุมโทอินเข้าหาผู้ฟังที่นั่งห่างจากลำโพง
front 1 เมตร จัดวางเสร็จแล้วไปฟังกันเลย.......วู้ ฟัง ๆ ๆ
Analog
input เริ่มจากการฟังเพลงก่อนเลยครับ
ลองจาก Audio CD ก่อนเลย เล่นผ่าน DVD Pioneer ครับ ผ่านสาย audio
ที่ให้มากับซาวด์การ์ดแล้วก็เข้า SB Live! 5.1 โดยฟังผ่าน Windows
Media Player ไม่มีการปรับแต่เสียงใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะที่ Master
volume หรือที่ Windows Media Player เช่นเดียวกับ MP3 ก็ไม่มีการปรับแต่ใด
ๆ ทั้งสิน (ใช้ Winamp 2.80 ) การเล่นเกมส์ก็ไม่ปรับแต่ใด ๆ เช่นกัน
......จากการฟังเพลงเกือบทุกแนวเพลง จาก Audio และ MP3 โดยปรับไปที่
2.1 ธรรมดา และ
Dolby Pro Logic Music
แนวเสียงของลำโพงชุดไปตามที่คิดไว้ตั้งแต่ตอนต้น เนื่องจาก TSS-10
เป็นลำโพงสำหรับการดูหนัง แต่ไม่ใช่ว่าสร้างมาเพื่อดูหนังอย่างเดียวนะ
บุคลิคเสียงของการฟังเพลง จะไม่สามารถให้ความสดใสของน้ำเสียง ความโปร่ง
พริ้วของเสียงกลาง ได้ดีนัก ปลายเสียงทำได้พอตัว เสียงทุ้ม ออกแนว
แน่น กระแทกแต่ไม่มาก พอรับได้ครับ แต่ถ้าใช้ EQ ชดเชยปลายเสียงขึ้นมา
ก็ทำให้ฟังแล้วลื่นหูขึ้นเป็นกองเลยครับ

ปลายเสียงไม่สดใส
EQ ช่วยได้แต่อย่าปรับมาก แสบหูครับ
การเล่นเกมส์ลองจากเกมส์
NFSHP2 ปรับไปทั้ง 3 mode ที่ Analog input สามารถทำได้ เสียงก็ไม่ได้วิ่งไล่
surround เหมือนต่อผ่านซาวด์การ์ดของ Creative ที่มี EAX ครับ
การดูหนังผ่าน VCD (แท้) ปรับไปที่ Dolby
Pro Logic II Movie
การถอดรหัสทำได้ดีเลยครับ เสียงเพลงที่เปิดคลอในร้านอาหารตอนท้ายเรื่อง
My Sassy Girl ทำได้เหมือนกับว่าผมนั่งอยู่ตรงนั้นเลยนะ (ถ้าไปนั่งจริงได้จะดีมาก
ๆ เลย อิอิ ) ถ้าใครมีแผ่น VCD Matrix ภาคแรก ก็ลองได้นะครับ ตอน
NEO หลบกระสุนครับ เล่นเอานั่งดูแล้วเสียวหลังไปเลย เหมือนกระสุนวิ่งข้ามหัวไป

ฉากนี้เสียงก้องของเพลงในเรื่องสมจริง
เหมือนกับนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆเลย
(หลายคนเริ่มบ่นกันแล้วว่านังหนูคนนี้คือใคร เห็นลงนักลงหนา...เหอะๆ
ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ น่ารักอะครับ)
Optical
input อันนี้ลอง
DVD โดยเฉพาะเลยครับ ว่าแล้วก็ต่อสายจาก SPDIF Out มาเข้า Optical
digital input ของ YAMAHA ว่าแล้วก็ลองเล่น DVD ผ่าน Pioneer DVD
