spin 9 สวัสดีครับ ... วันนี้มากันแบบยาวนิดนึงนะครับ
แต่รับประกันความคุ้มค่า สมราคา สมกับเวลาที่อ่านแน่นอน
ก่อนอื่นเลย วันนี้ต้องบอกว่า มีเครื่องเล่น MP3 แบบพกพา
มาแนะนำ 1 ตัวด้วยกัน ซึ่งเป็นเครื่องเล่น MP3 แบบหรูหรา
ไฮโซหน่อย ก็คือเป็นของ Creative
ในตระกูล NOMAD MuVo นั่นเอง
แต่การแนะนำเครื่องเล่น MP3 ครั้งนี้ ผมจะไม่พูดถึงคุณภาพเสียง
หรือประสิทธิภาพของเจ้า MuVo นี้แต่อย่างใดครับ ... นั่นก็เพราะว่า
ผมจะไม่ได้เอามันมาฟังเพลงน่ะสิ ...
เดี๋ยวจะงงกันซะก่อน เครื่องเล่น MP3 ที่ว่านั้น คือรุ่น
Creative NOMAD MuVo2
ความจุ 4GB (สี่กิ๊กกาไบท์ถ้วน) ซึ่งถือเป็นตัว top ของ
MuVo2 ครับ เนื่องจากทาง Creative ได้ปล่อย MuVo2 มาสองรุ่นด้วยคือความจุ
1.5GB (หนึ่งจุดห้ากิ๊กกาไบท์) และความจุ 4GB ตัวที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้
ก่อนที่จะกระทำการใดๆ นั้น แนะนำให้ไปชมหน้าตาของมันกันดูก่อนดีกว่า
|
|
 |
| Creative
NOMAD MuVo2 ความจุ 4 GB มาในกล่องพลาสติกขึ้นรูป
สไตล์แพ็คเกจเหมือนกับเครื่องเสียงดิจิตอลของครีเอทีฟซีรีย์ปัจจุบัน
|
|
|
 |
| หน้ากล่องระบุชัดเจนว่าความจุ
4GB (ลองนึกภาพนะครับ... เครื่องเล่น MP3 ความจุ
4GB...) กับตัวเครื่องที่สวยงามจริงๆ
|
 |
เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิใจ
เอ๊ย ไม่ใช่ เพื่อพิสูจน์ถึงความจุจริงๆ ของเครื่องเล่น
MP3 ตัวนี้ ผมก็จัดการต่อสาย USB 2.0 (USB นะครับ
ไม่ใช่ USA) เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์คู่ใจ ก็เป็นระบบ
plug&play เห็นเป็น removable disk ทันที
ความจุ 4GB หรือถ้านับตามแบบคอมพิวเตอร์แล้ว ก็จะเห็นราวๆ
3.81 GB .... ทีนี้คำถามก้มีอยู่ว่า ไฟล์เพลง
MP3 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ มีอยู่เท่าไหร่?
ถึง 2 GB มั้ย? ... น้อยคนจะมีถึงนะครับ เว้นแต่เก็บเพลงมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนฯจริงๆ
...
|
เมื่อเห็นดังนี้แล้ว ความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ ความจุขนาด
4 GB หรือ 4,000 MB หรือ 4,000,000,000 byte .... มันมากเกินไปสำหรับเครื่องเล่น
MP3 จริงๆ หน้ากล่องระบุว่าใส่เพลงได้เยอะถึงราวๆ 2,100
เพลง (สองพันหนึ่งร้อยเพลง...) คิดเป็นชั่วโมงแล้ว สามารถเก็บได้นานราวๆ
128 ชั่วโมง ... ฟังติดต่อกันแบบไม่หลับไม่นอนได้ราวๆ
5 วัน ... บ้าแล้วครับ
!! ถึงคนไหนจะมีดนตรีในหัวใจจริงๆ ก็คงไม่ฟังติดต่อกันนานขนาดนั้นแบบไม่ซ้ำเพลงหรอก
อะไรจะเป็นคนเบื่อง่ายขนาดนั้น บ้าแล้วครับ บ้าจริงๆ ...
