MediaTek กำไรโต 10.8% รับกระแส AI! เปิดตัวลูกค้า AI ASIC รายที่ 2 ไม่ใช่บริษัทจีน เตรียมรับรู้รายได้ปี 2028 พร้อมลุ้นยอดขายชิป AI ปี 2027 ทะลุ 5.4 แสนล้านบาท
MediaTek รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งรายได้และกำไร โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจชิปสำหรับแพลตฟอร์มอัจฉริยะและความต้องการหน่วยประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัทยังเปิดเผยข่าวสำคัญว่าได้รับลูกค้าออกแบบชิป AI ASIC รายที่ 2 แล้ว พร้อมยืนยันว่าลูกค้ารายใหม่นี้ ไม่ใช่บริษัทจากประเทศจีน และคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากพร้อมสร้างรายได้ในปี 2028
ขณะเดียวกัน Rick Tsai ซีอีโอของ MediaTek ยืนยันว่าธุรกิจ AI Accelerator กำลังเดินหน้าได้ตามแผน โดยชิป AI รุ่นแรกเริ่มส่งมอบในปริมาณเล็กน้อยตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และบริษัทมั่นใจว่าจะสร้างรายได้จากธุรกิจดังกล่าวได้ถึง 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 84,500 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2026
ส่วนเป้าหมายรายได้จาก AI Accelerator ในปี 2027 บริษัทคาดว่าจะทำได้ในระดับบนของเป้าหมายเดิมที่ประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 540,500 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 20% ของตลาด AI Accelerator แบบ ASIC ทั้งหมด
Q3 2026 รายได้ทะลุ 1.73 แสนล้านบาท กำไรสุทธิเกือบ 29,000 ล้านบาท
ผลประกอบการอย่างเป็นทางการของ MediaTek สำหรับไตรมาส 3 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2026 มีตัวเลขสำคัญดังนี้
| รายการ | ผลประกอบการ | เปลี่ยนแปลง YoY |
|---|---|---|
| รายได้รวม | 172,900 ล้านบาท | +18.3% |
| กำไรขั้นต้น | 80,100 ล้านบาท | +17.8% |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 46.3% | ลดลง 0.2 จุด |
| กำไรจากการดำเนินงาน | 27,900 ล้านบาท | +22.2% |
| กำไรสุทธิ | 29,000 ล้านบาท | +10.8% |
| กำไรต่อหุ้น (EPS) | ประมาณ 18.02 บาท | เพิ่มจาก 16.33 บาท |
รายได้รวมอยู่ที่ 168,058 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (NT$) หรือประมาณ 172,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 18.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 28,199 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากไตรมาสก่อน และ 10.8% จากปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 17.50 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 18.02 บาท
ที่น่าสนใจคืออัตรากำไรขั้นต้นยังรักษาระดับไว้ที่ 46.3% แม้บริษัทจะต้องลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายด้าน R&D ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 42,237 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 43,500 ล้านบาท
Q4 คาดรายได้พุ่งสูงสุด 32% รับอานิสงส์ชิป AI
Rick Tsai ประเมินว่าธุรกิจของ MediaTek จะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 4 โดยคาดว่ารายได้รวมจะอยู่ระหว่าง 210,100–221,800 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 216,200–228,300 ล้านบาท
คิดเป็นการเติบโต 25–32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 43.5–46.5%
ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจ AI Accelerator ซึ่งเริ่มเข้าสู่ช่วงส่งมอบสินค้าเชิงพาณิชย์แล้ว โดยบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้จากโครงการ AI Accelerator รุ่นแรกได้ถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 84,500 ล้านบาทในไตรมาส 4
นอกจากนี้ MediaTek ยังปรับมุมมองรายได้รวมตลอดปี 2026 ในรูปดอลลาร์สหรัฐให้เติบโตสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ในระดับ High-single-digit หรือประมาณ 7–9%
ยืนยันลูกค้า AI ASIC รายที่ 2 ไม่ใช่ ByteDance
