Microsoft เพิ่งอัปเดต Agility SDK เป็นเวอร์ชัน 1.619 เพิ่มการรองรับ DirectX Shader Model 6.9 พร้อมปรับปรุงความสามารถของ DirectX 12 หลายจุด
อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญคือเดโมเทคโนโลยี Shader Execution Reordering (SER) ล่าสุด ที่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมหาศาลบนการ์ดจอหลายรุ่น โดยทำได้สูงสุดถึง 90% บน Intel Arc B-Series และมากกว่า 80% บนการ์ดจอ NVIDIA สถาปัตยกรรม “Blackwell” จากผลทดสอบอิสระ
SER ช่วยให้ API สามารถจัดเรียงลำดับการประมวลผลเรย์ (rays) แบบไดนามิก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบขนาน (parallel execution) ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพของ Ray Tracing เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในการทดสอบของ Microsoft เอง การ์ดจอ Intel Arc B-Series ซึ่งรวมถึงจีพียูแยกตระกูล “Battlemage” และกราฟิกแบบรวม Xe3 ใน “Panther Lake” สามารถเพิ่มเฟรมเรตได้ถึง 90% ในเดโมนี้ แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องทางในการปรับแต่งประสิทธิภาพ Ray Tracing ได้อีกมาก
ขณะเดียวกัน Microsoft ยังทดสอบกับ NVIDIA GeForce RTX 4090 ซึ่งได้ผลเพิ่มขึ้นราว 40% เมื่อเทียบกับโมเดลการจัดเรียงเรย์แบบเดิม
ส่วนผลทดสอบอิสระจาก Osvaldo Pinali Doederlein บนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า GeForce RTX 5080 “Blackwell” ทำประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นประมาณ 80% ในเดโมเดียวกัน ซึ่งสร้างความคาดหวังว่า เกมที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้จริงอาจมอบประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
Microsoft ได้จัดทำเดโม D3D12RaytracingHelloShaderExecutionReordering เพื่อสาธิต SER ในระดับพื้นฐาน ทำให้ผู้ใช้สามารถทดสอบฮาร์ดแวร์ของตนเองและดูผลลัพธ์ได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นว่านี่เป็นเพียงเดโมเทคโนโลยี ไม่ใช่การทดสอบในเกมจริง ในสถานการณ์จริง SER จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแน่นอน แต่ผลลัพธ์อาจไม่สูงเท่าตัวเลขในเดโม เนื่องจากเอนจินเกมสมัยใหม่มีความซับซ้อนสูง
การประเมินผลในโลกจริงต้องรอจนกว่าเกมจะอัปเดตรองรับ Agility SDK v1.619 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนในการพัฒนาและทดสอบ ก่อนจะเห็นผลลัพธ์จริงในเกมเชิงพาณิชย์
ที่มา: TechPowerUp