อีกทั้งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ แบตเตอรี่ที่ใช้ก็จะหมดไปซะก่อน
เพราะ spec ระบุมาว่า แบตเตอรี่สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่องนาน
14 ชั่วโมงเท่านั้น .... แล้วคุณจะจุ 4 GB ไปทำไม ?? ยังไงก็ต้องชาร์จแบต
ถ้ามีเวลาชาร์จแบต ก็น่าจะมีเวลาเอามาเปลี่ยนเพลง ใส่เพลงใหม่ๆ
ได้อยู่ดี ... ถ้าจะบอกว่าเดินทางไกลบ่อยๆ ... ฟังบนเครื่องบินก็หมดแน่นอนครับ
14 ชั่วโมง แต่เพลงจะใช้ไปถึง 1 GB รึเปล่า ?? .... ไม่มีทาง
!!
|
|
 |
| อ้าว
... ยังไม่ทันเริ่มใช้งานเลย ก็เจอเหตุผลต่างๆ นานา
ที่ทำให้ Creative MuVo2 ความจุ 4GB ตัวนี้ "ไม่น่าซื้อ"ซะแล้ว
... ด่วนตัดสินใจเกินไปรึเปล่า เจ้าหนุ่มน้อย ...
|
|
|
 |
| ซึ่งผมก็ต้องขอปฏิเสธครับ
... ใครจะบอกว่า MuVo2 ตัวนี้ไม่น่าซื้อก็ช่าง แต่ผมเสียเงินสั่งซื้อมาให้ท่านชมอยู่ในขณะนี้แล้ว
เพื่ออะไร? เพราะอะไร? ... คงต้องบอกว่า เพราะสติ๊กเกอร์ดำๆ
หลังเครื่องนี้แหล่ะครับ hard
drive by HITACHI ...
|
ถึงบรรทัดนี้ อุปกรณ์ทุกอย่างในกล่อง ผมยังไม่แตะต้องแต่อย่างใด
... เพียงแค่หยิบตัวเครื่องออกมาดูเล่นรอบๆ เท่านั้น อุปกรณ์ในกล่องยังคงอยู่ในถุงพลาสติก
แปะเทปไว้อย่างดี ไม่มีร่องรอยการแกะ ... แม้แต่แบตเตอรี่ยังไม่แตะเลย
แต่ผมจะทำการสังหารตัวเครื่อง MuVo2 ก่อน ค่อยมาจัดการกับพวกหูฟัง
หรือแบตเตอรี่ในกล่อง ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้นครับ
"ผมว่า 4 GB มันใหญ่เกินไป สำหรับเครื่องเล่น
MP3"
 |
เจออาวุธที่ใช้สังหารแล้วครับ
... ไขควง philips screwdriver ขนาดเล็ก ต้องขอเน้นว่า
เป็นขนาดเล็กเท่านั้น ... ได้มาแล้วก็เตรียมลงมือสังหารกันต่อเลย |
| ตำแหน่งที่จะต้องสังหารกัน
หลังจากแกะฝาปิดแบตเตอรี่ออกแล้ว ก็มีอยู่ 4 จุดด้วยกันครับ
ที่ผมได้ทำวงกลมสีแดงเอาไว้นั่นเอง แต่บังเอิญว่า
มุมขวาล่าง มันวงใหญ่ไปหน่อย ... |
|
|
|
 |
| ที่ต้องวงใหญ่ก็เพราะว่า
มันดันติด void รับประกันของ CREATIVE อยู่ ใจอยากสังหารก็อย่าไปสนใจแค่สติ๊กเกอร์แผ่นเดียวเลย
แกะออกซะ
|
 |
หมดประกันเรียบร้อย
กับ MuVo2 ความจุ 4 GB ราคาเรือนหมื่น ... อย่าไปเสียดาย
ลงมือต่อดีกว่า
**
คำเตือน หากท่านกระทำตามมาถึงขั้นตอนนี้
นั่นหมายความว่า การรับประกันสินค้าของท่าน ได้สิ้นสุดลงโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
**
|
|
|
 |
| หลังจากจัดการกับระเบิดทั้ง
4 จุดไปแล้ว เอ๊ย จัดการถอนน๊อตทั้ง 4 ตัวออกไปแล้ว
ก็ให้ทำการยกฝาปิดด้านล่างออก เราก็จะพบกับแผงวงจร
เขียวๆ น่ารักๆ เหมือนในรูป
|
หลังจากนั้น
ให้จับเครื่อง MuVo2 ตั้งฉากขึ้น และเอาไขควงหัวแบน
ตัวเล็กๆ เสียบเข้าระหว่างช่อง USB 2.0 และงัดมาด้านหลังเบาๆ
|
|
|
|
 |
| ค่อยๆ
ใช้มือเปิดแผงวงจรออก ช้าๆ ... อย่าฝืน ... อย่าขัดขืน
...