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากการประชุมนักลงทุนเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม คือการยืนยันว่า MediaTek ได้ลูกค้า AI ASIC รายที่ 2 แล้ว
ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าลูกค้ารายใหม่นี้อาจเป็น ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok แต่ MediaTek ชี้แจงชัดเจนว่า ลูกค้ารายที่ 2 ไม่ใช่บริษัทจากประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยชื่อของลูกค้า ประเภทชิปที่กำลังพัฒนา สเปกทางเทคนิค หรือมูลค่าสัญญา โดย David Ku ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินระบุว่าโครงการใหม่กำลังเริ่มต้นดำเนินงาน และคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ในปี 2028
การได้ลูกค้ารายที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียวในธุรกิจ AI ASIC ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและต้องใช้เงินลงทุนด้านการออกแบบชิปอย่างมหาศาล
สำหรับลูกค้ารายแรกนั้น MediaTek ยังเดินหน้าส่งมอบชิป AI Accelerator รุ่นแรกตั้งแต่เดือนกันยายน และกำลังเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งเป้ารายได้ AI ASIC ปี 2027 แตะ 5.4 แสนล้านบาท
MediaTek ยังคงมีความมั่นใจต่อธุรกิจ AI Accelerator โดยคาดว่ารายได้ในปี 2027 จะไปถึงระดับบนของเป้าหมายเดิมที่ประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 540,500 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 20% ของตลาด AI Accelerator ASIC ซึ่งเป็นตลาดชิปประมวลผลเฉพาะทางสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
การเติบโตนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ MediaTek จากผู้ผลิตชิปสำหรับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ผู้บริโภค ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาชิปประมวลผลเฉพาะทางให้กับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่
ข้อได้เปรียบของ ASIC คือสามารถออกแบบให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานของลูกค้าโดยเฉพาะ ทั้งด้านประสิทธิภาพต่อวัตต์ ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของระบบ (TCO) และการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานภายในดาต้าเซ็นเตอร์
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายรายได้ 16,000 ล้านดอลลาร์เป็นเป้าหมายของโครงการ AI Accelerator ที่บริษัทเปิดเผยในการประชุม ไม่ใช่รายได้รวมทั้งหมดของ MediaTek และยังขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตกับความพร้อมของซัพพลายเชนด้วย
AI ASIC รุ่นที่ 2 เดินหน้าตามกำหนด เริ่มผลิตจำนวนมาก Q1 2028
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความคืบหน้าของ AI ASIC รุ่นที่ 2 ซึ่งตลาดเคยกังวลว่าอาจเกิดความล่าช้าในขั้นตอน Tape-out หรือการส่งแบบชิปขั้นสุดท้ายเข้าสู่กระบวนการผลิต
Rick Tsai ยืนยันว่าโครงการยังเดินหน้าตามกำหนด โดยชิปดังกล่าวใช้การออกแบบแบบ Multi-die ซึ่งมี Die หลายชิ้นทำงานร่วมกันภายในแพ็กเกจเดียว
ปัจจุบันมี Die บางส่วนผ่านขั้นตอน Tape-out ไปแล้ว ขณะที่ Die ขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมากกว่าอาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 2–3 สัปดาห์ แต่ผู้บริหารยืนยันว่าจะยังไม่กระทบกำหนดการโดยรวม
บริษัทตั้งเป้าเริ่มผลิตจำนวนมาก (High Volume Manufacturing: HVM) ในไตรมาสแรกของปี 2028
ชิป AI รุ่นที่ 2 นี้คาดว่าจะมีประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น และลดต้นทุนการใช้งานโดยรวมให้กับลูกค้าได้ดีกว่ารุ่นแรก จึงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจ AI ASIC ในระยะยาว
MediaTek เร่งแก้ปัญหา Advanced Packaging ลุ้น Intel EMIB-T
อีกหนึ่งคอขวดสำคัญของโครงการ AI ASIC รุ่นใหม่คือ Advanced Packaging หรือเทคโนโลยีแพ็กเกจชิปขั้นสูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อชิปแบบ Multi-die ที่ต้องเชื่อมต่อชิปหลายส่วนเข้าด้วยกันด้วยความเร็วสูง
