Intel เผยคุย Lisa Su ซีอีโอ AMD หาช่องทางร่วมมือกัน! ลุ้นจับมือผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี 14A ขณะที่ Intel ตั้งเป้าทวงบัลลังก์ CPU คืน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Intel และ AMD สองคู่แข่งสำคัญในตลาด CPU อาจมีความเคลื่อนไหวใหม่ หลัง Lip-Bu Tan ซีอีโอของ Intel เปิดเผยว่าได้พูดคุยกับ Lisa Su ซีอีโอของ AMD เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน แต่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าทั้งสองบริษัทกำลังหารือเรื่องใด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงใหม่อย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย
ประเด็นดังกล่าวถูกกล่าวถึงระหว่างการสนทนาบนเวที Fireside Chat เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2026 โดย Tan ร่วมพูดคุยกับ Jimmy Cheng ประธานสมาคม Chinese American Semiconductor Professional Association (CASPA) เนื้อหาส่วนใหญ่ของการสนทนามุ่งไปที่แผนฟื้นฟูธุรกิจ Intel และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท แต่การเอ่ยถึง AMD ก็ทำให้เกิดคำถามว่าคู่แข่งทั้งสองอาจมีโอกาสทำงานร่วมกันในด้านใดบ้าง
ลุ้น Intel ผลิตชิปให้ AMD ด้วยกระบวนการ 14A
หนึ่งในความเป็นไปได้ที่ถูกจับตามองคือธุรกิจรับผลิตชิป Intel Foundry โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า AMD กำลังประเมินเทคโนโลยีการผลิต Intel 14A ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตชิปรุ่นถัดไปของ Intel
หากทั้งสองบริษัทตกลงทำธุรกิจกันจริง ก็อาจเป็นกรณีที่ Intel รับผลิตชิปให้ AMD แทนที่จะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันโดยตรง เพราะ AMD เป็นบริษัทที่ออกแบบชิปและใช้โรงงานผลิตจากผู้ให้บริการภายนอก ขณะที่ Intel กำลังผลักดันธุรกิจโรงงานรับจ้างผลิตเพื่อดึงดูดลูกค้ารายใหม่
อย่างไรก็ตาม การที่ AMD กำลังประเมินกระบวนการผลิต 14A ไม่ได้หมายความว่าบริษัทตัดสินใจสั่งผลิตชิปกับ Intel แล้ว และยังไม่มีการยืนยันว่าการพูดคุยระหว่าง Tan กับ Su เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง
ความร่วมมืออาจอยู่ในด้านอื่น เช่น เทคโนโลยีการแพ็กเกจชิปขั้นสูง ซอฟต์แวร์ หรือโครงการที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าทั้งคู่กำลังจะจับมือกันในธุรกิจรับผลิตชิป
Intel ยอมปรับแนวทางธุรกิจ หันมาพัฒนาชิปตามความต้องการลูกค้า
นอกจากเรื่อง AMD แล้ว Tan ยังกล่าวถึงเป้าหมายสำคัญของ Intel ที่ต้องการกลับมาเป็นผู้นำตลาด CPU อีกครั้ง โดยเขาระบุว่า Intel จำเป็นต้องทวงตำแหน่งผู้นำกลับคืนมา และปรับวิธีทำธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
ที่ผ่านมา Intel มักยึดแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแผนงานของบริษัทเป็นหลัก แต่ Tan ยอมรับว่าแนวทางดังกล่าวอาจทำให้บริษัทปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้ไม่ดีพอ
เขายกตัวอย่างตระกูล Xeon สำหรับเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่ง Intel ต้องพร้อมปรับแต่งชิปให้เหมาะกับภาระงานของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น ไม่ใช่เสนอเพียงผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ลูกค้าต้องนำไปปรับใช้เอง
ทิศทางนี้มีความสำคัญต่อธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และ AI เพราะลูกค้าแต่ละรายอาจต้องการสถาปัตยกรรม ประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน และความสามารถเฉพาะทางที่แตกต่างกัน การปรับแต่งชิปจึงอาจช่วยให้ Intel แข่งขันกับผู้พัฒนา ASIC และผู้ให้บริการออกแบบชิปเฉพาะงานได้ดีขึ้น
ASIC, Co-Packaged Optics และ Physical AI คือธุรกิจที่ Intel ต้องการผลักดัน
Tan ยังระบุถึงธุรกิจที่ Intel มองว่ามีศักยภาพเติบโตในอนาคต ได้แก่
-
ASIC: ชิปที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานเฉพาะทาง รวมถึงงานประมวลผลที่ต้องการประสิทธิภาพและการใช้พลังงานเหมาะสมกับภาระงาน
-
Co-Packaged Optics (CPO): เทคโนโลยีผสานการสื่อสารด้วยแสงเข้ากับแพ็กเกจชิป เพื่อตอบโจทย์การรับส่งข้อมูลความเร็วสูง โดยเฉพาะระบบเครือข่ายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
-
Physical AI: การนำ AI ไปใช้งานกับระบบที่โต้ตอบกับโลกจริง เช่น หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
