
|
 |
|
Date: 25-Sep-09
Author: ZoLKoRn
Page: 1/2 |
First Look ! ASUS EAH5870 (ATI Radeon HD5870)
New Generation AMD's DirectX 11 Evergreen family of GPUs
|
ผ่านพ้นกันไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อสองวันก่อนหน้านี้ สำหรับการเปิดตัวกราฟิกการ์ดตระกูลใหม่ล่าสุดจากทาง AMD-ATI ในตระกูลที่ทาง AMD นั้นได้ตั้งชื่อให้ใหม่เป็นตระกูล Evergreen หรือกับกราฟิกการ์ดในตระกุล ATI Radeon HD5800 Series ส่วนโมเดลแรกที่เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกในวันที่ 23 กันยายน 2552 ที่ผ่านมานั้นประกอบไปด้วยสองโมเดลหลักนั่นก็คือ ATI Radeon HD5870 และ ATI Radeon HD5850 และในเวลานี้กับกราฟิกการ์ดในตระกูลดังกล่าวนี้ก็เดินทางมาถึงยัง Labs ของทางโอเวอร์คล๊อกโซนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันนี้เราก็จะได้มาทำความรู้จักและสัมผัสกับความแรงอีกหนึ่งยุคสมัยจากทาง AMD-ATI ที่หลายๆท่านต่างเฝ้ารอคอยกัน แต่ด้วยที่กราฟิกการ์ดนั้นเพิ่งจะเดินทางมาถึงในแบบสดๆร้อนๆ ซึ่งในวันนี้ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับมิตรรักแฟนเพลงทั้งหลายเอาไว้ก่อนเลยว่า จะยังคงไม่ได้รับผลทดสอบของมันแต่อย่างใดหากแต่ในวันนี้เราเพียงจะนำมาแนะนำตัวให้ได้เป็นที่รู้จักมักคุ้นกันเสียก่อนเท่านั้น หรือถ้าจะพูดเป็นศัพท์ที่เข้าใจกันในทันทีนั้นก้จะได้ว่าเป็นการ Preview นั่นเอง สำหรับในครั้งนี้กับกราฟิกการ์ดที่ทางเราได้รับมานั้นมิได้เป็นกราฟิกการ์ดในแบบ Refferecne แต่เป็นกราฟิกการ์ดจากผู้ผลิตรายใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า ASUS กับกราฟิกการ์ดในโมเดล ASUS EAH5870 ที่ ณ เวลานี้ถือเป็นการ์ดโมเดลใหญ่ที่สุดในตระกูล กระนั้นสำหรับกราฟิกการ์ดตัวนี้ที่เราได้รับมาแม้จะเป็นของ ASUS ก็ตามแต่ทั้งหมดก็ยังคงเป็นการ์ดในแบบ Refferecne จากทาง AMD-ATI โดยทั้งหมดไม่มีความแตกต่างใดๆทั้งสิ้นเว้นแต่เพียงจะมีสติ๊กเกอร์ระบถึงเจ้าของแบรนด์ที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง กระนั้นแล้วในวันนี้เราก็จะขอกล่าวถึงเรื่องราวต่างๆโดยทั้งหมดของการก้าวเข้าสู่ยุคของ HD5000 Series ว่ามันมีอะไรสดใหม่ เปลี่ยนแปลงแก้ไขจากเดิมในยุคปัจจุบันนี้กับ HD4000 Series อย่างไรบ้าง ส่วนเรื่องราวของบททดสอบทางด้านความแรงนั้นจะยังคงไม่มีมาให้ได้ชมกัน เอาหละถ้าอย่างนั้นแล้วเราไปติดตามชมกันเลยว่าเจ้า ATI Radeon HD5870 กราฟิกการ์ดโมเดลแรกของโลกที่พร้อมแล้วสำหรับ DirectX 11 มันมีความพิเศษจากเดิมอย่างไรบ้าง...
