|
Date:
07-Oct-05
Author: spin
9
Page: 1/5
The
Dry ICE Project
Trusted Beyond ZERO Degree
Celsius
Introduction
to the Dry Ice Project
สวัสดีครับ สวัสดีท่านสมาชิกโอเวอร์คล๊อกโซนทุกท่าน กระผม
spin 9
ก็ต้องขอรายงานตัว กับบทความพิเศษ ที่ทีมงานโอเวอร์คล๊อกโซนของเราได้รวมกันกันหลายชีวิต
ใช้เวลากันตั้งแต่ขั้นตอนแรก จนถึงขั้นตอนสุดท้ายอยู่ร่วมเดือน
ถึงจะได้คลอดบทความพิเศษของวันนี้ออกมาได้ โดยเรามีคอนเซปท์ว่า
NO MORE HEAT กับ Dry Ice
Project ที่เราจะมาค้นความลับของ น้ำแข็งแห้ง ที่โดยปกติแล้ว
มันก็จะอยู่ตามรถแช่ไอศครีมทั่วไป แต่มันจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าเราจะนำมันมาเล่น นอกตู้แช่ไอศครีมบ้าง...
Caution: ก่อนที่จะเข้าไปถึงเรื่องราว
ก็ต้องขอเตือนท่านผู้ชมก่อนว่า บทความพิเศษของเราในวันนี้
เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ความชื้น, การระเหย,
ก๊าซอันตราย ซึ่งเรา "ไม่แนะนำ" ให้ทำตาม
หากไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบอย่างดีเสียก่อน แต่ถ้าคุณคือ นักโอเวอร์คล๊อกตัวจริง
เสียงจริง กล้าได้ กล้าเสีย กล้าพัง ... คุณมาถูกที่แล้วครับ
ผมเชื่อว่า เมื่อครั้งสมัยเยาว์วัยของทุกๆ ท่าน น่าจะเคยได้เล่น
น้ำแข็งแห้ง มาบ้างแล้ว (จากรถขายไอศครีมที่วิ่งผ่านหน้าบ้าน)
ที่เวลาเอามาใส่น้ำ แล้วก็จะเห็นเป็นควันขาวๆ สวยงาม ....
หลายๆ ท่านอาจจะรู้จักน้ำแข็งแห้งเพียงเท่านี้ (เพราะข้อมูลแท้จริงของมัน
ก็คงไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของท่านๆ ดีขึ้นซักเท่าไหร่) แต่ไหนๆ
วันนี้เราจะมาเล่นน้ำแข็งแห้งกันแล้ว ผมก็ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับน้ำแข็งแห้งกันอย่างลึกซึ่งมากขึ้นพร้อมๆ
กันก่อนดีกว่าครับ
What
is Dry Ice???
น้ำแข็งแห้ง ... คืออะไร? .... ต่างจากน้ำแข็งธรรมดาทั่วไปอย่างไรบ้าง?
และมีอันตรายอย่างไร...
ดรายไอซ์ หรือ น้ำแข็งแห้งนั้น แท้จริงแล้ว มันคือคาร์บอนไดออกไซด์
ในสถานะของแข็ง (solid) หรือชื่ออย่างเป็นทางการของ ดรายไอซ์
ก็คือ คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง (solid Carbondioxide) ซึ่งมีขั้นตอนในการผลิตค่อนข้างซับซ้อน
นั่นก็คือต้องนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผ่านการอัดและลดอุณหภูมิลงภายใต้ความดันสูง
จนได้ออกมาเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เหลว จากนั้นก็ต้องทำการลดความดันลงอย่างรวดเร็ว
โดยทั่วไปแล้วจะใช้วิธีการพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เหลวออกไปสู่ความดันบรรยากาศ
จึงจะได้ คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง หรือ น้ำแข็งแห้งออกมาเป็นรูปร่างต่างๆ
ครับ
น้ำแข็งแห้ง ในปัจจุบันได้นำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร จำพวกไอศครีม
เบเกอรี่ เนื้อสัตว์ ในการแช่แข็ง เพื่อถนอมหรือเก็บอาหาร
ทำให้การขนส่งอาหารเป็นไปได้อย่างสะดวกมากขึ้น และที่จะเห็นได้เยอะ
ก็คือการนำไปใช้เป็นควันคล้ายหมอกขาวๆ ตามเวทีคอนเสิร์ต
โดยน้ำแข็งแห้ง มีอุณหภูมิของตัวมันเองอยู่ที่ -79
องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเย็นจัดกว่าน้ำธรรมดาทั่วไป
ซึ่งหากเราวางน้ำแข็งแห้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง น้ำแข็งแห้งก็จะระเหิดกลายเป็นไอ
โดยไม่ผ่านการเป็นของเหลวก่อนแต่อย่างใด เหตุนี้น่าจะเป็นที่มาของคำว่า
น้ำแข็งแห้ง ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ล่ะครับ (ถ้าผมจะเรียกน้ำแข็งธรรมดาว่าเป็น
น้ำแข็งเปียก จะตลกมั้ยเนี่ย?)
