การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5070 Ti ที่เสียหายอย่างหนัก ถูกรายงานว่าสามารถทำคะแนน อันดับ 1 ของโลก ในการทดสอบ Unigine Superposition 8K ได้ หลังผ่านการซ่อมแซมและปรับจูนแบบถ่ายทอดสดเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Paulo Gomes และทีมของเขาได้ชุบชีวิต RTX 5070 Ti ใบหนึ่งที่เรียกได้ว่า “ตายสนิท” กลับมาอีกครั้ง การ์ดใบนี้มีสภาพหนักถึงขั้น แผงวงจร PCB เป็นรูทะลุ ทางเลือกในการกู้คืนมีเพียงการย้ายชิ้นส่วนหรือไม่ก็ต้องเดินเส้นทางที่ยากกว่านั้น ด้วยการ ต่อภาคจ่ายไฟใหม่แบบทำมือ และทดลองใช้งานร่วมกับภาคจ่ายไฟจากการ์ดใบอื่น
แน่นอนว่านักม็อดชาวบราซิลขึ้นชื่อเรื่องการเลือกทางที่ยากกว่า พวกเขานำ PCB ของ ASUS GeForce RTX 2080 Ti มาใช้เป็นฐาน โดยให้ RTX 5070 Ti แสดงผลได้เพียงความละเอียดต่ำในช่วงแรก และพบว่าเกิด แรงดันไฟตกประมาณ 400 mV ภายใต้โหลด ประสิทธิภาพในช่วงต้นอยู่ราวระดับ RTX 3070 และระบบตรวจพบอินเทอร์เฟซเพียง PCIe 4.0 x4
ระหว่างการสตรีมสดราว 7 ชั่วโมง ร่วมกับ Enzo Túlio จากช่อง 1155 do ET ทีมงานสามารถแก้ปัญหาสัญญาณภาพจนกลับมาแสดงผลที่ 1080p ได้ แก้บั๊กไดรเวอร์บน Windows ที่ทำให้จอดำ และเสริมเส้นทางไฟเลี้ยงและกราวด์หลายจุด ด้วยการบัดกรีสายเพิ่มบน NVVDD, MSVDD และ GND เพื่อลดความต้านทานและลดการสูญเสียแรงดันระหว่าง PCB ที่ดัดแปลงกับตัวชิป 5070 Ti
ในระหว่างการทดสอบ ทีมยังเปลี่ยนแพลตฟอร์มจาก Core i5 Gen 13 ที่ทำงานบน PCIe 4.0 x4 ไปเป็น AMD Ryzen 5 3600 ที่รัน PCIe 3.0 x16 ทำให้แบนด์วิดท์เพิ่มจากประมาณ 8 GB/s เป็น 16 GB/s
เมื่อระบบเริ่มมีเสถียรภาพ ทีมได้ทดสอบเกมและเข้าสู่การจูนเบนช์มาร์กอย่างจริงจัง ระหว่างการทดสอบพบอุณหภูมิพุ่งอย่างรวดเร็ว เช่น จาก 50°C ไป 80°C ภายในราว 1 วินาที และสายไฟ 12V บางเส้นมีอุณหภูมิใกล้ 100°C เนื่องจากการ์ดไม่สามารถรายงานข้อมูลพลังงานได้จากความเสียหายเดิม ทีมจึงใช้ซอฟต์แวร์วัดพลังงานภายนอกเพื่อติดตามการใช้ไฟแทน
สถิติโลกใหม่
แม้ว่า Unigine Superposition จะไม่ใช่เบนช์มาร์กยอดนิยมเหมือนในอดีต แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือโปรดของทีมในการทดสอบ พวกเขาทำคะแนนได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไล่ตั้งแต่ 8,400 → 9,000 → 9,600 → 9,800 → 10,600 → 10,900 คะแนน ก่อนจะได้รอบที่ดีที่สุดที่ 11,106 คะแนน ซึ่งขึ้นเป็น อันดับ 1 ของโลก ทั้งในตารางของ Superposition และบน HWBOT โดยมีช่วงชิงอันดับกับผู้ชมรายหนึ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ทีมจะทวงอันดับกลับมาได้
สรุปทางเทคนิคขั้นสุดท้าย การ์ดทำความเร็ว GPU ได้ราว 3.23 GHz, หน่วยความจำวิ่งที่ 34 Gbps ได้อย่างสบาย และทีมเชื่อว่า 36 Gbps น่าจะเป็นไปได้หากมีเฮดรูมมากกว่านี้ แรงดันไฟตกถูกลดจากประมาณ 400 mV เหลือเพียงราว 30 mV และคะแนนสูงสุดสุดท้ายแตะระดับ ประมาณ 11,150 คะแนน
ที่มา: VideoCardz