|
 |
เมื่อเปิดออกมาได้อย่างในรูปนี้แล้ว
ก็พักเหนื่อยกันซักครู่ ก่อนที่เราจะไปดูตัวการที่ทำให้ผมต้องมานั่งแกะเครื่องเล่น
MP3 ตัวนี้กัน |
| |
| พักๆๆๆ...
ตัวอย่างนิดหน่อย ของงานมอเตอร์โชว์ที่ผมได้แอบออกไปแรดมา
... เป็นการเดินงานมอเตอร์โชว์ที่ไม่เจ็บแผลผ่าตัดเลย
แต่พอถึงบ้าน ... ก็หลับเป็นตายกันเลยทีเดียว หุหุ
|
กลับมาที่เครื่องเล่น
MP3 ต่อนะครับ :-) ... หลังจากที่ง้างแผงวงจรออกมาได้อย่างภาพข้างบนแล้ว
(ไม่ใช่ภาพสาว Chevrolet นะ) ให้มาสนใจก็ชิ้นนี้ครับ
สังเกตว่าผมได้วงระเบิดไว้อีก 3 จุดสีแดง และ 1
จุดสีน้ำเงิน โดยทั้ง 3 จุดสีแดงนั้น จะเป็นน๊อตสีดำ
ตัวเล็กกว่า 4 จุดแรกนู้น ดังนั้น ไขควงต้องเล็กจริงถึงจะแกะได้โดยง่าย
ให้ทำการแกะน๊อตสีดำออก (ในภาพจะเห็นแค่ 2 จุดบน
เพราะจุดล่างอยู่ใต้เทป ซึ่งผมจะพูดถึงต่อไป) ส่วนจุดสีน้ำเงินนั้น
ให้คลายน๊อตหลวมๆ ก็พอ อย่าไปแกะออกมานะครับ เดี่ยวจะประกอบคืนลำบาก |
|
|
|
 |
| จุดสีแดง
ล่างซ้าย ที่ผมบอกว่าอยู่ใต้เทปนั้น ก็ให้ดึงเทปออกมาก่อน
ดึงแค่ให้เห็นน๊อตก็พอ อย่าดึงออกหมดครับ เพราะเป็นตำแหน่งของแบตเตอรี่ก้อนเล็กๆ
อีก เดี่ยวจะประกอบคืนยากเช่นกัน ดึงออกให้เห็นน๊อต
และใช้ไขควงมาหมุนน๊อตสีดำออกก็พอ
|
 |
หลังจากจัดการกับระเบิดชุดที่สองได้แล้ว
ก็จะสามารถยก"สมบัติ"ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
ให้ทำการพลิก"สมบัติ"มาอีกด้านหนึ่งครับ
ป.ล.
