แม้ว่า IPv6 จะถูกผลักดันมานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่เนื่องจากไม่สามารถใช้งานร่วมกับโปรโตคอลเดิมอย่าง IPv4 ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การเปลี่ยนผ่านทั่วโลกเป็นไปอย่างล่าช้ากว่าที่คาดไว้ ล่าสุด IETF ได้เผยแพร่ร่างโปรโตคอลใหม่ Internet Protocol Version 8 (IPv8) ซึ่งใช้พื้นที่แอดเดรสแบบ 64-bit และรองรับการทำงานร่วมกับ IPv4 ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีแนวคิดว่า IPv8 จะเป็นผู้สืบทอดตัวจริงของ IPv4
แม้ IPv6 จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลน IP address ได้ แต่เพราะไม่รองรับ IPv4 โดยตรง จึงทำให้ไม่สามารถถูกใช้งานอย่างแพร่หลายได้ IETF จึงปรับแนวคิดใหม่ใน IPv8 ด้วยการออกแบบให้ “รองรับย้อนหลัง” โดย IPv4 ถูกมองเป็นส่วนย่อยของ IPv8 ทำให้อุปกรณ์และแอปพลิเคชันเดิมสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไข ลดต้นทุนการย้ายระบบที่องค์กรกังวล
IPv8 ใช้โครงสร้างแอดเดรสแบบ 64-bit ในรูปแบบ r.r.r.r:h.h.h.h (พรีฟิกซ์เครือข่าย : โฮสต์) โดยหากตั้งค่าพรีฟิกซ์เป็นศูนย์ เช่น 0.0.0.0.192.168.1.1 ระบบจะตีความเป็น IPv4 ปกติ ทำให้อุปกรณ์เดิมสามารถเชื่อมต่อได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หรือโครงสร้างพื้นฐาน และยังไม่มีการกำหนด “วันเปลี่ยนผ่าน” (Flag Day) เพื่อให้การอัปเกรดเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป
ในระบบ IPv8 ผู้ถือหมายเลข Autonomous System (ASN) แต่ละรายจะได้รับพื้นที่แอดเดรส /32 เต็มรูปแบบ หรือมากกว่า 4.2 พันล้านแอดเดรส ซึ่งช่วยให้โครงสร้าง routing มีความเสถียรมากขึ้น และลดภาระของ core router ในการจัดการ routing table ขนาดใหญ่
นอกจากเรื่องแอดเดรส IPv8 ยังเสนอแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Zone Server” ซึ่งรวมบริการสำคัญอย่าง DNS, DHCP, NTP และ OAuth2 ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการเครือข่าย
ด้านความปลอดภัย IPv8 เพิ่มอัลกอริทึม routing ใหม่ชื่อ “Cost Factor (CF)” ที่คำนึงถึงทั้งความแออัดของเครือข่ายและระยะทางทางภูมิศาสตร์ หากพบว่าแพ็กเก็ตถูกส่งเร็วเกินข้อจำกัดทางกายภาพ ระบบจะตรวจจับเส้นทางผิดปกติได้ทันที ลดปัญหาการปลอมเส้นทาง
ต่างจาก IPv4 ที่เป็นระบบ “เชื่อใจโดยค่าเริ่มต้น” IPv8 ใช้แนวคิด “ไม่เชื่อใจโดยค่าเริ่มต้น” โดยแพ็กเก็ตทุกตัวต้องผ่านการตรวจสอบจาก DNS8 และ WHOIS8 และอุปกรณ์ต้องมี token ยืนยันตัวตนก่อนส่งข้อมูล ช่วยลดปัญหา botnet และการปลอมแหล่งที่มา
แม้การโจมตีแบบปริมาณ (DDoS) ยังสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ IPv8 ทำให้การปลอมแหล่งที่มาและซ่อนเส้นทางทำได้ยากขึ้นอย่างมาก
ปัจจุบันร่าง IPv8 ได้กำหนดรายละเอียดทั้งโปรโตคอลหลัก ระบบ routing (BGP8/OSPF8) และการทำงานร่วมกับ Wi-Fi 8 แล้ว โดยคาดว่าจะเปิดให้ภาคอุตสาหกรรมร่วมอภิปรายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
โดยรวมแล้ว IPv8 มีเป้าหมายชัดเจนในการแทนที่ IPv6 และเปิดทางให้โลกอินเทอร์เน็ตอัปเกรดจาก IPv4 ไปสู่ระบบใหม่ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ที่มา: HKEPC