Rick Tsai เปิดเผยว่า MediaTek กำลังทำงานใกล้ชิดกับบริษัท IDM จากสหรัฐฯ และผู้ผลิต Substrate ทั้งจากญี่ปุ่นและไต้หวัน เพื่อแก้ปัญหา Yield ในกระบวนการแพ็กเกจ
ทีมงานพบปัญหาหลักแล้วหลายจุด และเชื่อว่าหากสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญประมาณ 2–3 รายการได้ อัตราผลผลิตที่ผ่านมาตรฐานจะสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ MediaTek ไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทพันธมิตรอย่างเป็นทางการ แต่สื่อไต้หวันอย่าง Taipei Times รายงานว่าพันธมิตรดังกล่าวคือ Intel และเทคโนโลยีที่ใช้คือ EMIB-T ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพ็กเกจชิปแบบ Embedded Multi-die Interconnect Bridge ที่ Intel พัฒนาขึ้น
เทคโนโลยี EMIB-T ช่วยเชื่อมต่อชิปหลาย Die ภายในแพ็กเกจเดียว โดยมุ่งเน้นการส่งข้อมูลระหว่างชิปด้วยแบนด์วิดท์สูงและลดข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อระหว่าง Die
สำหรับ Intel นี่อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจ Foundry และ Advanced Packaging เพื่อดึงดูดลูกค้าภายนอก โดยเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนา AI Accelerator ที่ต้องการเทคโนโลยีแพ็กเกจขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม การที่ MediaTek ใช้บริการแพ็กเกจจาก Intel ไม่ได้หมายความว่าบริษัทต้องย้ายกระบวนการผลิตชิปทั้งหมดไปให้ Intel ด้วย
TSMC ยังเป็นพันธมิตรหลัก MediaTek ไม่ผูกติดกับโรงงานเดียว
เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีแพ็กเกจของ Intel นักลงทุนจึงตั้งคำถามว่า MediaTek อาจต้องหันไปใช้บริการผลิตชิปจาก Intel Foundry ในอนาคตหรือไม่
Rick Tsai ยืนยันว่า MediaTek ไม่ได้พึ่งพาผู้ผลิตรายเดียว และ TSMC ยังคงเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของบริษัท โดยทั้งสองฝ่ายยังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในทุกส่วนของห่วงโซ่เทคโนโลยี
แนวทางนี้ทำให้ MediaTek สามารถเลือกผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการแพ็กเกจตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทได้ โดยไม่จำเป็นต้องผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว
สำหรับตลาด AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การมีซัพพลายเชนหลายแหล่งถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและการจัดส่งในอนาคต
MediaTek กำลังเปลี่ยนจากผู้ผลิตชิปมือถือสู่ผู้เล่นสำคัญในตลาด AI
ผลประกอบการครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า MediaTek กำลังขยายธุรกิจออกจากตลาดสมาร์ตโฟนอย่างจริงจัง โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบชิปและการบริหารซัพพลายเชนเข้ามาแข่งขันในตลาด AI ดาต้าเซ็นเตอร์
การมีลูกค้า AI ASIC รายที่ 2 ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตระยะยาว ขณะที่ชิป AI รุ่นแรกเริ่มสร้างรายได้แล้ว และรุ่นที่ 2 กำลังเดินหน้าสู่การผลิตจำนวนมากในปี 2028
ส่วนความร่วมมือด้าน Advanced Packaging กับพันธมิตร IDM จากสหรัฐฯ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้ MediaTek ขยายขีดความสามารถในการออกแบบชิป AI ระดับสูงได้มากขึ้น
สรุป: MediaTek รายงานรายได้ไตรมาส 3 ปี 2026 ประมาณ 172,900 ล้านบาท กำไรสุทธิ 29,000 ล้านบาท พร้อมคาดรายได้ไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นเป็น 216,200–228,300 ล้านบาท บริษัทได้ลูกค้า AI ASIC รายที่ 2 ซึ่งไม่ใช่บริษัทจีน และคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ในปี 2028 ขณะที่ธุรกิจ AI Accelerator รายแรกตั้งเป้ารายได้ปี 2027 สูงถึง 540,500 ล้านบาท ส่วนชิปรุ่นที่ 2 ยังเดินหน้าตามกำหนดผลิตจำนวนมากในไตรมาสแรกปี 2028 โดยมี Intel EMIB-T เป็นเทคโนโลยีแพ็กเกจที่สื่อไต้หวันระบุว่ากำลังถูกนำมาใช้ แต่ MediaTek ยังคงยืนยันว่า TSMC เป็นพันธมิตรด้านการผลิตที่สำคัญที่สุดของบริษัท
ที่มา: IT Home



