มาตรฐาน UFS 5.0 ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการแล้ว โดยตั้งเป้าความเร็วอ่าน–เขียนแบบต่อเนื่อง (Sequential) สูงสุดถึง 10.8 GB/s ซึ่งถือว่าเกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับตัวเลข 5.8 GB/s ที่มักอ้างถึงในอุปกรณ์ระดับ UFS 4.0 และในทางทฤษฎียังสูงกว่าขีดจำกัดแบนด์วิดท์ทิศทางเดียวของ PCIe 4.0 x4 ที่ 8.0 GB/s อีกด้วย
การเพิ่มความเร็วนี้มาจากการอัปเดตชั้นกายภาพ (Physical Layer) โดยทาง KIOXIA ระบุว่าใช้มาตรฐาน MIPI M-PHY v6.0 พร้อมโหมด HS-GEAR6 ที่รองรับได้สูงสุด 46.6 Gbps ต่อเลน ซึ่งเมื่อใช้แบบ 2 เลน จะให้ประสิทธิภาพรวมราว 10.8 GB/s
ฟีเจอร์ของ UFS 5.0 ไม่ได้มีแค่ตัวเลขความเร็วที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึง
-
ปรับปรุงความเสถียรของสัญญาณ (Signal Integrity)
-
ปรับปรุงความเสถียรด้านพลังงาน (Power Integrity)
-
เพิ่มระบบป้องกันข้อมูลแบบใหม่ (Data Protection Features)
อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลข throughput จะสูงมาก แต่การเปรียบเทียบกับ NVMe ต้องดูบริบทด้วย เพราะแม้ PCIe 4.0 x4 จะมีเพดาน 8 GB/s ในระดับบัส แต่ประสิทธิภาพจริงของ SSD ขึ้นอยู่กับคอนโทรลเลอร์, queue depth, อุณหภูมิ, เฟิร์มแวร์ และลักษณะงานที่ใช้งาน ขณะที่ UFS ถูกออกแบบมาเพื่อข้อจำกัดด้านพลังงานและพื้นที่ในอุปกรณ์ฝังตัวเป็นหลัก
สำหรับ PCIe 5.0 ยังคงมีแบนด์วิดท์สูงกว่า โดย PCIe 5.0 x4 ทำได้ถึง 16 GB/s ต่อทิศทาง
ฮาร์ดแวร์ UFS 5.0 สำหรับผู้บริโภคยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยฝั่งซัพพลาย KIOXIA ระบุว่าเริ่มส่งตัวอย่างชิป UFS 5.0 ความจุ 512GB และ 1TB แล้ว ในแพ็กเกจขนาด 7.5 × 13 มม. เพื่อรองรับดีไซน์มือถือรุ่นถัดไป และการทดสอบความเข้ากันได้กับโฮสต์ UFS 5.0
ที่มา: VideoCardz