|
ก่อนที่เราจะไปว่ากันที่ตัว Hardware นั้นเรามาท้าวความถึงความเป็นมาจากกระแสข่าวก่อนหน้านี้กันสักนิดเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สำหรับในเวลานี้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างแรกจากทาง AMD-ATI ต่อเรื่องราวของ GPUs จากตนเองนั้นจะเป็นในเรื่องของชื่อเรียกของรหัสการผลิตและโค๊ดเนมในการผลิต โดยแต่เดิมนั้นเรามักจะไม่มีการกล่าวถึงรหัสการผลิตของ GPUs มากนักแต่สำหรับทางด้านของ CPU นั้นเราจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีเช่นซีพียูจากทาง AMD ในเวลานี้จะใช้ชื่อโมเดลจากรหัสการผลิตของตนเองว่า Phenom II ส่วนโค๊ดเนมของการผลิตนั้นจะมีด้วยกันหลากหลายอาทิเช่น Denep เป็นต้น ส่วนทางด้านของอินเทลนั้นรหัสการผลิตในเวลานี้ก็จะเป็นยุคของ Nehalem ส่วนโค๊ดเนมนั้นก็ตัวอย่างเช่น Bloomfield หรือ Lynnfield ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันไป ในส่วนนี้เชื่อว่าทุกท่านคงจะคุ้นเคยกันมาตลอดแต่หากเป็นทางด้านของ GPUs แต่เดิมเรามักจะได้ยินเพียงโค๊ดเนมการผลิตของ GPUs ในแต่ละยุคสมัยเช่น R600, R700, RV790 โดยทั้งหมดตรงนี้ซึ่งเป็นโค๊ดเนมการผลิตและจะเห็นได้ว่าโค๊ดเนมที่ใช้มักจะเป็นรหัสตัวเลขเป็นหลัก แต่มาถึงวันนี้ทาง AMD-ATI ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงเิกิดขึ้นโดยมีการนำรหัสการผลิตและโค๊ดเนมมากล่าวถึงซึ่งสำหรับกราฟิกการ์ดในตระกูลใหม่ล่าสุด ATI Radeon HD5000 Series นี้นั้นทาง AMD-ATI จะได้มีการใช้รหัสการผลิตที่มีชื่อว่า "Evergreen" ส่วนโค๊ดเนมของการผลิตนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเช่นเดียวกันที่แต่เดิมจะเป็นรหัสตัวเลขดังตัวอย่างที่ได้กล่าวไป แต่เวลานี้ได้ใช้โค๊ดเนมในลักษณะของชื่อเรียกเฉกเช่นซีพียู ซึ่งกราฟิกการ์ดที่มาในโมเดล Radeon HD5870 และ HD5850 นั้นจะใช้โค๊ดเนมในการผลิต GPUs Chips ที่มีชื่อว่า " Cypress " แทนที่จะเป็น RV880 หรือตัวเลขอื่นๆดังที่เคยเป็นมา และเวลานี้เราก็คงจะได้รู้จักกันไปแล้วว่า Cypress ที่เราจะได้กล่าวถึงกันต่อไปนั้นคืออะไร ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็ไปทำความรู้จักกับเจ้า Cypress กันเลยดีกว่าว่ามันจะมีอะไรที่แตกต่างไปจาก RV770 และ RV790 ในตระกูล ATI Radeon HD4870 และ HD4890 ที่ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในปัจจุบันนี้สำหรับกราฟิกการ์ดในแบบ Single GPU จากทาง AMD-ATI
สำหรับ Cypress ถือได้ว่าเป็นกราฟิกชิบโมเดลใหม่ล่าสุดจากทาง AMD-ATI ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันไป โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในส่วนของตัว Hardware ไม่นับรวมถึงรูปทรงภายนอกของตัวการ์ดนั้น จะว่าไปแล้วอาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก RV770 และ RV790 เดิมมากนัก แต่มันก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนในเลยทีเดียว สำหรับชิบกราฟิกในรหัส Cypress นั้นทั้งหมดได้ถูกผลิตขึ้นบนพื้นฐานของชิบในรหัส RV770 เดิมแทบจะทั้งหมดแต่ความแตกต่างอย่างแรกที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนขนาดของกระบวนการผลิตจากเดิมที่ 55nm สู่กระบวนการผลิตในขนาด 40nm เช่นเดียวกันกับกราฟิกชิบในรหัส RV740 ของ ATI Radeon HD4770 ส่วนคำกล่าวที่ว่า Cypress ได้ถูกผลิตจากพืนฐานของในส่วน RV770 นั้นหากอยากจะทราบว่า RV770 มีคุณสมบัติและรายละเอียดต่างๆอย่างไรบ้าง สามารถเข้าไปติดตามอ่านได้จากเรื่องราวที่เราได้เคยนำเสนอไว้จาก พลังขับเคลื่อนล่าสุดจาก AMD-ATI กับ Radeon