"สมบัติ"ก็คือแผงสีทองแดงที่ผมจับอยู่นั่นแหละครับ
|
พอพลิกมาอีกด้านหนึ่ง
ก็จะได้เห็นสมบัติของจริงซะที ... มันก็คือ
HITACHI Microdrive ความจุ 4GB
นั่นเอง ซึ่งเป็นขุมพลังของเครื่องเล่น MP3 ความจุ
4GB ตัวนี้ อูย ตื่นเต้นๆ |
|
 |
ขั้นตอนนี้
ก่อนจะเริ่มทำ ให้คลายความตื่นเต้นออกให้หมดก่อน...
เพราะเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนมาก ให้ค่อยๆ
ใช้ไขควงปากแบนตัวเล็กๆ ค่อยๆ เขี่ย เอาเข็มที่เสียบเข้ากับตัว
Microdrive ออกโดยระวังอย่าให้เข็มงอ แม้แต่เข็มเดียว
และให้ระวังสายแพซึ่งบางมากๆ ด้วย |
|
|
 |
| หลังจากเขี่ยออกมาแล้ว
ก็จะได้สมบัติล้ำค่ามาเป็นตัวเป็นตนครับ HITACHI
Microdrive 4 GB ตัวนี้ ผลิตโดย HITACHI Global
Storage Technologies ประเทศไทยนี่เอง... สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่า
Microdrive คืออะไรนั้น ขออธิบายสั้นๆ ว่า Microdrive
คือสื่อบันทึกขนาดเล็กที่เป็นรูปแบบของ harddisk
คือเป็นจานแม่เหล็กอยู่ด้านใน ทำให้ไม่ทนต่อการกระแทกอย่างรุนแรงเหมือนกับพวก
CompactFlash ซึ่งเป็น solid state โดย Microdrive
จะมีอินเตอร์เฟซแบบ CompactFlash Type II สามารถใช้งานได้กับกล้องดิจิตอลที่รองรับ
CompactFlash Type II หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ
CF Type II โดยส่วนมากจะเป็นกล้องดิจิตอลแหล่ะครับ
|
ง่ายๆ เลย ไม่ยาก สำหรับการ "แงะ"
เอาสมบัติล้ำค่าใน MP3 Player ตัวนี้ สำหรับบุคคลทั่วไปอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ
Microdrive นี้ แต่สำหรับสาวกกล้องดิจิตอลแล้ว แค่เห็นก็น้ำลายไหลล่ะครับ
.... แล้วทำไมต้องมาเอา Microdrive จากเครื่องเล่น MP3
??? บ้าหรือเปล่า??? ..... ไม่บ้าครับ เนื่องจากสื่อบันทึกอย่าง
CompactFlash หรือ Microdrive นั้น หากจำหน่ายแยกจะมีราคาที่สูงมาก
อย่างเช่น CompactFlash ความจุ 1 GB ก็มีราคาประมาณ 1
หมื่นบาทแล้ว ยิ่งถ้าจุเป็น 2GB ก็จะกระโดดไปที่ราคาราวๆ
สองหมื่นบาทเลยทีเดียว ส่วน Microdrive ของ HITACHI ความจุ
4GB นี้ มีจำหน่ายแยกอยู่ที่ต่างประเทศ ในราคาประมาณ เกือบๆ
3 หมื่นบาท แต่... เครื่องเล่น Creative NOMAD MuVo2 ความจุ
4GB นี้ ผมได้มาในราคา หมื่นเศษๆ เท่านั้น .... คุ้มหรือไม่คุ้ม
แทบจะไม่ต้องคิดกันเลย ...
