จากที่ผ่านมาก็ได้กล่าวถึง X-Fi มาเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ Creative นำมาใส่ หรือแม้การทั้งฟังก์ชั่นที่ต่างก็ถูกพัฒนาให้ความสามารถมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ถึงตรงนี้ก็คงต้องลองกันหน่อย ว่าผลงานชิ้่นเอกจาก Creative ชิ้นนี้จะพาเราไปหา้คำว่า Xtreme Fidelity ได้จนน่าประทับใจมากน้อยสักแค่ไหนกัน

On Motherboard

อย่างที่บอกไว้ข้างต้น X-Fi การกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของ Creative ที่ไม่ได้ลืมกระแสของเคส mod
โลโก้ X-Fi สีน้ำเงินสดขณะใช้งานเมื่อเข้าไปอยู่ในเคสแต่งฝาใส ต้องบอกว่าเด่นไม่แพ้ใคร!

On Desktop

เค้าโครงของ Creative MediaSource ยังคงคล้ายๆกับในตัว Audigy เพียงว่า X-Fi นำฟังก์ชั่น
อำนวยความสะดวก(ที่ให้ความรู้สึกคล้าย MAC)มาแต่งหน้า ทาปาก พร้อมขนฟังก์ชั่นเด็ดๆ ลูกเล่นแจ่มๆ
มาวางไว้ตรง Creative MediaSource ตัวที่ให้มากับ X-Fi ก็เท่านั้นเอง

New panel

แค่ 1 คลิ๊กจาก icon ที่ system tray จากเดิมที่เคยเป็น Mixer หน้าตาแบบที่ Creative สร้างมา แต่ใน X-Fi ไม่ใช่อีกแล้ว 1 คลิ๊กที่คลิ๊กลงไป Volume Panel ก็จะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมเมนูที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย พร้อมกับเมนูในส่วนของการปรับแต่ง .. ถือว่าสะดวก เข้าใจง่ายกว่าตัวก่อนๆมากทีเดียว

Old THX console

Callibration ของ THX หน้าตาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจาก Audigy รวมไปถึงฟังก์ชั่นปรับแต่งๆ
ต่างด้วย ... Software เดิม(เหล้าเก่า)ในสินค้า(ขวด)ตัวใหม่

Mode Switcher

นี่ต้องบอกว่าคือของใหม่หมดจดที่ทาง Creative ตั้งใจทำขึ้นเพื่อที่ว่าการทำงานในแต่ละด้าน จะสามารถดึงเอาประสิทธิภาพของ X-Fi ออกมาได้เต็มที่ ครับแน่นอนว่าผมกำลังพูดถึง Mode Switcher หรือสวิตช์เลือกโหมด เพื่อการทำงานที่ตรงกับความต้องการ ณ ขณะนั้น เพียงแค่เลือก icon แล้วก็ ok ความรู้สึกที่ได้ในการเปลี่ยนสวิตช์ ไม่ได้ต่างอะไรกับการบิดสวิตช์เพื่อเลือก input ของ preamp แต่อย่างใด

Entertainment Mode

เพื่อการดูหนัง ฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบ Entertainment mode คือศูนย์รวมของการปรับแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าแชลแนลของลำโพงจะที่ใช้งาน, effect จากๆของ EAX เพื่อเลียนแบบรูปแบบเสียงตามสถานที่ต่างๆ, CMSS-3D surround จากแหล่งจาก 2 แชลแนลก็สามารถทำได้, 24-bit Crystalizer ความสดของเสียงจะถูกเพิ่มอย่างน่าพอใจ, SVM ปรับระดับเสียงแบบอัตโนมัติ เื่พื่อการฟังเพลงจากหลายแหล่งให้มีความดังใกล้เคียงกัน, EQ 10 band ที่สามารถ boost/cut ได้ที่ ± 12 dB, Mixer คุมเสียงจากแหล่งจ่ายต่างๆให้เหมาะกับการใช้งาน, การตั้งค่า Dolby, DTS หรือแม้กระทั้ง I/O ทั้งหมดที่กล่าวมาคือลูกเล่นที่ึคุณสามารถปรับแต่ได้ที่ Entertainment mode

