ผู้ใช้ Reddit แชร์ประสบการณ์ไม่เคยล้าง Recycle Bin นานเกือบ 10 ปี พบไฟล์สะสมกว่า 302GB
เรื่องราวชวนอึ้งจากผู้ใช้บน Reddit กลายเป็นประเด็นพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังมีผู้ใช้รายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาไม่เคยล้าง Recycle Bin หรือถังรีไซเคิลบน Windows มาเกือบ 10 ปี จนกระทั่งพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ใกล้เต็ม จึงตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบและพบว่ามีไฟล์สะสมอยู่มากถึง 302GB
ผู้ใช้ที่ใช้ชื่อว่า Illuminated Autocrat ระบุว่า เขาเพิ่งตัดสินใจล้าง Recycle Bin หลังพบว่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในเครื่องเหลือน้อยมาก และเมื่อเปิดดูจึงพบว่าภายในมีไฟล์ที่ถูกลบสะสมอยู่ถึง 557,459 ไฟล์
ข้อมูลจากระบบแสดงให้เห็นว่า ไฟล์ทั้งหมดมีขนาดรวมประมาณ 302GB โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละไฟล์มีขนาดราว 0.5MB
เจ้าตัวอธิบายว่า ตลอดช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เขามีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์หลายครั้ง รวมถึงเปลี่ยนเวอร์ชันของ Windows และขยายความจุฮาร์ดดิสก์จากเดิม 500GB มาเป็น 4TB
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ เขาเลือกใช้วิธีโคลนดิสก์ (Disk Cloning) เพื่อย้ายระบบเดิมทั้งหมดไปยังไดรฟ์ใหม่ แทนการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ ส่งผลให้ข้อมูลภายใน Recycle Bin ถูกย้ายตามไปด้วยทุกครั้ง
ผลลัพธ์คือไฟล์ที่ถูกลบสะสมต่อเนื่องข้ามฮาร์ดดิสก์และข้ามเวอร์ชัน Windows กลายเป็นเหมือน “ซากดิจิทัล” ที่อยู่กับเครื่องมายาวนานเกือบทศวรรษ
ผู้โพสต์ยังแซวตัวเองว่า หากราคาฮาร์ดดิสก์ความจุสูงในปัจจุบันไม่แพงนัก เขาอาจเลือกอัปเกรดฮาร์ดดิสก์แทนการล้างไฟล์เหล่านี้ด้วยซ้ำ
โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยหลายคนเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นตัวอย่างของ “Digital Hoarding” หรืออาการสะสมข้อมูลดิจิทัล
ในความเป็นจริง ระบบปฏิบัติการ Windows มีฟีเจอร์ Storage Sense สำหรับช่วยจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ซึ่งสามารถตั้งค่าให้ระบบลบไฟล์ใน Recycle Bin อัตโนมัติเมื่อพื้นที่ใกล้เต็ม หรือกำหนดรอบเวลาในการล้างไฟล์ได้
ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ใช้จะปล่อยให้ไฟล์ขยะสะสมจนกินพื้นที่โดยไม่รู้ตัว เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้
ที่มา: Reddit