อูย .... ใครอ่านตามมาถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งตาลีตาเหลือกไปหาซื้อนะครับ
อ่านต่อให้จบก่อน เดี่ยวไม่มีคนช่วยผมปิดบทความ....
 |
จะจบได้ยังไง
ผมยังไม่ได้ประกอบคืนเลย... แถมยังเหลือเข็มเปล่าๆ
เอาไว้แบบนี้อีกตะหาก ... ทำงานก็ไม่เรียบร้อย ไม่ไหวเลย
เจ้า spin9 เนี่ย |
หลังจากที่ผมได้สมบัติ
Microdrive ความจุสูงถึง 4GB มาแล้ว ทีนี้เจ้า CompactFlash
"ห่วยๆ"
ความจุ "ต่ำๆ"
ก็คงไม่มีประโยชน์สำหรับกล้องดิจิตอลของผมอีกแล้ว
... แต่ความจุเพียง 256MB นี้ มีค่ามากเหลือเกินสำหรับเครื่องเล่น
MP3 ซักตัว ... จริงมั้ย? |
|
| Hitachi
Microdrive 4GB |
SanDisk
CompactFlash 256MB |
|
|
 |
| เพื่อความแน่ใจ
ในการใช้แทนกันได้ จึงของเอาให้ดูถึงเข็มที่ให้ต่อ
CF กับ Microdrive ครับ ว่าอินเตอร์เฟซมันเหมือนกันทุกประการ
ต่างกันที่ว่า CF เป็น Type I แต่ Microdrive เป็น
Type II นั่นก็คือความหนามันต่างกัน และใช้พลังงานในการทำงานต่างกัน
หรือเรียกว่า กินไฟมากน้อยต่างกัน ... ซึ่งผมจะพูดถึงเรื่องการกินไฟต่อไปในตอนท้ายนะครับ
|
|
|
 |
| เอาล่ะครับ
ก็ใส่ CompactFlash 256MB เข้าไปแทน Microdrive
4GB ซะเลย โดยให้ทำอย่างระมัดระวังเช่นกันครับ เสียบกลับเข้าไปยากกว่าเอาออกมาอีกนะ
จะบอกให้
|
 |
หลังจากนั้นก็ให้ทำการประกอบคืน
โดยทำย้อนกลับทุกขั้นตอนที่ผมบอกมาครับ ใส่น๊อตคืน
ขันน๊อตให้แน่น จุดที่มีเทปกาวก็ใส่น๊อตให้แน่น
แล้วแปะเทปกาวคืนตำแหน่งเดิม ค่อยๆ ทำครับ ไม่ยาก
... |
 |
ถึงตอนนี้
ผมก็ได้เครื่องเล่น MP3 ที่ภายในมี CompactFlash
ความจุ 256MB อยู่ กับ Microdrive เปล่าๆ ความจุ
4GB อีกหนึ่งตัว ... ทั้งหมดนี้ มูลค่าประมาณไม่เกิน
15,000 บาท ... ใครคิดว่าคุ้ม ยกมือขึ้น ...
|
แต่ทุกอย่าง มันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดหรอกครับ ...
หลังจากที่ผมได้เปิดเครื่อง MuVo2 ในความจุ "256MB"
ขึ้นมาก็พบว่า หน้าจอฟ้องเป็น Media Error และตัดเข้าสู่
Recovery Mode ... ขั้นตอนนี้เป็นอาการปกติครับ ให้เราทำการแฟลช
Firmware ใหม่ผ่านสาย USB กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำได้โดยง่ายครับ
|
|
 |
| ข้อความบนหน้าจอเมื่อเปิดเครื่องเพื่อหวังเอาความจุ
256MB มาใช้
|
| |
อย่าตกใจครับ
ให้แฟลช firmware เสียใหม่ ใครไม่มี firmware เวอร์ชันนี้
ก็ให้ไปหาโหลดเอาเอง .... ขอบอกว่าเว็บ Creative
ได้อัพเดท firmware ตัวใหม่ไปแล้ว ซึ่งผมเองก็ไม่อาจรับประกันได้ว่า
firmware version ใหม่ที่ Creative อัพเดทไปนั้น
จะสามารถนำมาใช้เพื่อสับเปลี่ยนเอา CF ไปใช้แทนได้หรือไม่...
ฟังดูใจร้ายมั้ยครับ ... งั้นเอาเป็นว่าผมแจกก็ละกัน
ใครอยากโหลด firmware version นี้ ให้โหลดจาก ที่นี่
ได้เลย
|
 |
หลังจากแฟลช
firmware แล้ว เมื่อเครื่องเล่น MP3 เปิดมาอีกครั้ง
จะให้เรา format สื่อบันทึกใหม่ก็ทำตามไปได้เลย...