 

จากที่ผ่านๆมาการเพิ่มความสดใสของเสียงที่จะออกไปสู่ลำโพงจะต้องใช้ Creative MediaSourc Player
ในการเล่นไฟล์และปรับแต่งเพื่อให้ได้เสียงที่สดใสมากขึ้นกว่าต้นฉบับ ซึ่งก็นับว่าเป็นความฉลาดของ engine ที่
Creative สร้างมาตั้งแต่การ์ดตระกูล Audigy แล้ว แ้ต่เมื่อถึงยุคของ 24-bit Crystalizer บน X-Fi ต้องบอก
เลยว่าความฉลาดในการทำเสียงหมองๆให้กลายมาเป็นเสียงใสๆ หนักแน่น โดยไม่เกี่ยงว่าจะมาจากแหล่งจ่ายใด
ฉลาดและทำได้สมกับที่คุยไว้ .. จริงอยู่ว่าการทำงานตรงนี้บางท่านถามว่ามันต่างอะไรกลับ Londness หรือต่าง
อะไรกับ DBFB จากค่าย Sony ?? ความฉลาดในการเลือกบูตส์เสียงที่ 24-bit Crytalizer มีซึ่ง loundness
และ DBFB ให้ไม่ได้

Creative MultiSpeaker Surround ระบบ surround แหล่งสัญญาณ 2 แชลแนล ก่อนหน้านี้ CMSS
ในการ์ดรุ่นก่อนๆ ของ Creative สามารถสร้างระบบเสียง surround เทียมได้ในระัดับหนึ่ง ซึ่งฟัีงยังไงก็ไม่
น่าประทับใจ หรือจะว่ากันง่ายๆต้องตั้งใจฟังอยู่พอสมควร แต่ CMSS-3D ลูกพ่วงของ X-Fi ความฉลาดใน
การสนามเสียงเพื่อให้ได้ความรู้สึกว่ามีลำโพงจำนวนมากมายวางอยู่รอบตัวนั้นมีมากขึ้นเป็นกองจาก CMSS ตัว
ก่อนๆ บางครั้งในการทดสอบยังเผลอเหลือบไปมองด้านหลัง เพราะนึกว่ามีลำโพงอีกตัววางอยู่ด้านหลัง!!


Audio Creation Mode

นักสร้างงานด้านเสียง ต้องชอบ Audio Creation Mode อย่างแน่นอน แต่ขอแนะนำก่อนว่า mode นี้ใครที่ใช้ monitor ขนาดใหญ่จะ่ค่อนข้างได้เปรียบในการทำงาน เนื่องจาก Mixer จะถูกกางออกจนเต็มจอ และันั่นก็หมายความว่าทุกๆแชลแนล ทุกๆ effect จะไม่หลุดลอดสายตาไปได้ .. เหล่าบรรดานัก mix ทั้งหลายไม่ต้องกังวลว่าจะใช้งานไม่เป็น Audio Creation Mode มี Mixer ที่ไม่ต่างอะไรจาก Mixer จริงๆ การจัดวางปุ่ม และโวลุ่ม เหมือน Mixer ทั่วไป จะ mix ให้อลังการขนาดไหนก็อยู่ที่คุณ

Game Mode

สำหรับเกมเมอร์แล้วระบบเสียงที่สุดยอด ก็ไม่ต่างอะัไรกับการได้มาแล้วกึ่งหนึ่งของความมันส์ในการเล่นกมส์ ส่วนที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของกราฟฟิกการ์ดตัวเก่ง Game Mode จูนความมันส์ของระบบเสียงเพื่ออรรถรสในการเล่นเกมส์ที่ระดับ Xtreme .. ก่อนที่จะมันส์กับเกมส์โปรด อย่าลืมเลือกและปรับแต่ง Game Mode