HD4800 Series ด้วย ASUS EAH4850 ซึ่งจะทำให้จากนี้ไปสามารถที่จะเข้าใจได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งนอกจากในเรื่องของขนาดกระบวนการผลิตที่เล็กลงแล้วนั้น ความแตกต่างที่อย่างสิ้นเชิงซึ่งเป็นจุดหลักที่น่าสนใจก็คือในส่วนของขนาด Uni Shader ของเจ้า Cypress ซึ่งจะมีจำนวนทั้งหมด 1600 unit นับเป็นจำนวนสองเท่าของ RV770 ที่จะมีขนาดเพียง 800 unit และจากขนาดหรือจำนวนที่เพิ่มขึ้นตรงนี้ของตัว GPUs นั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการ Rebuild ของ RV770 ก็ได้เพราะว่าทาง AMD-ATI ได้เพิ่มจำนวนของ Uni Shader โดยการนำเอาชุด SIMD Engine จากโครงสร้างของ RV770 จำนวนสองชุดมาประกอบเข้าด้วยกันเลยทำให้ Cypress มี Uni Shader ทั้งหมด 1600 unit ดังที่ปรากฏ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นผลมาจากขนาดของกระบวนการผลิตที่เล็กลงเป็น 40nm นั่นเองที่ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนของชุด SIMD ลงไปได้อีกหนึ่งชุดอย่างไม่เป็นปัญหา และไม่เพียงในส่วนของจำนวน Uni Shader ที่เพิ่มขึ้นในเรื่องของความเร็วในการทำงานของ Cypress ก็มีความเร็วที่เพิ่มขึ้นจาก RV770 อีกเช่นกันกล่าวคือ RV770 จะมีความเร็วในการประมวลผลที่ระดับ 750MHz แต่สำหรับ Cypress จะมีความเร็วในการทำงานที่เท่ากับ RV790 คือ 850MHz และในจุดต่อมาคือในส่วนของขนาด L2 Cache ภายในตัว GPUs ทาง AMD-ATI ก็ได้มีการเพิ่มขนาดเป็นสองเท่าจากเดิมของ RV770 ที่มีขนาดตัวละ 64KB จากทั้งหมด 4 ชุดไปเป็นตัวละ 128KB ซึ่งตรงนี้ก็เพื่อรองรับข้อมูลที่จะมีจำนวนมากขึ้นจากขนาดของ Uni Shader ที่เพิ่มมากขึ้นเป้นสองเท่านั่นเอง และนอกจากนี้เมื่อขนาดของ L2 Cache มีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะสามารถส่งข้อมูลให้กับชุด L1 ได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วยเพราะตัว L2 Cache มีความสามารถในการสำรองข้อมูลได้มากขึ้นนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้วก็ช่วยส่งผลให้ประสิทธิภาพสุดท้ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย สุดท้ายกับในส่วนของตัว GPUs ในความเปลี่ยนแปลงที่เิกดขึ้นซึ่งทาง AMD-ATI ได้มีการเพิ่มชุดควบคุมการแสดงผลที่มีชื่อว่า Eyefinity Display Controller เพื่อช่วยให้ตัวกราฟิกการ์ดนั้นสามารถแสดงผลได้ในแบบ Multi-Mornitor มากขึ้นซึ่งสามารถรองรับการแสดงผลได้สูงสุดถึง 6 Display ด้วยกัน ซึ่งจากทั้งหมดตรงนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของ Cypress ที่เราจะได้สัมผัสและใช้งานกันต่อไป สำหรับทางด้านของเมโมรีที่ทำงานร่วมกับ Cypress ก็จะยังคงเป็นเมโมรีในแบบ GDDR5 เช่นเดียวกันแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในส่วนของ
|
 |
โค๊ดคำสั่งการทำงานภายในของตัว Memory Controller ที่จะมีระบบการจัดการข้อมูลที่ผิดพลาด โดยที่จะสามารถตรวจสอบค้นหาข้อมูลที่มีความผิดพลาดที่อยุ่ภายในตัวเมโมรี และจากนั้นก็สามารถแก้ไขข้อมุลเหล่านั้นให้ถูกต้องได้ก่อนที่จะส่งข้อมูลออกไป ในส่วนนี้จะมีทั้งผลดีและผลเสียแต่หากมองในมุมมองของการใช้งานปรกติจะถือว่าเป็นข้อดีอย่างมาก ที่สามารถแก้ไขข้อมุลที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ และจะส่งผลให้เราสามารถเพิ่มความเร็วในการโอเวอร์คล๊อกของตัว Memory ให้สูงขึ้นได้ค่อนข้างมากอีกด้วย โดยที่จะไม่พบกับอาการผิดปรกติในส่วนของภาพที่ออกมา แต่ผลเสียที่กล่าวไปนั้นคือในการโอเวอร์คล๊อกหากมีการใช้ความเร็วของเมโมรีในระดับที่สูงมาก