แนวโน้มตลาด DRAM ดูจะไม่สดใสนักสำหรับกลุ่มผู้ใช้พีซีสายฮาร์ดคอร์ แต่สำหรับ Micron กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากบริษัทประกาศรายได้ทำสถิติสูงสุดทั้งในฝั่ง DRAM และ NAND ในการแถลงผลประกอบการครั้งแรก นับตั้งแต่ยุติแบรนด์หน่วยความจำและ SSD สำหรับผู้บริโภคอย่าง Crucial
ในการแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 Sanjay Mehrotra ซีอีโอ ประธาน และกรรมการผู้จัดการของ Micron ย้ำจุดยืนเดียวกับผู้ผลิตหน่วยความจำรายอื่น ๆ ว่า ภาวะขาดแคลน DRAM จะยืดเยื้อต่อไปเกินปี 2026
Micron รายงานรายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 13.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมอัตรากำไรที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยหลักมาจาก ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น และ ความต้องการจากดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI ที่ยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง ซึ่ง Mehrotra ระบุชัดว่า ข้อจำกัดด้านซัพพลายจะ “ดำเนินต่อไปหลังปีปฏิทิน 2026” และ Micron กำลังเดินหน้าทำสัญญาจัดหาหน่วยความจำแบบระยะยาวหลายปี
อีกตัวแปรสำคัญคือ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งใช้พื้นที่เวเฟอร์มากกว่า DDR5 ถึงประมาณ 3 เท่า Micron คาดว่ารายได้จาก HBM จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประเมินว่ามูลค่าตลาดรวม (TAM) ของ HBM จะพุ่งแตะ 100,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งสูงกว่ามูลค่าตลาด DRAM ทั้งหมดในปี 2024 เสียอีก
แม้ Micron จะยุติแบรนด์ Crucial ไปแล้ว แต่บริษัทยังคงเป็นซัพพลายเออร์ DRAM ให้กับพีซีและสมาร์ตโฟน และคาดว่าการจัดส่งพีซีจะยังเติบโตต่อไป แม้จะเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน อย่างไรก็ตาม Micron ยอมรับว่า “น่าผิดหวัง” ที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ครบทุกเซกเมนต์ของตลาด
ในด้านกำลังการผลิต Micron กำลังขยายโรงงานใหม่ โดยมี 2 โรงงานในรัฐไอดาโฮ ซึ่งแห่งแรกคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ช่วงกลางปี 2027 ขณะเดียวกันโครงการโรงงานในรัฐนิวยอร์กก็กำลังเดินหน้า คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างต้นปี 2026 และเริ่มผลิตได้ราวปี 2030
ถึงอย่างนั้น Micron ประเมินว่า ในระยะยาวก็ยังจะสามารถตอบสนองความต้องการของ “ลูกค้าหลัก” ได้เพียง ประมาณครึ่งหนึ่งถึงสองในสาม เท่านั้น โดยลูกค้าจำนวนมากเริ่มกังวลเรื่องการเข้าถึงหน่วยความจำในระยะยาว และหันมาทำสัญญาจองซัพพลายล่วงหน้าแบบหลายปีมากขึ้น
ผลกระทบโดยตรงคือ ราคา DDR5 ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าภาวะขาดแคลนจะลากยาวไปอย่างน้อยถึงปีหน้า หรืออาจนานกว่านั้น แม้บางรายจะมองว่าราคาอาจเริ่มทรงตัวในอนาคตอันใกล้ โดย Sapphire เชื่อว่าราคาจะนิ่งลงในช่วง 6–8 เดือนข้างหน้า ขณะที่ Kingston มองว่าราคาหน่วยความจำยังมีแนวโน้ม “ปรับขึ้นต่อไป”
ที่มา: Tom's Hardware