                   Software ในส่วน Application และรวมไปถึง software เพื่อการปรับแต่งที่ X-Fi ใส่มาให้นั้นมากมายจนไม่สามารถหยิบยกมาพูดตรงนี้ได้ทั้งหมด Overclockzone เลือกในส่วนที่คิดว่าน่าสนใจ หรือส่วนที่มีการปรับปรุงให้มีสามารถมากกว่า version ก่อนๆมานำเสนอ ส่วนหนึ่งจากการพิจารณาของ Overclockzone ถ้านำ software ต่างๆมาให้ดูทั้งหมด บทความก็จะไม่ต่างอะำำำไำรกับคู่มือที่ทาง Creative อุตส่าห์ทำ .. Overclockzone ขอบอกกับคุณว่า X-Fi ไม่ใช่ soundcard ธรรมดา มันให้อะไีรได้มากกว่า soundcard ที่เคยมีมา Creative Sound Blaster Xtreme Fidelity สุดยอด soundcard ของยุคนี้

Just Listen

                   เสียงที่ Creative Sound Blaster X-Fi ให้ออกมานั้นจะน่าประืทับใจขนาดไหน การเติมเต็มคำว่า Hi-End สำหรับ Sound System on PC การ์ด X-Fi สามารถทำได้ดีสักแค่ไหน นี่อาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนอยากรู้ แน่นอนว่าคุณอาจจะเห็นการใช้เครื่องมือทดสอบค่า parameter ต่างๆของ X-Fi ในการทดสอบของหลายๆแหล่ง แต่ไม่ใช่ที่ Overclockzone ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น??

                   Overclockzone อยากจะให้คุณเห็นเหมือนกับที่เราเห็น อยากจะให้คุณได้ยินเหมือนกับที่เราไ้ด้ยิน สิ่งนั้นก็คือลำโพงราคาถูก(ราคาหลักร้อยบาท)ตัวหนึ่งสามารถให้กราฟ frequency respond ออกมาเรียบ ชนิดที่ลำโพง Hi-End ระดับราคาครึ่งแสนยังไม่สามารถทำได้ แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่าเสียงจากลำโพงระดับ Hi-End สามารถให้มิติ เวทีเสียง รายละเอียดทุกเม็ดของเนื้อเสียงดีกว่าลำโพงราคาถูกอย่างไม่ต้องสงสัย Overclockzone กำลังบอกว่ากราฟ frequency respond ไม่สามารถบอกมิติและรายละเอียดต่างๆของลำโพงหรืออุปกรณ์ี่เกี่ยวกับทางเดินเสียงได้ทั้งหมด ทดลองฟังด้วยตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการทดสอบเครื่องเสียงหรือแม้แต่อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ด้วยเหตุนี้ Overclockzone จึงไม่เคยที่จะอ้างผลที่ได้จากกราฟ frequency respond

                   เช่นเดียวกับ Creative X-Fi การทดลองฟังคือตัวตัดสินว่านี่คือ soundcard ที่ดีที่สุดบน PC นับตั้งแต่ soundcard ไำดุ้ถือกำเนิดมาหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่เราไม่สามารถหาลำโพงที่คู่ควรและัเหมาะสมเพื่อการทดลองฟัง X-Fi ได้ทันการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายว่า Overclockzone ไม่ได้ทดลองฟัง X-Fi เลย Overclockzone ได้ทดลองฟัง X-Fi และทีมงานก็ให้ความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกันว่า แม้ลำโพงที่เราใช้ในการทดลองฟังอย่างหยาบๆ จะเป็นลำโพงราคาไม่แพง แต่เสียงที่ได้ออกมาเมื่อติดตั้ง X-Fi ลงไปนั้นแตกต่างจากเสียงที่การ์ดอย่าง Audigy2 ZS เคยให้ไว้อย่างชัดเจน และการทดลองฟังอย่างหยาบๆในครั้งนี้ใช้เพียงไฟล์ MP3 ที่ขายกันเกลื่อนห้าง IT เท่านั้น