เราอาจจะไม่เจออาการผิดปรกติในการแสดงผลซึ่งเมโมรีจะยังคงสามารถทำงานได้อย่างปรกติ แต่ประสิทธิภาพที่ออกมานั้นจะลดลงไป นอกจากในเรื่องของการตรวจสอบความผิดพลาดแล้วนั้นชุดเมโมรีคอนโทรลเลอร์ของ Cypress จะยังสามารถลดความเร็วการทำงานของเมโมรีลงได้ในภาวะ Idle เช่นเดียวกันกับความเร็วของ GPU อีกด้วย นั่นก็เท่ากับว่าจะสามารถช่วยลดระดับการบริโภคพลังงานลงไปได้ในอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว สุดท้ายสำหรับสิ่งที่จะลืมไปไม่ได้เลยกับ AMD Cypress ในวันนี้กับความสามารถที่เป็นเจ้าแรกของโลกในวงการกราฟิกการ์ดด้วยการรองรับการทำงานของ DirectX 11 เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง
|
Features/GPU |
Radeon HD5870 |
Radeon HD5850 |
Radeon HD4870X2 |
Radeon HD4890 |
Radeon HD4870 |
Codename |
Cypress XT |
Cypress Pro |
R700 |
RV790 |
RV770XT |
| Transistor Count (Millions) |
2154 million |
2154 million |
956x2 million |
959 million |
956 million |
| Fabrication Process |
40 nm |
40 nm |
55nm |
55nm |
55 nm |
| Die size |
338 mmˆ2 |
338 mmˆ2 |
260 mmˆ2 |
282 mmˆ2 |
260 mmˆ2 |
Memory (Max) |
1GB |
1GB |
2x1 GB |
1GB |
1GB/512 MB |
Uni Shader |
1600 |
1440 |
800x2 |
800 |
800 |
Core Speed |
850 MHz |
725 MHz |
750 MHz |
850 MHz |
750 MHz |
Memory Speed |
4800 MHz |
4000 MHz |
3600 MHz |
3900 MHz |
3600 MHz |
| Maximum Fill Rate (MTexels/s) |
68000 |
52200 |
2x 30000 |
34000 |
30000 |
Memory Bus Width |
256-bit |
256-bit |
256-bit |
256-bit |
256-bit |
Memory Type |
GDDR5 |
GDDR5 |
GDDR5 |
GDDR5 |
GDDR5 |
Max Memory Bandwidth |
153.6 GB/s |
128 GB/s |
115.2x2 GB/s |
124.8 GB/s |
115.2 GB/s |
Multi-GPU Support |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
DirectX Version Support |
11 |
11 |
10.1 |
10.1 |
10.1 |
| OpenGL Version Support |
2.1 |
2.1 |
2.1 |
2.1 |
2.1 |
Bus Type |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
OverclockZone |
จากเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นเราก็คงจะได้ทราบกันไปแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างสำหรับ AMD Cypress ตรงนี้เราลองมาดูข้อมุลทางเทคนิคกันสักนิดระหว่าง Cypress XT และ Cypress Pro ว่าจะมีอะไรแตกต่างกันออกไปบ้าง จากตารางข้างต้นเราจะพบว่าระหว่าง Cypress XT และ Cypress Pro หรือ HD5870 และ HD5850 นั้นจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นคือแตกต่างกันเพียงเรื่องของจำนวน Uni Shader และที่ Cypress XT จะประกอบด้วย Uni Shader 1600Unit ส่วน Cypress Pro จะมีเพียง 1440unit ส่วนความเร็วในการประมวลผลของ ATI Radeon HD5870 จะมีความเร็วในการทำงานที่ 850/4800MHz Core/Memory แต่สำหรับ ATI Radeon HD5850 จะมีความเร็วที่ลดต่ำลงมาคือ 725/1000MHz Core/Memory สำหรับในส่วนของความแตกต่างจากจำนวน Uni Shader ระหว่าง XT และ Pro นั้นก็เป็นเพียงการปิดใช้งานของ Uni Shader จากตัว XT มาเป็น Pro เท่านั้น จากตรงนี้ไม่แน่ว่าอาจจะมีข่าวดีออกมาให้ลุ้นกันอีกครั้งว่าจะมีทางที่เปิดใช้งานในส่วนที่ถูกปิดนี้ได้หรือไม่ ดังเช่นที่เคยเป็นมาในอดีตอย่างการเปิด Pipe-Line หรือการเปลี่ยน HD2900GT ไปเป็น HD2900XT เรื่องนี้ค่อนข้างน่าติดตามไม่น้อย เอาหละในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิคต่างๆในวันนี้ก็คงจะมีอะไรแต่เพียงเท่านี้ จากนี้ไปเดี๋ยวเราไปติดตามชมกันในส่วนของตัว Hardware กันต่อเลยแล้วกันครับ
|
|
|
|