-
Advanced Packaging: เทคโนโลยีแพ็กเกจชิปขั้นสูงที่ช่วยรวมชิปหลายส่วนเข้าไว้ในระบบเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการออกแบบ
เป้าหมายของ Tan คือการผลักดันให้ธุรกิจใหม่ 2–3 กลุ่มจากแนวทางเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ในสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้ Intel ต่อธุรกิจในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีแหล่งรายได้มากกว่าการพึ่งพาตลาด CPU แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวเป็นทิศทางที่ผู้บริหารต้องการผลักดัน ไม่ใช่การยืนยันว่าธุรกิจเหล่านี้จะสร้างรายได้ตามสัดส่วนดังกล่าวได้ทันที
Intel 18A เข้าสู่การผลิตจำนวนมาก ส่วน 14A กำลังเดินหน้าสู่ขั้นต่อไป
สำหรับธุรกิจ Intel Foundry Tan ระบุว่ากระบวนการผลิต Intel 18A เข้าสู่การผลิตจำนวนมากแล้ว ขณะที่ Intel 14A กำลังเดินหน้าพัฒนาชุดเครื่องมือสำหรับออกแบบชิป หรือ Process Design Kit (PDK) ซึ่งลูกค้าต้องใช้ในการออกแบบและตรวจสอบชิปให้เข้ากันได้กับกระบวนการผลิตของโรงงาน
ข้อมูลจากการสนทนาระบุว่า Intel ได้ปล่อย PDK เวอร์ชัน 0.5 สำหรับ 14A แล้ว โดยเวอร์ชัน 0.9 จะเป็นขั้นต่อไป และบริษัทวางแผนให้ PDK เวอร์ชัน 1.0 รองรับการเตรียมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในช่วงต้นปี 2027
ก่อนหน้านี้ Intel ตั้งเป้าส่งมอบ PDK เวอร์ชัน 0.9 ให้ลูกค้าภายนอกภายในเดือนตุลาคม 2026 แต่คำกล่าวของ Tan ในลักษณะให้ติดตามความคืบหน้าต่อไป ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการส่งมอบตามกำหนดแล้วหรือไม่
กระบวนการผลิต 14A จึงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะ Intel จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ลูกค้าภายนอกได้ ทั้งด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน กำลังการผลิต และความน่าเชื่อถือในการส่งมอบ ก่อนจะดึงดูดคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ได้จริง
คู่แข่งที่เริ่มร่วมมือกันมากขึ้นในบางด้าน
แม้ Intel และ AMD จะแข่งขันกันมาอย่างยาวนาน แต่ทั้งสองบริษัทก็มีความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยเฉพาะการพัฒนาและสนับสนุนระบบนิเวศ x86 ซึ่งเป็นพื้นฐานของ CPU สำหรับพีซีและเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก
ความร่วมมือด้านซอฟต์แวร์ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง โดยมีรายงานว่า AMD ตกลงนำการปรับแต่งประสิทธิภาพ ZenDNN เข้าไปผสานกับไลบรารี oneDNN ของ Intel สำหรับงาน AI ที่เกี่ยวข้องกับ PyTorch ซึ่งช่วยให้การปรับแต่งซอฟต์แวร์สำหรับประมวลผล AI สามารถทำงานภายใต้แนวทางเดียวกันได้มากขึ้น
ทั้งสองบริษัทยังมีส่วนร่วมในความพยายามพัฒนาระบบนิเวศ x86 ผ่านกลุ่ม x86 Ecosystem Advisory Group ที่จัดตั้งขึ้นร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีอื่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสถาปัตยกรรมและทำให้ฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
ความร่วมมือเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Intel และ AMD สามารถทำงานร่วมกันในบางเรื่องได้ แม้จะยังแข่งขันโดยตรงเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด CPU อยู่ก็ตาม
จับตาผลประกอบการ Intel วันที่ 29 ตุลาคม 2026
Intel มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันที่ 29 ตุลาคม 2026 และจะจัดการประชุมชี้แจงผลประกอบการในวันเดียวกัน
การประชุมดังกล่าวอาจเป็นอีกโอกาสที่ Tan จะถูกถามถึงการหารือกับ Lisa Su ตลอดจนความคืบหน้าของ Intel Foundry และแผนดึงดูดลูกค้ารายใหญ่เข้าสู่กระบวนการผลิต 14A
ในเวลานี้ สิ่งที่ยืนยันได้มีเพียงว่า Tan เปิดเผยว่าได้พูดคุยกับซีอีโอของ AMD เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน ส่วนรายละเอียดของความร่วมมือและโอกาสที่จะเกิดข้อตกลงทางธุรกิจยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
หาก Intel สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่อย่าง AMD เข้ามาใช้บริการ Foundry ได้จริง ก็อาจเป็นก้าวสำคัญต่อแผนฟื้นฟูธุรกิจการผลิตชิปของบริษัท แต่จนกว่าจะมีการยืนยันจากทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่ต้องติดตามต่อไป
ที่มา: Tom's Hardware