                   อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพียงแค่ไฟล์ MP3 เน่าๆไฟล์นึงก็สามารถบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของเสียงที่ Creative X-Fi บรรจงให้ออกมา ถ้าเป็นแผ่น Audiophile หรือ DVD เสียงที่จะได้ออกมานั้นจะขนาดไหน Overclockzone จะขอค้างบททดสอบด้านเสียงของ Creative Sound Blaster X-Fi ไว้เป็นบทความทดลองฟังล้วนๆหนึ่งบทความ ถึงตอนนั้นจะรู้กันว่า X-Fi จะมีสักแค่ไหน

Summary

                   แม้ว่าบทความนี้ Overclockzone จะไม่ได้ทดลองฟังเสียงของ Sound Blaster X-Fi อย่างเป็นจริงเป็นจัง รวมไปถึง Software ต่างๆที่ Creative บรรจงยัดเยียดมาให้ user ได้ใช้งานกันอย่างละเอียดก็ตาม และด้วยนโยบายของเราที่จะไม่มีการให้ Editor Choice หรือ Best Performace แม้แต่ Must Have Choice ก็ตาม เราจึงไม่สามารถให้รางวัลใดกับ soundcard ตัวนี้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ Overclockzone กล้าที่จะบอก คือ X-Fi เป็นสุดยอด soundcard ที่เพียบพร้อมไปทุกด้าน และนี่คือ soundcard ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

                   ไม่ว่าคุณจะเป็นนักฟังเพลงตัวยง เป็นนักดูหนังตัวฉกาด นักเล่นเกมส์ในระดับ hard-core ยังต้องเรียกพี่ แม้กระทั้่งคุณจะเป็นนักสร้างสรรศิลปะในงาน Audio แล้วหละก็ คำตอบเดียวของ soundcard ที่คุณต้องหามาใ้ช้งานคือ Creative Sound Blaster X-Fi ถ้าคุณยังคงเป็นบุคคลที่ประทับใจเสียงที่ sound on board ให้ออกมาอย่างสุดซึ้ง และไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะเปลี่ยนไปใช้ soundcard ตัวไหนนอกเสียจาก sound on board ตัวเก่งของคุณ Overclockzone ขอแสดงความยินดีกับความพึงพอใจส่วนตัวนี้

                   แม้ว่าราคาค่าตัวของ Creative Sound Blaster X-Fi Elite Pro จะสูงจนหลายคนบ่นว่า " ราคาของ X-Fi หนึ่งตัวสามารถซึ้อ PC ระดับล่างได้อย่างสบาย " บ้างก็บอกว่า " X-Fi หนึ่งตัวราคาเทียบเท่าคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร 2 เครื่อง " ซึ่งก็เป็นความจริง และไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับการแลกมาซึ่งระบบเสียงระดับ Hi-End บน PC

                   ถ้าคุณเป็นคนที่รักดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่เล่นเกมส์ และต้องการระบบเสียงสุดยอดที่สุด เพื่อให้ถึงขีดสุดของอรรถรส แต่คุณต้องมานั่งปวดหัวกับการตัดสินใจจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง(ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็มากพอที่จะซื้อกราฟฟิคการ์ดระดับสูงอย่าง Geforce 7800GTX ได้หนึ่งตัว เพื่อให้ได้มาของระบบเสียงที่คุณต้องการ)แล้วหละก็ ... Creative Sound Blaster X-Fi ไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณ!

Page | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |

Spacial Thank ่ Creative Technology Ltd.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Alliance&Link Corporation โทร. 0-2685-8800 (60 คู่สาย)


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่