ถึงตอนนี้ผมได้เครื่องเล่น MP3 ความจุ 256MB มาไว้ในครอบครองแล้ว
หุหุหุ
|
เอ้า เห่อเครื่องเล่น MP3 ใหม่หน่อย ว่าแล้วก็แกะเอาอุปกรณ์ในกล่องมาใช้กันเลย
ทั้งหูฟัง + สายชาร์จต่างๆ ทดลองโหลดเพลงและฟัง
โอ้โห... เสียงดีจริงๆ แฮะ ...
แต่ที่แน่ๆ
ตอนนี้ผมได้ MuVo2 ความจุ 256MB ในแบบ full option
กระเป๋าหนังมีที่หนีบ พร้อมหูฟัง Creative และยังมี
Microdrive 4GB อีกหนึ่งตัว |
|
| |
สำหรับ
HITACHI Microdrive ก็เสร็จผมครับ จับเข้า SONY
DSC-F828 เพื่อ format ใช้งานได้เลย ... |
อืม.. ไมโครไดร์ฟ กับ SONY F828 ช่างเข้ากันดีจริงๆ สถานะบนหน้าจอบอกพวกว่า
ผมสามารถถ่ายภาพ JPEG ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
ได้มากถึง 1,041 รูป (หนึ่งพันสี่สิบเอ็ดรูป)
... หรือถ้าถ่ายกันในแบบชาวบ้านๆ ที่ 3 ล้านพิกเซล ก็ได้มากถึง
2,603 รูป (สองพันหกร้อยสามรูป) หนักไปกว่านั้น
หากถ่ายสบายๆ ที่ความละเอียด VGA หรือ 640x480 นั้น หน้าจอฟ้องผมว่า
ถ่ายได้ >9999 หรือมากกว่าหมื่นรูปนั่นเอง ถูกใจวัยรุ่นเจงๆ
เล้ยยย .... ลืมบอกไปว่า กล้องดิจิตอลที่จะเอา HITACHI
Microdrive 4GB มาใช้งานได้นัน ต้องเป็นกล้องที่รองรับ
CF Type II / Microdrive และรองรับ FAT32 ด้วยนะครับ อย่างเช่น
SONY DSC-F828, Olympus 5050, Olympus 5060, Canon EOS
1D Mark II, Canon EOD 1Ds, Canon EOS 10D หรือจะเป็น
Canon EOS 300D ตัวยอดนิยมก็นำมาใช้ได้เช่นเดียวกัน หรือจะเป็นกล้องบางตัวที่นิยมถ่ายเป็นไฟล์
RAW ซึ่งมีขนาดใหญ่มากก็คงได้รับประโยชน์จาก Microdrive
ความจุ 4GB นี้อย่างเต็มที่
 |
พอต่อสาย
USB เข้ากับตัวกล้องแล้ว ก็จะเห็นไดร์ฟ SONY MemoryStick
ความจุ 4 GB แทน MuVo2 จากรูปแรกๆ ที่ผมเอามาให้ดูเป็นที่เรียบร้อย
... จากเหตุการณ์นี้เอง ที่ทำให้ผมมีแรงฮึด ไปถ่ายภาพที่งานมอเตอร์
โชว์ โดยงานนี้ผมถ่ายโดยใช้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลทุกรูป
เพื่อทดสอบ Microdrive กดไปเยอะกว่า 500 รูป แบตหมดไปก้อนครึ่ง
ใช้พื้นที่ใน Microdrive ไปประมาณ 1.5 GB โดยไม่มีปัญหาด้านการเขียน/อ่าน
หรือแฮงค์แต่อย่างใด
|
สรุปขั้นตอนการ
downgrade เครื่องเล่น MuVo2 และนำเอา Microdrive 4 GB
มาใช้งาน