ข้อพึงระวัง และอันตรายของน้ำแข็งแห้ง ย่อมมีแน่นอนครับ
ด้วยเหตุผลหลายประการ อย่างแรกก็คือ อุณหภูมิที่เย็นจัดของมัน
ทำให้เราไม่สามารถทำการใช้ผิวหนังสัมผัสกับมันโดยตรงได้
เพราะอาจเกิดอาการที่เรียกว่า frost bite หรือผิวหนังไหม้จากอุณหภูมิเย็นจัด
(ปวดแสบปวดร้อนกว่าไหม้จากน้ำร้อนลวกอีกครับ) การจับน้ำแข็งแห้ง
จึงควรอาศัยถุงมือ หรือกระดาษมารองอีกชั้นหนึ่ง ก็พอจะช่วยได้บ้าง
แต่อันตรายที่ยิ่งกว่าของน้ำแข็งแห้งก็คือ ต้องไม่ลืมว่า
ทั้งก้อนน้ำแข็งแห้งนั้น มันคือคาร์บอนไดออกไซด์เพียวๆ เลย
ซึ่งจัดว่าเป็นก๊าซอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเราครับ
ดังนั้น หากต้องเล่นกับน้ำแข็งแห้งที่มีการระเหิดมากๆ จึงควรอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทค่อนข้างดี
หรืออยู่กลางแจ้ง นอกจากนี้ การเก็บน้ำแข็งแห้ง ก็ไม่ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระเหิดออกมาอาจรวมตัวและเกิดระเบิดขึ้นได้
และ น้ำแข็งแห้งไม่ควรที่จะมาเก็บในตู้เย็น เพราะอุณหภูมิของน้ำแข็งแห้งนั้น
ต่ำกว่าอุณหภูมิของตู้เย็น ซึ่งอาจทำให้ตู้เย็นไม่ทำงานครับ
สุดท้ายก็คือ ห้ามบริโภคน้ำแข็งแห้งโดยตรง หรือแม้กระทั่งน้ำที่ถูกแช่ด้วยน้ำแข็งแห้ง
เนื่องจากมันเป็นคาร์บอนไดออกไซด์นั่นเองครับ
เห็นแล้วใช่มั้ยครับว่า น้ำแข็งแห้ง นอกจากที่มันจะมีประโยชน์เฉพาะทางของมัน
ซึ่งมีอุณหภูมิที่ต่ำมากๆ แล้ว มันก็ยังมีอันตรายที่เราต้องคำนึงถึงอีกด้วย
ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานโอเวอร์คล๊อกโซนครับ ....
หลังจากที่รู้จักกับน้ำแข็งแห้งกันแล้ว โดยเฉพาะอันตรายที่เราต้องระมัดระวัง
เราก็มาเริ่มโปรเจคต์ดรายไอซ์ของเรากันเลยดีกว่าครับ ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นการเอาน้ำแข็งแห้ง
มาเป็นส่วนสำคัญของชุดระบายความร้อนซีพียู ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิของซีพียูลดต่ำลงไปกว่าศูนย์องศาเซลเซียส
และส่งผลถึงความสามารถในการโอเวอร์คล๊อกโดยตรง.... เริ่มน่าสนใจแล้วใช่มั้ยครับ
... เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก็ตามไปชมกันต่อเลย
Page 1
| 2
| 3 |
4 | 5

|