ใช้ PowerDVD XP เล่นครับ การปรับแต่งต่าง ๆ ไม่มีครับเดิม ๆ หมด
พอเปิดหนังเท่านั้น YAMAHA รู้เลยว่า Dolby Digital ปรับไป DTS
ก็ไม่ไปเนื่องจากหนังเป็น Dolby Digital อย่าลืมนะครับ DVD ต้องของแท้นะ
ของปลอมเอามาเล่น ในเรื่องพูดกันแต่ละทีออกทุกลำโพงเลย เหมือนๆ
กับโดนล้อมด่า อิอิ ว่าแล้วก็เอา DVD แท้เรื่อง The Mask (บางคนินทาเลย
แหวะ หนังอย่างเก่าเลย....เหอะ ๆ ยอมครับเก่าจริง แต่แท้อะครับเหอะ
ๆ ) แต่ Title Dolby ก็วิ่ง 5.1 เอาซะเสียวหลังแปล๊บ...เลย ยิ่งพอดูนี่มันโค
ตะ ระ เลย วิ่งซะหลัง-หน้า ใครเคยดูเรื่องนี้คงรู้นะครับ Effect
เยอะครับ ไหนจะฮาอีก น้ำเสียงที่ออกมาจากการดู DVD ต่างกันมาก
ๆ กับการฟังเพลง เสียงแหลม ปลายเสียงสดใส ไม่มีอาการหมอง และไม่แหลมจนบาดหู
เสียงเบสจากที่กระแทก นิดพอคราวนี้ เบสลึก แน่นจนแยกทิศทางไม่ออกครับว่าซับวางอยู่ตรงไหน
ทั้ง ๆที่ว่างห่างจากตัวไม่เกิน 1 เมตรแล้วก็ไม่ได้ซุกมุมด้วย
ผมก็งงเลย ลำโพงขนาด 5 นิ้วตู้ปิดเล็กๆทำได้แบบนี้เลยเหรอ เคยเจอแต่ตัวที่ใหญ่กว่านี้
ที่ให้เสียงระดับนี้ นี่แหละลำโพงดูหนังครับ พอเจอของที่ถนัดก็เข้าทางเลย
เหอะ ๆ นี่ถ้าตอนฟังเพลงแล้ว แหลม ดี เบสได้ ดูหนังละก้อหูแตกแน่นอน
ประมาณว่างานวัดยังยอมแพ้ อะไรประมาณนั้น เหอะ ๆๆ เอาเป็นว่าการดูหนัง
ผ่านฉลุย
สรุป
เท่าที่ไปดูในเว็บของทาง
YAMAHA ลำโพงตระกูล TSS เป็นลำโพงดูหนัง มากกว่าที่จะเอาไปฟังเพลงครับ
จะสรุปไปเลยตรงนี้ว่าหากคุณเป็นคนที่ชอบดูหนังมาก ๆ ลำโพงชุดนี้เหมาะมากเลยครับสำหรับการดูหนัง
ไม่ได้จำกัดแค่คอมพิวเตอร์นะ เครื่องเสียงบ้านก็ได้ แต่ก็อย่าลืมนะว่าต้องมี
Optical digital input ให้กับ YAMAHA ตัวนี้ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นแค่
Dolby
Pro Logic II เสียดายตังอะครับถ้าเอามาเล่นแค่ Pro Logic II มาถึงตรงนี้อยากรู้ราคากันแล้วหละซิ
พอดีตัวนี้พอรู้ราคามาแว่ว ๆ ว่าราคาอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาทครับ
ผมเทสแล้วแทบจะไม่คืนเลย เหอะ ๆ แต่ไม่ได้ครับ ไม่ใช่ของผมนี่นา
เอาเป็นว่าใครสนใจก็ไปหาฟังกันก่อนได้ ( ฟังที่ไหนไม่รู้เหมือนกันครับ
...เหอะ ๆ ) ชอบแล้วก็หยอดกระปุกกันเลย วันนี้จบการทดสอบแค่นี้กร๊าบ
พบกันใหม่บทความหน้ากร๊าบ สวัสดีครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เพาเวอร์ ไฮแลนด์ จำกัด โทร 0-2719-7581
pod